โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 แสนคดี! 'โจรไซเบอร์ลวงเด็ก' ปลุกคนไทยหยุดภัยออนไลน์ใกล้ฉัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในวันที่โลกดิจิทัลหมุนเร็วกว่าตัวบทกฎหมาย สมาร์ทโฟนในมือเยาวชนที่พ่อแม่มอบให้ด้วยความรัก กลับกลายเป็น "หน้าต่าง" ที่เปิดรับมิจฉาชีพเข้ามาทำลายชีวิตเด็กไทยนับแสนราย

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ให้สัมภาษณ์เชิงลึกกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดัน ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนให้เท่าทันบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)

วิกฤต 4 แสนคดี: เมื่อกฎหมายเดิมตามไม่ทัน "โจรหน้าจอ"

พลอากาศตรี อมร เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า สถิติเด็กและเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อภัยออนไลน์มีสูงถึง 400,000 คดี แต่ปัญหาที่น่าอึดอัดที่สุดคือ กฎหมายอาญาฉบับปัจจุบันมักมีข้อจำกัดที่ต้องรอให้เกิดการ "ลงมือ" กระทำชำเราหรือมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นจริงก่อนจึงจะสามารถเอาผิดได้ ส่งผลให้อาชญากรที่ใช้วิธีล่อลวงผ่านหน้าจอ

เช่น การหลอกให้ส่งรูปภาพลามกหรือการแบล็กเมล์ออนไลน์ (Sextortion) มักหลุดรอดเงื้อมมือกฎหมายไปได้ หรือได้รับบทลงโทษที่ไม่สมดุลกับความสูญเสียทางจิตใจของเหยื่อที่บางรายถึงขั้นซึมเศร้าหรือไม่กล้าไปโรงเรียน

ที่มาของตัวเลข: ตัวเลข 400,000 คดี

คือจำนวนครั้งที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือตัวเด็กเองพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ฮอตไลน์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีองค์กรอย่าง UNICEF และ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตประเทศไทยเพื่อพัฒนาสังคม เป็นผู้ติดตามรวบรวมข้อมูลเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง

ประเภทของภัยที่พบ: สถิตินี้ครอบคลุมภัยออนไลน์หลายรูปแบบ โดยเฉพาะ การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyber Bullying) ซึ่งมักจะไม่ได้รับความสำคัญในแง่ของคดีความเนื่องจากไม่มีบาดแผลทางร่างกาย รวมถึงการล่อลวงในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมักจะเริ่มต้นจากการที่พ่อแม่เป็นผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือให้ลูกหลานใช้

ผลกระทบต่อเหยื่อ: แม้หลายกรณีจะไม่มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น แต่ ส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง เหยื่อเด็กหลายรายมีอาการซึมเศร้า เครียดสะสม จนถึงขั้น ทำร้ายตัวเอง หรือบางรายหวาดกลัวและอับอายจน ไม่กล้าไปโรงเรียน

ปัญหาในการดำเนินคดี

เลขาธิการ สกมช. ยอมรับว่าคดีส่วนใหญ่ "จบไม่ถูกต้อง" หรือไม่เป็นที่น่าพอใจของครอบครัวเหยื่อ เนื่องจากกฎหมายเดิมมีข้อจำกัดที่ต้องรอให้เกิดการทำร้ายร่างกายก่อนจึงจะเอาผิดได้รุนแรง ทำให้หลายคดีจบลงเพียงแค่ การตักเตือน ซึ่งไม่สามารถป้องปรามผู้กระทำผิดรายใหม่หรือหยุดพฤติกรรมเดิมได้

"ตัวเลขนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ สกมช. และภาคีเครือข่ายเร่งผลักดันร่างแก้ไขกฎหมายอาญาเพื่อเพิ่มฐานความผิดอย่าง Grooming (การล่อลวง) และ Sextortion (การข่มขู่โชว์เสียว) เพื่อให้สามารถหยุดยั้งอาชญากรได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่มีการสื่อสารล่อลวง"

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)

5 กลไกใหม่: ปิดประตูตายอาชญากรไซเบอร์

ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกออกแบบมาเพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ผ่านมาตราสำคัญที่ครอบคลุมทุกมิติของภัยคุกคามสมัยใหม่:

