จุดเปลี่ยน AOT เมื่อค่าธรรมเนียมผู้โดยสาร กลายเป็น Game Changer
The Bangkok Insight
อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 02.34 น. • The Bangkok Insightจุดเปลี่ยนกำไรครั้งใหญ่ของ AOT เมื่อค่าธรรมเนียมผู้โดยสาร กลายเป็น Game Changer นักวิเคราะห์มองตรงกัน ปี 2570 "ปีทอง"
หลังวิกฤตโควิด หุ้นสนามบินอย่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กลับมาอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนอีกครั้ง แต่รอบนี้การฟื้นตัวอาจไม่ใช่แค่เรื่องของนักท่องเที่ยว แต่บริษัทกำลังมีตัวเร่งกำไรตัวใหม่ที่สำคัญกว่า นั่นคือการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนคนใช้สนามบิน ยิ่งเยอะ ยิ่งทำเงิน
ปัจจุบัน AOT เป็นผู้บริหารสนามบินหลักของประเทศ 6 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK), ท่าอากาศยานดอนเมือง (DMK), ท่าอากาศยานภูเก็ต (HKT), ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (CNX), ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (HDY) และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (CEI)
รายได้หลัก แบ่งเป็น 2 ส่วน 1. รายได้เกี่ยวกับการบิน (Aviation) เช่น ค่าธรรมเนียมผู้โดยสาร (PSC) 2. รายได้ไม่เกี่ยวกับการบิน (Non-Aviation) เช่น ดิวตี้ฟรี (King Power)
จะเห็นว่าจุดสำคัญของ AOT คือ จำนวนผู้โดยสารที่เป็นหัวใจของรายได้ นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากผู้โดยสารลดลง 1% กำไร AOT อาจลดลงถึง 1.5-2%
อย่างไรก็ดี ข้อมูลในช่วงงบไตรมาส 2 ปี 2569 ของบริษัท (ม.ค.- มี.ค. 69) ผู้โดยสารฟื้นตัวแรงนับตั้งแต่ช่วงโควิด AOT มีผู้โดยสารจำนวน 36.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) สูงสุดนับตั้งแต่โควิด สะท้อนว่าดีมานด์การเดินทางกลับมาแล้ว
แต่ปัญหาคือการฟื้นตัวนี้ยังมีความไม่แน่นอนจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งอาจจะต้องประเมินสถานการณ์ต่อไปแบบใกล้ชิด
จุดเปลี่ยนสำคัญ PSC ขึ้นแรง 53%
ทั้งนี้ สิ่งที่เปลี่ยนเกมจริง ๆ คือ การขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาท เพิ่มขึ้นถึง 53% เริ่มใช้วันที่ 20 มิ.ย. 2569 ผลก็คือจะทำให้รายได้ต่อหัวของ AOT สูงขึ้นทันที ช่วยชดเชยความเสี่ยงผู้โดยสารที่อาจลดลง
PSC ใหม่นี้ AOT จะรับรู้ครั้งแรกปีนี้ และรับรู้รายได้เต็มปีเป็นครั้งแรกในปี 2570 ทำให้รายได้เพิ่มแบบ Structural ROE มีโอกาสแตะ 20% พูดง่ายๆ คือ AOT กำลังเปลี่ยนจากธุรกิจตามวัฏจักรท่องเที่ยว กลายเป็นธุรกิจที่มีรายได้ต่อหัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นโมเดลที่แข็งแรงกว่าในระยะยาว
นักวิเคราะห์มองตรงกัน ปี 2570 คือ "ปีทอง"
สิ่งที่นักวิเคราะห์เห็นตรงกันต่อแนวโน้มหุ้น AOT คือการรับรู้รายได้ที่สูงขึ้นจาก PSC และจะหนุนให้ปี 2570 เป็นปีทองของผลประกอบการบริษัท เพราะการรับรู้เต็มปีครั้งแรก
บล. พาย คาดกำไรปี 2570 อยู่ที่ 30,601 ล้านบาท เติบโต 48% YoY กำหนดราคาเป้าหมาย ที่ 72 บาทต่อหุ้น
บล. ฟินันเซีย ไซรัส คาดกำไรปี 2570 เติบโต 57% YoY และ ROE มีโอกาสแตะ 20% กำหนดราคาเป้าหมายที่ 63.5 บาทต่อหุ้น
บล. เคจีไอ ให้มุมมองระมัดระวังมากกว่า โดยปรับลดกำไรปี 2569-2570 ลง แต่คงราคาเป้าหมายที่ 56 บาทต่อหุ้น
ในอดีตนักลงทุนจะโฟกัสที่จำนวนนักท่องเที่ยวมาไทยกี่คน แต่ในอนาคตสิ่งที่สำคัญกว่าอาจเป็นรายได้ต่อผู้โดยสาร เพราะการขึ้น PSC ทำให้ AOT มี“Pricing power” มากขึ้น และลดความผันผวนจากปัจจัยภายนอกบางส่วน
โครงสร้างกำไรใหม่ จึงเสถียรขึ้น ภาพระยะยาวดูดีขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงสำคัญ เช่น 1. นักท่องเที่ยวฟื้นตัวช้ากว่าคาด 2. สงครามยืดเยื้อ 3. รายได้ Non-Aviation ยังผันผวน และคำถามสำคัญที่สุดคือราคาหุ้นวันนี้สะท้อนการเติบโตปี 2570 ไปแล้วมากแค่ไหน ?
อ่านข่าวพิ่มเติม
- AOT ประกาศขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกเป็น 1,120 บาท มีผล 20 มิ.ย. 69
- ท่องเที่ยวโลกฟื้น AOT ฟันกำไร – นักวิเคราะห์มองขาด ‘จีน’ มาหุ้นก็โต
- เกิดอะไรขึ้น! วันเดียวราคาหุ้น AOT พุ่ง 11.58%
ติดตามเราได้ที่