ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
ชัดถ้อย ชัดคำ ไม่ต้องอ่านสคริปต์ อภิปรายความเดือดร้อนประชาชนแบบเข้าใจปัญหา ต้องบอกว่า ก๊อปปี้ร่าง มิสเตอร์เกษตร-สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ผู้เป็นพ่อมาเลย
โบราณบอกไว้ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นฉันใด ไอเดียร์-สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เป็นแบบนั้นไม่มีผิดเพี้ยน
ใช้สภาอย่างสร้างสรรค์ อภิปรายปัญหาชาวบ้านและเกษตรกรเหมือนพ่อเปี๊ยบ เมื่อวันพุธ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา จัดการประเดิมอภิปรายในสภาครั้งแรก หยิบปัญหาเกษตรกรชาวไร่อ้อยมาขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข โดยมี สส.สัมฤทธิ์ นั่งข้างๆ ให้กำลังใจ
โดยเฉพาะความชัดเจนเรื่องการตัดอ้อยสด ที่เจ้าตัวมองว่าเป็น 1 ในมาตรการสำคัญในการบูรณาการแก้ไข PM 2.5 ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลเคยสนับสนุนการตัดอ้อยสดอยู่ที่ 120 บาทต่อตันเพื่อจูงใจให้เกษตรกรลดการเผาอ้อย แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ความต่อเนื่องของมาตรการยังไม่ชัดเจน ในปี 66/67 ไม่มีการช่วยเหลือ และปี 67/68 มีการช่วยเหลือ 69 บาทต่อตัน ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่มั่นใจว่า จะรับได้เงินชดเชยหรือไม่
ทายาทมิสเตอร์เกษตร อธิบายว่า การตัดอ้อยสดมีต้นทุนสูงกว่าการตัดอ้อยไฟไหม้อยู่มากกว่า 120 บาทต่อตัน ขณะที่ราคาอ้อยปีนี้ต่ำกว่า 1 พันบาทต่อตัน ส่งผลให้เกษตรกรจำนวนมากอยู่ในภาวะขาดทุน โดยข้อมูล ณ วันที่ 29 มี.ค.ปีนี้ มีอ้อยเข้าหีบแล้วกว่า 96-97 ล้านตัน
เธอบอกว่าปัญหาคือ เกษตรกรรายย่อยที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) และต้องขายผ่านพ่อค้าคนกลางเพราะเขาเหล่านั้นมีความจำเป็นต้องใช้เงินสด รับเงินสดทุกวัน หากไม่มีความชัดเจนของนโยบายตอนนี้ แล้วรัฐบาลมีการชดเชยภายหลัง เงินชดเชยเหล่านั้นจะไม่ไปถึงกลุ่มเปราะบางอย่างเกษตรกรรายย่อย พ่อค้าจะไม่กล้าจ่ายเงินชดเชยล่วงหน้าไปก่อน
สส.ไอเดียร์ ถือโอกาสเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดมาตรการชดเชยอ้อยสดที่ชัดเจน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
ไม่เพียงเท่านั้น อีกดีเอ็นเอที่ได้พ่อมาคือ พูดแล้วกัดไม่ปล่อย โดยระบุว่า ในโอกาสต่อไปจะขอมานำเสนอแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาวต่อสภาอีกด้วย
ต้องบอกว่า โคลนนิงกันมาเลย งานนี้ชัยภูมิ นอกจากมี มิสเตอร์เกษตร เป็นของตัวเองแล้ว กำลังจะได้ มิสเกษตร อีกคนด้วย.
ฌ.เฌอ