โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผ่าคดีลอบยิง 'ส.ส.กมลศักดิ์' ไม่ใช่ปมส่วนตัว-มุ่งการเมือง ลุยรวบพ่อลูก 'อดีตนาวิกฯ' เร่งกระชากโฉมคนบงการ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คอลัมน์ อาชญากรรม โดย อาชญาข่าวสด

“ตั้งแต่เล่นการเมืองมา 40 กว่าปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับผม หรือ ส.ส.ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อน”

คําพูดที่ออกจากปากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ และอดีตประธานรัฐสภา บ่งบอกถึงความอุกอาจของคนร้ายที่ยิงถล่มรถหวังลอบสังหาร ‘ทนายแวยูแฮ’ หรือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ หวังปลิดชีพนักการเมืองน้ำดี

สะท้อนภาพลักษณ์ความรุนแรงที่ลามเข้าสู่ตัวแทนของประชาชนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

เหตุพยายามลอบฆ่านักการเมืองระดับชาติครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อ พ.ต.อ.วิสันต์ รักมาก ผกก.สภ.บาเจาะ รับรายงานเหตุคนร้ายลอบยิงรถนายกมลศักดิ์บริเวณหน้าบ้านพักริมถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 9 ตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ในเวลาตีหนึ่งวันที่ 20 มีนาคม 2569

เมื่อนำกำลังรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 7577 ยะลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่บริเวณด้านหน้าฝั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสาร เป็นรูพรุนทั้งคัน

กระสุนปืนเจาะร่างนายอุชลัมห์ โกะเลาะ อายุ 55 ปี โชเฟอร์ และ ด.ต.หริรักษ์ หีมมิหนะ อายุ 43 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งคู่ถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

ส่วนทนายแวยูแฮรอดจากคมกระสุนมาได้ราวปาฏิหาริย์ เพียงยังตื่นเต้นกับเหตุที่เกือบจะถูกคร่าชีวิตไปสดๆ ร้อนๆ

พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.กก.ภ.จว.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรุดไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่เกลื่อนถนนตั้งแต่ก่อนถึงหน้าบ้านพัก 300 เมตร รวมทั้งสิ้น 33 ปลอก

เมื่อตรวจวิถีกระสุนจากลักษณะของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย สันนิษฐานว่า คนร้ายใช้รถกระบะ ขณะลงมือคนร้ายน่าจะนั่งอยู่ภายในรถ ทำให้วิถีกระสุนปืนที่ยิงอยู่ในระดับกระจกรถ ไม่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตของผู้โดยสารทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

สอดคล้องกับภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นคนร้ายใช้รถกระบะ 4 ประตูสีขาวเป็นพาหนะก่อเหตุ

ส.ส.กมลศักดิ์เผยนาทีระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุเพิ่งกลับจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกนายกรัฐมนตรี

เมื่อเสร็จก็ได้จองตั๋วเครื่องบินกลับบ้านนราธิวาสทันที เพื่อร่วมฉลองเทศกาลฮารีรายอพร้อมครอบครัว ถึงสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ประมาณ 3 ทุ่มกว่า โดยมีลูกน้องกับพลขับไปรับ 2 คน

จากนั้นพากันแวะรับประทานอาหารกันที่อำเภอจะแนะ และมาละหมาดที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.เทพา ก่อนเดินทางต่อตามปกติและนั่งคุยกันมาตลอดทาง โดยไร้เหตุผิดปกติหรือลางสังหรณ์ใดๆ

กระทั่งพอจังหวะที่จะเปิดไฟเลี้ยวเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงปืนไม่ทราบว่ามาจากทิศทางไหน

นายอุชลัมห์พลขับถูกกระสุนปืนเข้าหัวไหล่เป็นคนแรก ทำให้รถเกิดเสียการควบคุม จากนั้นได้ยินเสียงปืนชุดใหญ่ดังมาจากทางด้านหน้ารถ แล้ว ด.ต.หริรักษ์ก็ถูกยิงอีกคน กระสุนปืนเข้าหลายจุดทั้งใบหน้าและที่ลำตัวจนหมดสติไป

