โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MONSTA X กลับมาปลุกพลังความคิดถึง ระเบิดพลังทำถึงระดับ X ในเวิลด์ทัวร์ [THE X : NEXUS] IN BANGKOK

The Momentum

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

คุณเคยเฝ้ารอที่จะพบกับใครคนหนึ่งนานแค่ไหน

บางคนอาจรอคอยในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 วัน 1 สัปดาห์ 1 เดือน หรือนานถึง 1 ปี

สำหรับแฟนคลับของวง MONSTA X แล้ว การรอคอยครั้งนี้ยาวนานถึง 7 ปี ทว่าไม่ได้รอคอยแค่คนคนเดียว แต่พวกเรารอคอย ‘พวกเขา’ ทั้ง 6 คนกลับอีกครั้ง หลังจากครั้งล่าสุดที่ได้เจอกันใน MONSTA X WORLD TOUR ‘WE ARE HERE’ IN BANGKOK ปี 2562

หลังจากฝากความคิดถึงไว้ให้เฝ้ารอมานาน ในวาระพิเศษฉลองครบรอบ 11 ปีของการเดบิวต์ MONSTA X ประเดิมเวิลด์ทัวร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่แรกในประเทศไทยกับ ‘2026 MONSTA X WORLD TOUR [THE X : NEXUS] IN BANGKOK’ ในวันที่ 7 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี สร้างสรรค์โปรเจกต์โดยผู้จัด Be Hear Now ที่จัดเต็มให้สมกับความคิดถึง และการรอคอยของมอนเบเบ้ (MONBEBE คือชื่อแฟนคลับของ MONSTA X) ชาวไทยที่ยาวนานถึง 7 ปี

ท่ามกลาง แสง สี เสียง และกราฟิกสุดเท่ เพียงวินาทีแรกที่เพลง DRAMARAMAที่ดังขึ้น แฟนคลับก็แทบจะเครซีกันทั้งฮอลล์ เพราะการเปิดเวทีที่ฮอตระเบิดของสมาชิกในวงทั้ง 5 คน อย่าง ชยอนู (Shownu), มินฮยอก (Minhyuk), กีฮยอน (Kihyun), ฮยองวอน (Hyungwon) และจูฮอน (Joohone) สร้างความตื่นเต้นและตื้นตันใจที่ได้เห็นพวกเขาอีกครั้ง แม้ว่าน้องเล็กสุดของวงอย่าง ไอเอ็ม (I.M) จะไม่ได้มาด้วยเพราะเข้ากรมรับราชการทหารก็ตาม

ท่ามกลางเสียงกรี๊ดต้อนรับของแฟนคลับอย่างมอนเบเบ้ ที่ดังทะลุเดซิเบล หนุ่มๆ ที่พลังเหลือล้นก็ระเบิดเพอร์ฟอร์แมนซ์ในแบบ MONSTA X ที่ทุกคนคิดถึง พร้อมตามมาด้วยเพลง Love Killa, Rush Hour, LONE RANGERและ Catch Me Nowที่ทำเวทีเร่าร้อนจนลุกเป็นไฟ

“สวัสดีครับ พวกเรา MONSTA X ครับ” เมื่อปลุกใจให้เหล่ามอนเบเบ้ร้อนระอุกันเต็มที่ ทั้ง 5 หนุ่มก็ทักทายมอนเบเบ้ให้หายคิดถึงกันอย่างพร้อมเพรียง ก่อนที่จะแนะนำตัวแต่ละคนด้วยภาษาไทยที่ตั้งใจเรียนมาทั้งคืน ไม่ว่าจะ ‘คิดถึงนะครับ’, ‘เริ่ดเลยล่ะ’, ‘ผมรักคุณ’ และ ‘วันนี้ผมจะไม่กลับบ้าน’ พร้อมทั้งยังไม่ลืมกล่าวขอโทษมอนเบเบ้อย่างจริงใจ ที่อุตส่าห์ตั้งตารอคอยพวกเขานานถึง 7 ปี และสัญญาว่า คอนเสิร์ตวันนี้จะตั้งใจเต็มที่ เพื่อตอบแทนความรักและการรอคอยที่มอนเบเบ้มอบให้

