โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คิดว่านางสงกรานต์คือการต่อรองระหว่างความเชื่อกับโลกสมัยใหม่หรือไม่?

LSA Thailand

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Lifestyle Asia Thailand

LSA Says: เมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกๆ ปี ภาพของ “นางสงกรานต์” จะกลับมาปรากฏอีกครั้งในพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ปฏิทิน ข่าว หรือขบวนแห่ เรื่อยไปจนถึงการรวมตัวของเหล่าคนดังที่ร่วมกันสวมชุดไทยในลุคเทพีสงกรานต์ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าการปรากฏตัวซ้ำๆ ของพวกเธอ คือการที่ความหมายของนางสงกรานต์ไม่เคยหยุดนิ่งเลยแม้แต่ปีเดียว

Photo Credit: Instagram @linglingkwong

ในข้อมูลขั้นพื้นฐานนางสงกรานต์คือส่วนหนึ่งของตำนานท้าวกบิลพรหม และธรรมบาลกุมาร ซึ่งอธิบายการเปลี่ยนผ่านของเวลาและจักรวาลผ่านเรื่องเล่าเชิงศาสนา แต่หากมองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นตำนานนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเล่าที่มา หากยังเป็น “ระบบความคิด” ที่ใช้จัดระเบียบกลไกของการใช้ชีวิต นั่นคือทำให้สิ่งที่ควบคุมไม่ได้อย่างฤดูกาล เวลา หรือความเปลี่ยนแปลงของชีวิตถูกแปลงให้กลายเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ผ่านตัวละคร และตัวละครนั้นก็คือ “ผู้หญิง” นั่นเอง การที่บุตรสาวทั้งเจ็ดของพรหมต้องผลัดกันอัญเชิญเศียรของบิดาในแต่ละปีไม่ได้เป็นเพียงภาพของหน้าที่หรือพิธีกรรม แต่เป็นการวางผู้หญิงไว้ในตำแหน่งของผู้ค้ำจุนสมดุลของโลกอย่างชัดเจน นางสงกรานต์จึงไม่ใช่แค่เทพี แต่เป็นสัญลักษณ์ของพลังที่ทำให้จักรวาลไม่ล่มสลาย รวมถึงเป็นผู้ที่แบกรับภาระของการเลื่อนผ่านเวลาในนามของมนุษย์ทั้งหมด

Photo Credit: Instagram @bow_maylada

อย่างไรก็ตามความน่าสนใจของนางสงกรานต์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในระดับตำนาน เพราะเมื่อความเชื่อนี้ถูกถ่ายทอดเข้าสู่สังคมไทยโดยถูกตีความใหม่อยู่ตลอดเวลา รายละเอียดอย่างเครื่องทรง พาหนะ อาวุธ หรือแม้แต่ท่าทางของนางในแต่ละปีกลายเป็นภาษาสัญลักษณ์ที่ใช้ทำนายโลกไม่ว่าจะเป็นความอุดมสมบูรณ์ ภัยพิบัติ หรือสภาพบ้านเมือง นี่คือจุดที่ความเชื่อเริ่มทำงานในฐานะเครื่องมืออ่านอนาคตมากกว่าจะเป็นเพียงเรื่องเล่าในอดีต แต่เมื่อก้าวเข้าสู่โลกสมัยใหม่ คำถามที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ “เรายังเชื่อในคำทำนายเหล่านั้นอยู่จริงหรือไม่?” หรือ “เรากำลังใช้มันเป็นเพียงพิธีกรรมทางวัฒนธรรมที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเรากับอดีตมากกว่า?”

ในความเป็นจริงนางสงกรานต์ในปัจจุบันดำรงอยู่ในสภาวะของการต่อรองระหว่างทั้งสองโลก โลกหนึ่งคือโลกของความเชื่อดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์และความหมายเชิงจักรวาล ขณะที่อีกโลกหนึ่งคือโลกของสื่อ วัฒนธรรมป๊อป และการแสดงออกของตัวตนที่ชัดเจน เราเริ่มเห็นนางสงกรานต์ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้นตั้งแต่ภาพวาดตามขนบ ไปจนถึงการถูกตีความใหม่ผ่านแฟชั่นโชว์ ขบวนพาเหรด หรือแม้แต่การเลือกบุคคลสาธารณะมารับบทเป็นตัวแทนของนางในแต่ละปี ภาพของเธอจึงค่อยๆ เคลื่อนจาก “เทพีในตำนาน” ไปสู่ “ภาพแทนของความร่วมสมัย” การเปลี่ยนผ่านนี้สะท้อนบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าที่เห็น เพราะมันแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยไม่ได้ละทิ้งความเชื่อเดิม แต่เลือกที่จะปรับความหมายของมันให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ๆ มากกว่า

Photo Credit: Courtesy of centralwOrld

ในอีกมุมหนึ่งนางสงกรานต์ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่ของการมองผู้หญิงในสังคมไทยได้อย่างน่าสนใจ จากเดิมที่ถูกวางไว้ในกรอบของความงาม ความสงบ และพิธีกรรม ปัจจุบันเธอเริ่มถูกมองในฐานะตัวแทนของตัวตน ความหลากหลาย และการแสดงออกมากขึ้น แม้จะยังคงมีร่องรอยของภาพจำแบบเดิมอยู่ก็ตาม นี่จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของภาพลักษณ์แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของความหมายที่เรามอบให้กับตัวละครเดียวกัน สิ่งที่ทำให้นางสงกรานต์ยังคงมีที่ยืนในสังคมไทยอาจไม่ใช่เพราะเรายังคงเชื่อในทุกองค์ประกอบของตำนาน แต่เพราะเธอทำหน้าที่เป็น “สะพาน” ที่เชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ระหว่างความเชื่อกับการตีความ และระหว่างสิ่งที่เราสืบทอดกับสิ่งที่เราเลือกจะเป็น

ฉะนั้นแล้วนางสงกรานต์อาจไม่ใช่แค่ตัวแทนของเวลา แต่เป็นตัวแทนของ “วิธีที่เราทำความเข้าใจกับเวลา” ในแต่ละยุคสมัยนั่นเอง

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...