‘กลุ่มโรงกลั่นฯ’ ยืนยันน้ำมันไม่ขาดแคลน งัด 4 กลยุทธ์รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง
The Bangkok Insight
อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 05.20 น. • The Bangkok Insight"กลุ่มโรงกลั่นฯ" ยืนยันน้ำมันไม่ขาดแคลน ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 95 วัน พร้อมงัด 4 กลยุทธ์รับมือวิกฤติตะวันออกกลาง
กลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม (ส.อ.ท.) แจงข้อเท็จจริง แผนรับมือวิกฤติตะวันออกกลาง เดินหน้าจัดน้ำมันเสริมความมั่นคงด้านพลังงานประเทศต่อเนื่อง ยันปริมาณน้ำมันสำรองมีเพียงพอ พร้อมปรับแผนบริหารจัดหาน้ำมันดิบนอกเส้นทางขนส่งในตะวันออกกลาง ป้อนเข้าโรงกลั่นทุกแห่งได้อย่างต่อเนื่อง ร่วมมือรัฐติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
รายงานข่าวจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้รายงานสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ สถานการณ์ความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะใน “การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง” ให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ภายใต้ความไม่แน่นอนของราคาน้ำมันตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยกลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ในฐานะผู้ประกอบกิจการกลั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหลักของประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในประเด็นต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและความเข้าใจผิดในการบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศใน 4 กลยุทธ์ ได้แก่
- ปริมาณน้ำมันสำรองระดับประเทศมีเพียงพอรองรับการใช้งาน
- การดำเนินการเชิงรุกด้านการขนส่งทางเรือ
- การจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความผันผวน
- ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ เพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
ทั้งนี้ ในการสำรองน้ำมันของไทยยืนยันว่า มีเพียงพอรองรับการใช้ในประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองทั้งที่มีอยู่ในประเทศและอยู่ระหว่างการขนส่งสอดคล้องกับรอบการจัดหาและรอบการผลิตใหม่ ทำให้ระบบการผลิตและจัดส่งน้ำมันสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณน้ำมันมีเพียงพอต่อความต้องการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนด้านการขนส่งทางเรือเป็นการทำงานเชิงรุก แม้ว่าสถานการณ์โลกอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักอย่าง "ช่องแคบฮอร์มุซ" (ซึ่งเป็นทางผ่านของน้ำมันดิบประมาณ 20% ของโลก) แต่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ จัดทำแผนสำรองในการปรับเปลี่ยนแหล่งจัดหาไว้แล้ว โดยสามารถจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นที่ไม่ได้ผ่านเส้นทางดังกล่าว เช่น ทวีปแอฟริกา ทวีปอเมริกา เป็นต้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบเข้าสู่ระบบการกลั่น ควบคู่ไปกับการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของภาวะตลาดพลังงานที่มีผลต่อต้นทุน ด้านต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ (Crude Premium) ค่าขนส่งทางเรือ (Freight) และค่าประกันภัย แต่กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังคงเดินหน้าจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้าและเดินเครื่องการผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเชื้อเพลิง รองรับความต้องการใช้ในประเทศเพียงพออย่างแน่นอน
ในภาวะวิกฤติครั้งนี้กลุ่มโรงกลั่นฯ ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับภาครัฐ เพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์และรักษาเสถียรภาพทางพลังงานให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมมีน้ำมันเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอในทุกสถานการณ์
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันในระบบที่สามารถรองรับการใช้งานได้ประมาณ 65 วัน และ กลุ่มโรงกลั่นฯ ยังมีการจัดซื้อน้ำมันดิบ เพื่อนำมาผลิตต่อเนื่องอีกกว่า 30 วัน ส่งผลให้เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว ประเทศไทยมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 95 วัน ทั้งนี้ กลุ่มฯ โรงกลั่นฯ ยังคงดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเสถียรภาพทางพลังงานให้กับประเทศในระยะยาว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘กระทรวงพลังงาน’ ยันค่าการกลั่นพุ่งเป็นกลไกปกติ ไม่มีผลต่อราคาน้ำมัน
- ‘กลุ่มโรงกลั่นฯ’ ยันน้ำมันสำรองไทยเพียงพอ ใช้ได้ 95 วัน ปรับแผนจัดหา รับมือสถานการณ์โลก
- ‘พิพัฒน์’ เรียกถกกลุ่มโรงกลั่นพรุ่งนี้ หลังค่าการกลั่นพุ่ง 6 บาท ลุ้นขยับดีเซล!
ติดตามเราได้ที่