ขณะที่ตัวนายกมลศักดิ์ที่ขณะนั้นนอนหมอบอยู่กับพื้นรถ รีบโทรศัพท์แจ้งเหตุร้ายกับคนในบ้านให้ออกมาช่วยเหลือ เมื่อคนในบ้านออกมาคนร้ายได้หลบหนีไปไร้ร่องรอย จึงรีบพาผู้บาดเจ็บทั้งคู่ส่งโรงพยาบาล

ส.ส.คนดังยืนยันว่า ที่ผ่านมาใช้ชีวิตปกติ ไม่เคยมีศัตรูหรือความขัดแย้งรุนแรงกับใคร จึงไม่คาดคิดว่าจะถูกลอบสังหารหมายเอาชีวิตอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมนายวันมูหะมัดนอร์ รีบบินด่วนจากกรุงเทพฯ ไปให้กำลังใจนายกมลศักดิ์ถึงนราธิวาสทันที

ท่ามกลางชาวบ้านที่รู้ข่าวพากันไปเยี่ยมปลอบขวัญ ส.ส.ของประชาชนจนแน่นขนัด

นายวันนอร์ นักการเมืองผู้คร่ำหวอดในเวทีจังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนาน เผยว่า รู้สึกเสียใจและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เนื่องจากนายกมลศักดิ์เป็นนักการเมืองที่ทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนและคลุกคลีกับประชาชนมาตลอดเกือบ 10 ปี ต่อสู้เพื่อประชาชนในเรื่องของความทุกข์ยากและความถูกต้อง และเป็นประธานคณะกรรมาธิการในเรื่องกฎหมายและสิทธิมนุษยชน และกระบวนการยุติธรรม ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ คนในสภาและพรรคต่างชื่นชม

การเลือกตั้งทุกครั้งก็มีความรุนแรงระหว่างการหาเสียง การปราศรัยหาเสียงบนเวทีมีการพูดจากันไปมา ซึ่งเราไม่คิดว่าจะมีการทำร้ายให้ถึงกับชีวิตเกิดขึ้น ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ครั้งแรก

ไม่คิดว่าจะมีคนฉวยโอกาสทำลายความรู้สึกที่ดีๆ ในเดือนรอมฎอน

ขณะที่นายกมลศักดิ์ยืนยันหนักแน่นว่า ส่วนตัวไม่มีความขัดแย้งกับใครในพื้นที่มาก่อน ทั้งในเรื่องของการเป็นทนายและทางการเมือง ดูได้จากการใช้ชีวิตที่เป็นปกติไม่ได้ต้องเฝ้าระวังอะไรเป็นพิเศษ

ส่วนกระแสการสร้างข่าวลือเกี่ยวกับการก่อเหตุที่เกิดขึ้นว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นเองนั้น คนปล่อยข่าวคิดได้อย่างไร เพราะตอนนี้คนสนิททั้ง 2 คนก็บาดเจ็บ ทุกคนเสียขวัญกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องสร้างสถานการณ์ขึ้นเอง

อยากให้เจ้าหน้าที่สรุปคดีออกมาให้เร็วที่สุด และติดตามกลุ่มที่ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมาย

วันที่ 25 มีนาคม พ.ต.อ.ทวี พร้อมคณะ ส.ส.แถลงจี้รัฐบาลเร่งปิดคดีลอบยิงนายกมลศักดิ์ หลังผ่านไปเกือบสัปดาห์แต่ยังจับกุมใครไม่ได้

ชี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่คนร้ายใช้ปืนเอ็ม 16 กราดยิงบนถนนสายหลักในช่วงที่ฝ่ายความมั่นคงเฝ้าระวังสูงสุด แสดงถึงการทำงานเป็นขบวนการที่รู้เส้นทางเดินรถของ ส.ส.อย่างละเอียด