หลังจากพูดคุยกันจนหายคิดถึงแล้ว สเตจต่อไปก็เริ่มได้เลย กับช่วงเวลาโยกไปกับกรูฟเบาๆ โดยเบิกขาไมค์มาเพิ่มความคาริสมาในเพลง MIDDLE OF THE NIGHT,Deny และANDก่อนจะเปลี่ยนเวทีให้เต็มไปด้วยไวบ์ของงานปาร์ตี้ ตื๊ดกันให้สุดกับเพลงDo What I Want, N the Frontและ Tuscan Leather เพลงใหม่จากอัลบั้ม[THE X] ที่จูฮอนแต่งเองกับมือ และพักเบรกให้ชม VCR สุดเท่ที่พวกเขาเตรียมมาโดยเฉพาะ ซึ่งมอนเบเบ้ชาวไทยก็ไม่ลืมแสดงเอเนอร์จีเต็มร้อย กรี๊ดดังทะลุอินเอียร์ทำ 5 หนุ่มทึ่งจนเอ่ยชมยกใหญ่ว่า “เอเนอร์จีดี”

นอกจากนั้นยังไม่พอ ฮยองวอนยังปากหวานชมเป็นภาษาไทยอีกว่า “เธอสวยมาก” ก่อนจะเข้าเพลง Beautiful และ Nobody Elseที่เพิ่มความสวยงามให้กับการพบเจอกันในครั้งนี้ของทั้งศิลปินและแฟนคลับ

อีกหนึ่งพาร์ตที่มอนเบเบ้รอคอยคือ สเตจโซโลของแต่ละคน ซึ่งเปิดด้วยหัวหน้าวงและพี่ใหญ่ของวงอย่างชยอนูที่มากับเพลง Around & Goเน้นเพอร์ฟอร์แมนซ์ล็อกท่าเต้นเป๊ะสมกับเมนแดนซ์ และเสริมด้วยเสียงร้องนุ่มๆ ที่ทำให้ทุกคนตราตรึงใจ

ต่อมาที่เพลงHowlingซึ่งโชว์พลังเสียงดีไม่มีตกจากเมนโวคอลอย่างกีฮยอนที่เซตผมขึ้นเผยความหล่อเนี๊ยบ มาพร้อมกับชุดสูทเข้ารูปที่ทำให้แฟนๆ ใจสั่น

ด้านฮยองวอนผู้ครองตำแหน่งคาริสมา ก็ไม่พลาดกับโชว์ที่เผยเสน่ห์อันแสนลึกลับจากเพลงอย่างNO AIRที่ความเซ็กซี่นี้ทำเอาแฟนๆ ใจเต้นโครมครามและแทบขาดอากาศหายใจของจริง!

ก่อนที่มินฮยอกจะมาช่วยเติมพลังงานชีวิตกับโชว์สุดฮีลลิง ในเพลง Reachingที่เนื้อเพลงพาสลับมุมมองจำลองให้เขากลายเป็นมอนเบเบ้ ทำให้ทุกคนซาบซึ้งใจจนน้ำตาคลอ และเพิ่มดาเมจด้วยการเล่นกีตาร์โชว์ความเท่ ชวนให้มอนเบเบ้ยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว

ปิดท้ายแบบเดือดๆ เอาให้มอนเบเบ้นั่งไม่ติดเก้าอี้ กับโชว์เพลง STINGและ Touch the Skyจากจูฮอนที่แรปอย่างดุเดือดจนไฟแลบ ส่งพลังให้มอนเบเบ้ร้องเชียร์ไม่หยุดจนแทบหยุดหายใจอีกครั้ง

