โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไออาร์จีซีออกแถลงการณ์ อ้างสังหารทหารสหรัฐ 37 นายระหว่างโจมตียูเออีครั้งใหญ่

เดลินิวส์

อัพเดต 3 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ไออาร์จีซีอ้างสังหารทหารระดับสูงของกองทัพสหรัฐในยูเออี ได้หลายสิบนาย จากการโจมตีครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “ทรู พรอมิส 4” ขณะที่ฝั่งประเทศที่เสียหาย ยังไม่ยืนยันข้อเท็จจริง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการแถลงการณ์ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (ไออาร์จีซี) วานนี้ โดยอ้างความสำเร็จในการโจมตีครั้งใหญ่ต่อเป้าหมายซึ่งเป็นทหารสหรัฐในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และบาห์เรน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางทหารภายใต้ชื่อรหัส “ทรู พรอมิส 4” พร้อมระบุว่าสามารถสังหารนายทหารระดับสูงของสหรัฐได้ถึง 37 นาย ในการโจมตีระลอกที่ 88 และ 89

แถลงการณ์จากโฆษกของไออาร์จีซี ระบุรายละเอียดว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการประสานงานร่วมกันระหว่างการใช้โดรนและขีปนาวุธทางยุทธวิธี เข้าโจมตีจุดรวมพลลับของกองกำลังสหรัฐใกล้กับฐานทัพอากาศอัล-มินฮาด ในเมืองดูไบ โดยอ้างว่าหน่วยข่าวกรองสามารถระบุตำแหน่งทหารอเมริกันราว 200 นาย รวมถึงระดับผู้บัญชาการที่พยายามพรางตัวอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงเขตที่อยู่อาศัยของพลเรือน นอกจากนี้ยังอ้างถึงการโจมตีในประเทศบาห์เรน ซึ่งมีการใช้โดรนและขีปนาวุธถล่มพื้นที่นอกเขตฐานทัพกองเรือที่ 5 ในกรุงมานามา เมืองหลวงของบาห์เรน ส่งผลให้นายทหารเรือระดับสูงของสหรัฐ ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

ไออาร์จีซียังระบุว่า ได้ใช้ขีปนาวุธโจมตีเรือคอนเทนเนอร์ไฮฟอง เอ็กซ์เพรสส์ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอิสราเอล จนเกิดความเสียหายที่ตอนกลางของอ่าวเปอร์เซีย พร้อมทั้งอ้างว่ากองกำลังนาวีได้ทำลายระบบเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้า 2 แห่งในยูเออี และปะทะกับกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น ในมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงโจมตีศูนย์ซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ชีนุกในฐานทัพอัล-อูเดริ ด้วย

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวอ้างทั้งหมดของไออาร์จีซีนี้ ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวที่เป็นกลาง อีกทั้งรัฐบาลสหรัฐรวมถึงทางการของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และบาห์เรน ก็ยังไม่ได้ออกมายืนยันถึงเหตุระเบิด ความเสียหาย หรือตัวเลขผู้เสียชีวิตตามที่ไออาร์จีซีกล่าวอ้างแต่อย่างใด ทำให้หลายฝ่ายมองว่าข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการโฆษณาชวนเชื่อทางการทหารเท่านั้น

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...