กาฬสินธุ์อบอุ่น “ตุ้มโฮมฆารสินธุ์” รวมญาติกว่า 300 ชีวิต สืบสานสายใยบรรพบุรุษช่วงสงกรานต์
เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องเบญจพร โรงแรมริมปาว อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ บุตรหลานของ “ขุนไชยทรงยศ” อดีตนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์คนแรก และต้นตระกูล “ฆารสินธุ์” ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ตุ้มโฮม” หรือรวมญาติประจำปี เนื่องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีสมาชิกในตระกูลจากหลายจังหวัดทั่วประเทศเดินทางมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความประทับใจ
กิจกรรมครั้งนี้นำโดย ผศ.ดร.วิทยา เจริญศิริ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พร้อมด้วยหัวหน้าครอบครัวและเครือญาติหลายรุ่นหลายวัย เข้าร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ก่อนร่วมพิธีรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ และกิจกรรมสันทนาการจับสลากมอบของรางวัล เพื่อกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ผศ.ดร.วิทยา เปิดเผยว่า ขุนไชยทรงยศ ต้นตระกูล “ฆารสินธุ์” เดิมชื่อ “ศรี” เป็นชาวอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เกิดในตระกูลข้าราชการในสมัยรัชกาลที่ 4 และเริ่มรับราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 สังกัดกระทรวงมหาดไทย ก่อนย้ายมาดำรงตำแหน่งนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์คนแรก และได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ขุนไชยทรงยศ”
ตลอดการรับราชการ ขุนไชยทรงยศได้สร้างคุณูปการสำคัญต่อเมืองกาฬสินธุ์ ทั้งด้านการดูแลความสงบเรียบร้อยและพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวทาง “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” รวมถึงการบูรณะศาลหลักเมือง และการอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญอย่าง “หลวงพ่อองค์ดำ” มาประดิษฐานเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่วัดกลาง (พระอารามหลวง)
ในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อมีพระราชบัญญัตินามสกุล ขุนไชยทรงยศได้ขอพระราชทานนามสกุล “ฆารสินธุ์” เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ก่อนจะลาออกจากราชการเนื่องจากปัญหาสุขภาพ และถึงแก่อสัญกรรมด้วยอายุ 63 ปี
ปัจจุบัน ตระกูล “ฆารสินธุ์” มีสมาชิกมากกว่า 300 คน โดยส่วนใหญ่ยังคงสืบสานแนวทางรับราชการตามบรรพบุรุษ คิดเป็นสัดส่วนราว 80% ของทั้งตระกูล ทั้งนี้ ลูกหลานได้ร่วมกันจัดสร้างอนุสาวรีย์ขุนไชยทรงยศไว้เป็นที่ระลึก ณ บ้านพักในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์
สำหรับการจัดงาน “ตุ้มโฮม” ได้กำหนดให้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งตรงกับวันครอบครัวและวันผู้สูงอายุ โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 เริ่มจากพิธีทำบุญเลี้ยงพระ รับน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่กิจกรรมรดน้ำดำหัวและสานสัมพันธ์เครือญาติ สะท้อนถึงความรัก ความสามัคคี และการสืบทอดคุณค่าความกตัญญูจากรุ่นสู่รุ่น
ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม สมาชิกในครอบครัวต่างแยกย้ายเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่ามกลางความประทับใจและสายใยความผูกพันที่ยังคงเหนียวแน่น สมดังเจตนารมณ์ของการรวมญาติที่ยึดโยงทุกเจเนอเรชันให้เป็นหนึ่งเดียว