ผบ.ตร. เปิดศูนย์ลดอุบัติเหตุสงกรานต์ 69 สั่งคุมเข้มใช้กฎหมาย-เฝ้าระวังอาชญากรรม
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 เม.ย. ที่ชั้น 20 ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการปฏิบัติในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ร่วมประชุม และระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวถึงภาพรวมสภาพการจราจรหลังจากการบินสำรวจเส้นทางหลัก ว่า เส้นทางมอเตอร์เวย์สาย 9 และสาย 7 มุ่งหน้าภาคตะวันออก ปริมาณรถยังคงเบาบางและเคลื่อนตัวได้ดี ขณะที่มอเตอร์เวย์ M6 สามารถใช้งานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ปริมาณรถที่เดินทางออกจากกรุงเทพมหานครลงสู่ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย 7 (ต่อเนื่องทับช้าง-รามอินทรา) และสาย 9 เริ่มมีปริมาณสะสมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงคืนที่ผ่านมา แต่ยังถือว่าน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงบริหารจัดการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผบ.ตร.ได้เน้นย้ำถึงมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะข้อหาที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง ได้แก่ การไม่สวมหมวกนิรภัย, การเมาแล้วขับ, และการใช้สารเสพติดขณะขับขี่ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการจับกุมและลงโทษอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อตรวจสอบสภาพรถและผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะอย่างเข้มงวด ทั้งเรื่องสารเสพติดและความพร้อมของร่างกาย เนื่องจากผู้ขับขี่รถสาธารณะต้องรับผิดชอบต่อชีวิตผู้โดยสารจำนวนมาก
"อุบัติเหตุส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากปัจจัยของ คน รถ ถนน และสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะช่วงปลายทางที่ผู้ขับขี่มักมีอาการอ่อนเพลียและหลับใน จึงขอความร่วมมือประชาชนตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง หากรู้สึกเหนื่อยล้าสามารถแวะพักตามจุดบริการของหน่วยงานต่างๆได้ตลอดเส้นทาง"
ส่วนมิติของการป้องกันอาชญากรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) คุมเข้มพื้นที่จัดงานสงกรานต์จุดใหญ่ๆในกรุงเทพมหานคร เช่น ถนนข้าวสาร โดยมุ่งเน้นการดูแลความปลอดภัย ป้องกันการลวนลาม และสกัดกั้นกลุ่มมิจฉาชีพก่อเหตุล้วงกระเป๋า พร้อมกำชับให้ตำรวจท่องเที่ยวดูแลอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างใกล้ชิด ผ่านการใช้แอปพลิเคชันและศูนย์ปฏิบัติการที่รองรับการแปลภาษา
ทั้งนี้เตรียมพร้อมดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้าร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีการจัดงาน 1,182 แห่งทั่วประเทศ โดยเป็นพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ 89 แห่ง เช่น กรุงเทพมหานคร (ถนนสีลม สยาม ถนนข้าวสาร), ชลบุรี (บางแสน พัทยา), ขอนแก่น (ถนนข้าวเหนียว) เป็นต้น โดยบริหารจัดการพื้นที่จัดกิจกรรมไม่ให้แออัด พร้อมคอยระมัดระวังและช่วยเหลือประชาชนกรณีคนหาย พลัดหลง หรือผู้ที่อาจมีภาวะฮีทสโตรกเนื่องจากสภาพอากาศร้อน
สำหรับโครงการ “ฝากบ้านกับตำรวจ” ระหว่างวันที่ 11-21 เมษายน 2569 นั้น พบว่าสถิติในวันแรก (10 เมษายน 2569) มีประชาชนไว้วางใจฝากบ้านแล้วจำนวน 1,869 หลัง พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 มียอดการฝากบ้านสูงสุด จำนวน 465 หลัง โดยพี่น้องประชาชนสามารถลงทะเบียนร่วมโครงการได้ทางแอปพลิเคชัน “Police Care” หรือที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
นอกจากนี้ ด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ผบ.ตร. ได้แสดงความกังวลต่อการก่อเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน โดยเฉพาะร้านทองและร้านสะดวกซื้อ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานป้องกันปราบปรามเพิ่มความเข้มงวดในการออกลาดตระเวน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับระบบป้องกันและเฝ้าระวัง เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ขอให้กำลังใจข้าราชการตำรวจทุกนายที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักหน่วงในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว แม้เจ้าหน้าที่จะไม่ได้หยุดพัก แต่ทุกคนพร้อมทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อดูแลความปลอดภัยและมอบความสุขให้กับพี่น้องประชาชนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้.