1. พลิกประวัติศาสตร์หยุดยั้ง "Grooming" (มาตรา 284/5): หัวใจสำคัญคือการ "ตัดไฟแต่ต้นลม" โดยเน้นเอาผิดที่พฤติกรรมและเจตนาตั้งแต่วินาทีที่เริ่มสร้างความไว้วางใจเพื่อหวังผลทางเพศ เลขาธิการ สกมช. ยกตัวอย่างว่า หากมีกฎหมายข้อนี้ในอดีต มิจฉาชีพในคดีดังอย่าง "เนเน่ โมเดลลิ่ง" จะถูกจับกุมได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เริ่มแชทล่อลวงเด็ก โดยไม่ต้องรอให้มีเหยื่อถูกทำร้ายเพิ่มขึ้น โดยมีโทษจำคุกสูงสุด 3 ปี และหากกระทำสำเร็จโทษจะพุ่งสูงถึง 5 ปี

2. จัดการสื่อลามกออนไลน์ (มาตรา 284/6): เอาผิดการส่งข้อความ ภาพ หรือเสียงที่ส่อไปในทางเพศให้แก่เด็กอายุไม่เกิน 18 ปี เพื่อแสวงหาประโยชน์ ถือเป็นความผิดอาญาทันที โดยหากเหยื่อเป็นเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 13 ปี จะได้รับความคุ้มครองพิเศษและมีโทษจำคุกหนักถึง 1-7 ปี

3. ทลายโซ่ตรวน "Sextortion" และภัยจาก AI (มาตรา 284/7): การข่มขู่ว่าจะเผยแพร่รูปภาพลามกหรือเรื่องทางเพศเพื่อบังคับให้เด็กยอมตาม (Sextortion) จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง โดยกฎหมายใหม่นี้ครอบคลุมถึงกรณีที่มิจฉาชีพใช้ AI ตัดต่อรูปภาพ มาข่มขู่เด็กด้วย หากเหยื่อเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี โทษจำคุกจะพุ่งสูงถึง 15 ปี เพื่อสะท้อนถึงบาดแผลทางจิตใจที่ร้ายแรง

4. คืนความสงบสุขจาก "Stalker" และ "Bully" (มาตรา 309/1 และ 309/2): ร่างกฎหมายนี้ก้าวข้ามเรื่องเพศไปสู่การคุ้มครองคุณภาพชีวิต โดยเอาผิดการเฝ้าติดตามหรือการกลั่นแกล้งรังแกทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องที่ทำให้เด็กหวาดกลัวหรืออับอาย หากกระทำผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้จะมีโทษหนักขึ้น

5. ความยุติธรรมไร้พรมแดนและการทำลายฐานอำนาจ: ร่างกฎหมายใหม่กำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับเพศต่อเด็กที่กระทำนอกราชอาณาจักรต้องได้รับโทษในประเทศไทยด้วย เพื่อไม่ให้อาชญากรใช้ต่างประเทศเป็นที่กบดาน นอกจากนี้ หากผู้กระทำความผิดเป็น "ผู้มีอำนาจเหนือเด็ก" เช่น ครู นายจ้าง หรือผู้ปกครอง จะต้องระวางโทษหนักขึ้นอีกหนึ่งในสามจากโทษปกติ

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)

เสียงสนับสนุนจากประชาชน: กุญแจดอกสุดท้าย

พลอากาศตรี อมร เน้นย้ำว่าแม้ร่างกฎหมายจะเดินหน้ามาถึงขั้นตอนกฤษฎีกาแล้ว แต่ "พลังเสียงของประชาชน" คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ สส. และ สว. เห็นพ้องในการประกาศใช้กฎหมายนี้

"เราเปลี่ยนอดีตที่เด็กนับแสนต้องตกเป็นเหยื่อไม่ได้ แต่เราสร้างอนาคตที่ปลอดภัยได้" เลขาธิการ สกมช. กล่าวทิ้งท้าย

พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ law.go.th จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้ โดยระบุว่าการสละเวลาไม่เกิน 2 นาทีในการร่วมแสดงพลัง คือการทำบุญเพื่อช่วยชีวิตและอนาคตของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...