พบปั๊ม 6 แห่งกักตุนน้ำมัน ฟันกำไรลิตรละ 10 บาท ตร.ชี้ เรือลอบขายน้ำมันเขมร ลูกเรือเป็นคนไทย
บิ๊กหวาน ชี้ ปั๊ม 6 แห่งกักตุนน้ำ หลังพบขนถ่ายปลายทาง เปลี่ยนสถานที่-ไม่ยอมจำหน่าย ยังพบลักลอบขายตรงภาค อุตสาหกรรม-เกษตร เพิ่มกำไรอื้อ 10 บาทต่อลิตร ส่วนเรือลอบขายกัมพูชา พบลูกเรือเป็นคนไทย สวมทะเบียนชื่อ โชคชลกร
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 3 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า จากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มาดูสถานีบริการต่างๆ ในช่วงขาดแคลนน้ำมัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้ความสำคัญและห่วงใย ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้มาดูปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ว่ามีการกักตุนหรือเอาเปรียบประชาชนคนไทยหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตที่น้ำมันขาดแคลนจำนวนมาก ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบหมายให้ไปดูสถานีบริการต่างๆ ในช่วงที่เกิดเหตุวิกฤต จากการสุ่มสถานีบริการที่มีการปิดตัวลง และตรวจสอบย้อนลงไปว่า มีสถานีบริการใดที่มีคลังน้ำมันส่งไปยังสถานีบริการการต่างๆ พบว่ามีสถานีบริการ 27 แห่ง 12 จ๊อบเบอร์ ที่ส่งไปยังสถานีบริการน้ำมันที่มีการปิดตัวลงจาก 39 แห่ง ที่ตรวจสอบทั้งหมดพบว่ามีประมาณ 6 แห่งที่น่าสงสัยและเชื่อว่าน่าจะมีการกักตุนน้ำมันและมีการจับกุมเพิ่มเติมในส่วนการขนส่ง
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า โดยวิธีการที่เชื่อว่าจะนำไปสู่การกักตุนและนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน คือคลังน้ำมันมีการแจกจ่ายน้อยลง พบว่าบางคลัง เดือนกุมภาพันธ์เคยจ่ายน้ำมัน 18,000,000 ลิตร แต่ช่วงเดือนมีนาคม จ่ายลดลงเหลือแค่ 11,000,000 ลิตร ขณะที่โรงกลั่น มีการกลั่นน้ำมัน 100% ไม่มีการขาดในตลาด แต่ไปถึงคลังพบน้ำมันขาดเป็นลักษณะการเก็งกำไร
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า มีคลังทางภาคเหนือเคยจ่ายน้ำมัน 2,000,000 ลิตรต่อวัน แต่ช่วงวิกฤตจ่ายแค่ครึ่งนึงประมาณ 1,200,000 ลิตร จากการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ในภาคเหนือตอนล่าง พบว่ามีปัญหาขาดแคลนจำนวนมาก จึงเชื่อว่าจะมีส่วนในการกักตุน ขณะเดียวกันพบว่าคลังน้ำมันบางส่วนไม่มีน้ำมัน จากการตรวจสอบ พบ 4 แห่ง ไม่มีน้ำมันและถูกลดโควต้าลง ขณะที่โรงกลั่นมีการส่งน้ำมันให้เต็มที่ ซึ่งตรงนี้จะมีการตรวจสอบเพิ่มเติม อาจจะเป็นการนำน้ำมันไปไว้ที่อื่น ตรงนี้เป็นประเด็นที่ทำให้คลังน้ำมันไม่มีน้ำมันจ่าย ขณะที่โรงกลั่นมีการส่งน้ำมันตามปกติ
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวอีกว่า มีการตรวจสอบพบจับกุมสถานีบริการน้ำมันใช้วิธีการสั่งน้ำมันแล้วไม่ลงน้ำมัน แต่ข้ามไปจำหน่ายภายนอก ซึ่งได้กำไรมากกว่าหน้าปั๊มลิตรละ 10 บาท เช่น ส่งไปให้ภาคอุตสาหกรรม หรือ ภาคเกษตรกรรม โดยไม่ผ่านหน้าปั๊ม และในช่วงวิกฤต 2 สัปดาห์ มีการสั่งน้ำมันไปลงที่ลาดกระบัง แต่แอบไปลงที่นครสวรรค์ และพบกับมีการกักตุนน้ำมันอยู่หลังปั๊ม จึงเชื่อว่าจะมีพฤติกรรมลักษณะนี้อยู่หลายแห่งแต่อยู่ระหว่างการขยายผล นอกจากนี้ยังพบกันลักลอบการส่งออกน้ำมัน ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยใช้รถบรรทุกน้ำมัน 40,000 ลิตร และจะมีการขยายผลเช่นกัน
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า ส่วนเรื่องเรือประมงที่มีการเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ผ่านติ๊กต็อกของชาวกัมพูชา จากการตรวจสอบพบว่าเรือดังกล่าวเป็นของคนไทย และเชื่อได้ว่าลูกเรือเป็นคนไทย ซึ่งเรือลำดังกล่าวมีลูกเรือทั้งหมด 6 คน ที่สวมทะเบียนชื่อเรือ “โชคชลกร” ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเจ้าของเรือ และจะนำตัวเจ้าของเรือมาสอบอีกครั้งว่าพฤติกรรมดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งออกน้ำมันกลางทะเลหรือไม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พบปั๊ม 6 แห่งกักตุนน้ำมัน ฟันกำไรลิตรละ 10 บาท ตร.ชี้ เรือลอบขายน้ำมันเขมร ลูกเรือเป็นคนไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th