พ.ต.อ.ทวียังระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รับปากเร่งรัดคดีให้เป็นพิเศษ เนื่องจากเหตุการณ์นี้กระทบความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างรุนแรง ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้เร่งคลายคดี พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเข้มงวดการครอบครองอาวุธสงครามของเจ้าหน้าที่รัฐให้มีระบบตรวจสอบที่ชัดเจน

ผ่านไปไม่กี่วัน หลังการออกแถลงการณ์ของหัวหน้าพรรคประชาชาติ

ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องพยายามลอบสังหาร ส.ส.กมลศักดิ์ รวมทั้งหมด 4 ราย

ประกอบด้วย 1. นายสมพร ลังเดช ชาวอำเภอบาเจาะ อดีตข้าราชการทหารนาวิกโยธิน ยศเรือโท แต่ถูกให้ออกจากราชการเนื่องจากประพฤติผิดวินัยอย่างร้ายแรง 2. นายยศกร ลังเดช ลูกชาย 3. นายอาลาวี อาแว อายุ 24 ปี และ 4. นายธนภัทร วัฒนภิญโญ อายุ 41 ปี 2 รายหลังเป็นชาวอำเภอยี่งอ

ต่อมา ทหารพรานนำหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เข้าควบคุมตัวนายสมพร และนายยศกร 2 พ่อลูก ที่บ้านพักในอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 29 มีนาคม นำไปสอบปากคำที่ศูนย์ซักถาม ทพ. 46 และ 43 จังหวัดนราธิวาส

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภาค 9 เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการตำรวจภูธรภาค 9 ดำเนินการกรณีดังกล่าว จนพนักงานสอบสวน สภ.บาเจาะ สามารถขออนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุ 4 ราย ก่อนร่วมกับทหารจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ถูกหมายจับทั้ง 2 คนได้แล้ว โดยอยู่ระหว่างทำการสอบปากคำ

พร้อมกับเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 2 รายที่ร่วมก่อเหตุดังกล่าว

ส่วนประเด็นความขัดแย้งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ จากการสอบปากคำผู้เสียหายยืนยันว่าไม่มีประเด็นส่วนตัวกับผู้ต้องหา

เบื้องต้นตั้งข้อสงสัยเป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง

รวมถึงอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้ต้องหาได้รับการจ้างวานจากบุคคลอื่นมาให้ดำเนินการก่อเหตุดังกล่าว

ยืนยันตำรวจดำเนินการทางพยานหลักฐาน ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ

คดีลอบสังหารทนายแวยูแฮไม่ได้เป็นเพียงคดีอาชญากรรมรุนแรง แต่มันคือการท้าทายอำนาจรัฐและกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่เปราะบางอย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้

หาก ‘ส.ส.’ ผู้เป็นปากเสียงให้ชาวบ้านยังถูกลอบยิงถึงหน้าบ้านพัก ความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของประชาชนย่อมสั่นคลอนอย่างรุนแรง

บทสรุปของคดีนี้จึงไม่ใช่แค่การจับกุมผู้ลั่นไก แต่เป็นการพิสูจน์ว่ารัฐไทยจะสามารถถอนรากถอนโคน ‘ขบวนการรับจ้างฆ่า’ และนำตัวผู้บงการมาลงโทษได้หรือไม่

เพื่อให้ ‘กฎหมายและความยุติธรรม’ กลับมาเป็นที่พึ่งของคนปลายด้ามขวานได้อีกครั้ง!

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่าคดีลอบยิง ‘ส.ส.กมลศักดิ์’ ไม่ใช่ปมส่วนตัว-มุ่งการเมือง ลุยรวบพ่อลูก ‘อดีตนาวิกฯ’ เร่งกระชากโฉมคนบงการ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...