รวบ 2 ผู้ต้องหาเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ พร้อมของกลาง "ค่างแว่นถิ่นใต้"
วันนี้ (2 เม.ย.2569) นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า มอบหมายให้ นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า และนายนาวี ช้างภิรมย์ ผู้อำนวยการส่วนประสานความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติ หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง ประสานความร่วมมือกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) โดย กก.5 บก.ปทส. เข้าจับกุมขบวนการลักลอบขายค่างแว่นถิ่นใต้
ทั้งนี้ เป็นการขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายลักลอบส่งออกสัตว์ป่าชาวอินเดีย 6 คน เมื่อช่วงต้นปี 2567 และการจับกุมตัวการสำคัญ ที่เป็นหญิงชาวอินเดียเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การตรวจพบความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้าชาวไทย ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันปฏิบัติการจนจับกุมผู้ต้องหาชาวไทยได้ 2 คน พร้อมของกลาง ค่างแว่นถิ่นใต้ 1 ตัว ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 90,000 บาท และยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำความผิด ในพื้นที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่นำหมายค้นจากศาลจังหวัดสมุทรสงคราม เข้าขยายผลตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาในพื้นที่ ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม พบสัตว์ป่าประเภทเต่าซูคาต้า 3 ตัว, มาราปาตาโกเนีย 2 ตัว และคาปิบาร่า 6 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าควบคุมที่ไม่ต้องแจ้งการครอบครอง และไม่พบสัตว์ที่ผิดกฎหมายเพิ่มเติม
ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาซื้อค่างแว่นถิ่นใต้ มาจากประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเตรียมส่งต่อให้กับเครือข่ายค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ
เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17 ฐานครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 29 ฐานค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมของกลางและอุปกรณ์การกระทำผิด ส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปทส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับค่างแว่นถิ่นใต้ของกลาง ส่งมอบให้กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป
อ่านข่าว :
"ยศชนัน" เข้าทำเนียบครั้งแรก ควง "จุลพันธ์" ร่วมกินข้าวเที่ยงกับ "นายกฯ"
"เอกนัฏ" จ่อทบทวนตรึงค่าไฟ 3.88 บาท - 7 เม.ย.ถก กบง.ปรับโครงสร้างค่าการกลั่น
ถอดนัยถ้อยแถลง "ทรัมป์" ทำไมต้องโจมตี "อิหร่าน" อีก 2-3 สัปดาห์