โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ก.พาณิชย์ ตรวจจับสินค้าขายเกินราคา ยืนยันดูแลค่าครองชีพ และราคาสินค้า

สวพ.FM91

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 06.29 น.

วันที่ 26 มีนาคม 2569 น.ส.กนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าว ศบก.ถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้า ว่า จากการลงพื้นที่ของพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ในการติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางระหว่างวันที่ 5-25 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบสถานที่ทั้งหมดเกือบ 3,000 แห่ง เป็นสถานีบริการ 1,786 แห่ง ร้านค้าปุ๋ย 606 แห่ง ตลาดค้าปลีกและค้าส่ง 585 แห่ง พบการกระทำความผิดตามกฏหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในสถานีบริการน้ำมัน 11 จังหวัด รวม 17 รายในความผิดไม่ติดป้ายแสดงราคาสินค้า โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับเรียบร้อยแล้ว

ส่วนการติดตามเรื่องร้องเรียนด้านราคาและบริการ ผ่านสายด่วน กรมการค้าภายใน 1569 ตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. - วันที่ 25 มี.ค. มีเรื่องร้องเรียนสะสมเกือบ 400 คำร้อง ได้รับการตรวจสอบแล้ว 152 คำร้อง เป็นการกระทำความผิดไม่ติดป้ายแสดงราคา 15 ราย และจำหน่ายสินค้าไม่ตรงกับราคาที่แสดง และติดป้ายแสดงราคาไม่ชัดเจน 1ราย และไม่พบกระทำความผิด 133 ราย และยังมีคำร้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบ 233 คำร้อง ซึ่งเป็นคำร้องจำหน่ายสินค้าเกินราคา โดยเจ้าหน้าที่เรียกเอกสารต้นทุนมาวิเคราะห์หากพบว่าจำหน่ายในราคาที่สูงเกินจริงตามที่ร้องจริงจะดำเนินการตามกฏหมายอย่างถึงที่สุด

นางกนิษฐา กล่าวด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์จะกำกับดูแลทุกภาคส่วนรวมถึงเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่ผันผวน โดยกรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เพื่อเตรียมมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง โดยมีโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ ในพื้นที่หลังผลิตทั่วประเทศ นำร่อง5 จังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตข้าวนาปรังสำคัญ คือ จ.นครสวรรค์ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา กำแพงเพชร และจ.สุโขทัย มีเป้าหมายรองรับผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดจำนวน 1 ล้านตัน และองค์การคลังสินค้า จะประสานโรงสีและสหกรณ์การเกษตรรับซื้อข้าวเปลือกที่จุดรับซื้อในราคาสูงกว่าตลาดประมาณ 300 บาทต่อตัน

จากนั้นยังมีตลาดนัดข้าวเปลือกในแหล่งผลิตข้าวเปลือก ให้ไปรับซื้อถึงแหล่งผลิตของเกษตรกรโดยตรง เพื่อลดภาระค่าขนส่งและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้กับชาวนา ซึ่งการรับซื้อในตลาดนัดข้าวเปลือกจะสูงกว่าตลาดทั่วไป ประมาณ 200 - 400 บาทต่อตัน ซึ่งตลาดนัดดังกล่าวจัดแล้วที่จ.สิงห์บุรี อ่างทอง พิจิตร อยุธยา พิษณุโลก และจ.น่าน โดยให้สำนักงานชั่ง ตวง วัด ดูแลการขายในพื้นที่ให้เกิดความโปร่งใส

ทั้งเรื่องน้ำหนักและการวัดความชื้นรวมถึงประสานกระทรวงพลังงานในการจัดสรรน้ำมันดีเซลในพื้นที่เก็บเกี่ยวให้เพียงพอกับเกษตรกร สำหรับโครงการปุ๋ยธงเขียว ช่วยเกษตรกร จะนำเสนอเข้าสู่การประชุมครม.นัดพิเศษ ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันเดียวกันนี้ โดยจะกำหนดสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับเกษตรกรที่ถือบัตรดินดี ออกโดยกรมพัฒนาเกษตรกร เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกร

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าจะดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงอยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...