ผ่านมากว่าครึ่งทาง ความสนุกสุดมันสุดเหวี่ยงยิ่งเพิ่มขึ้น ทั้ง 5 หนุ่ม MONSTA X และมอนเบเบ้พลังงานไม่มีลด หลังจากหนุ่มๆ ถามมอนเบเบ้ด้วยความเอาใจใส่ว่าทุกคนโอเคไหมที่พวกเขาแบ่งท่อนร้องของไอเอ็มไป เมื่อทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าโอเค MONSTA X ก็เสิร์ฟความสนุกกันต่อกับเพลง Autobahn, Burning Up, Beautiful Liar, Alligatorและ Shoot Out ที่สนุกสุดเหวี่ยงจนมินฮยอกตะโกนภาษาไทยว่า “วันนี้ผมจะไม่กลับบ้าน” ออกมาหลายครั้ง

หลังจากทุกคนกำลังมันส์ได้ที่ ความสนุกก็ได้เดินทางมาถึงช่วงเวลาสุดท้ายของคอนเสิร์ต ทั้ง 5 หนุ่มเปิดตัวกลับมาในฮอลล์อีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากมอนเบเบ้ พร้อมทำเซอร์ไพรส์ด้วยการปรากฏตัวอย่างใกล้ชิดด้านล่างเวที เดินไปสบตาและจับมือกับแฟนๆ อย่างทั่วถึงทั้งฮอลล์ และร้องเพลง Oh My! และ Rodeoก่อนที่จูฮอนจะบอกว่า “ผมจะเครซี” แล้วชวนทุกคนกระโดดไปแตะขอบฟ้ากับเพลง Stand Up และปิดท้ายคอนเสิร์ตนี้ด้วยเพลง Fire & Iceที่เหล่ามอนเบเบ้ร่วมใจกันทำทะเลดาวหลากสี จากแสงแฟลชส่องให้ทั้งฮอลล์มีแสงระยิบระยับเต็มไปหมด

นอกจากนี้มอนเบเบ้ยังเตรียม VCR ที่บอกเล่าความคิดถึงตลอด 7 ปีที่ผ่านมาให้ MONSTA X ได้รับรู้ พร้อมกับข้อความที่เต็มไปด้วยความรักว่า “ไม่ใช่แค่ 11 ปี แต่จะอยู่ด้วยกันไปอีก 100 ปี” ทำเอาทุกคนซึ้งใจด้วยความรู้สึกขอบคุณมอนเบเบ้ที่ยังรักพวกเขา และมอบ ‘ความกล้า’ พลังในการเดินเริ่มต้นเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ ถือเป็นของขวัญส่งท้ายเพิ่มเติมความประทับใจให้ MONSTA X ได้ขนกลับบ้านไปอย่างเต็มอิ่ม

“พวกเรากลับมาประเทศไทยในรอบ 7 ปี แต่ทุกคนก็ยังสนุกกับพวกเราอย่างเต็มที่ ต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี พวกเราขอบคุณมากๆ ครับ เป็นการเริ่มต้นเวิลด์ทัวร์แรกที่ประเทศไทย ด้วยพลังของแฟนๆ ชาวไทย ทำให้พวกเราคิดว่า น่าจะจบทัวร์ครั้งนี้ได้อย่างดีเลยครับ ขอบคุณที่มอบความกล้าให้พวกเรา พวกเราจะกลับมาและทำการแสดงให้ทุกคนดูอีกครั้ง ขอบคุณมากๆ รักนะครับ”

เป็นการปิดท้ายคอนเสิร์ต ‘2026 MONSTA X WORLD TOUR [THE X : NEXUS] IN BANGKOK’ ในประเทศไทยที่เต็มไปด้วยความรัก ความคิดถึง ความร้อนแรง และความอบอุ่น สลักลงในใจด้วยรอยยิ้มและน้ำตาให้ทุกคนจดจำไปอีกนานแสนนาน เรียกได้ว่าเป็น 7 ปีที่คุ้มค่าต่อการรอคอยของมอนเบเบ้ชาวไทย ที่ได้สร้างพลังใจให้ MONSTA X เริ่มต้นเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ได้อย่างสวยงาม

PHOTO BY: STARSHIP Entertainment

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...