โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แฉกลโกงจองล็อก "พลุพัทยา" แม่ค้าสูญ 2 แสน อ้างสนิทคนในเมือง คดีไม่คืบ

Amarin TV

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 02.34 น.
ร้องเรียนวุ่น! แม่ค้าแฉกลโกงจองล็อกขายของ เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา สูญ 2 แสน อ้างสนิทคนในเมือง แจ้งความแล้วคดีเงียบ

ร้องเรียนวุ่น! แม่ค้าแฉกลโกงจองล็อกขายของ เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา สูญ 2 แสน อ้างสนิทคนในเมือง แจ้งความแล้วคดีเงียบ

เมื่อเวลา 03.19 น. วันที่ 14 มี.ค. 69 น.ส.ปานตา กิจสม อายุ 33 ปี นำหลักฐานสลิปโอนเงิน พร้อมบันทึกประจำวัน เข้าแจ้งความเข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวในพื้นที่เมืองพัทยา หลังถูกหลอกให้จองล็อกขายของภายในงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา สูญเงินรวมกว่า 200,000 บาท แต่จนถึงขณะนี้คดีที่แจ้งไว้กลับยังไม่มีความคืบหน้า

น.ส.ปานตา เล่าว่า ตนเป็นแม่ค้าขายอาหาร และรู้จักกับบุคคลหนึ่งที่อ้างว่าสนิทกับคนทำงานในเมืองพัทยา ซึ่งเคยช่วยจัดหาล็อกขายของให้ตนมาแล้วครั้งหนึ่ง และได้จริงจึงทำให้เกิดความเชื่อใจ

ต่อมาในช่วงเดือน พ.ค. บุคคลดังกล่าวได้ติดต่อมาชวนให้จองล็อกขายของในงานเทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยาอีกครั้ง โดยระบุว่ามีล็อกราคาถูก ให้เลือกตนจึงตกลงจอง 1 ล็อก ก่อนที่กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่รู้จักกันจะฝากให้ช่วยหาล็อกเพิ่มจึงทำให้ตนรับจอง และโอนเงินต่อให้รวมทั้งหมด 28 ล็อก

โดยราคาล็อกมี 2 โซนหลัก ได้แก่ โซนหน้าชายหาดบริเวณฮาร์ดร็อคพัทยาเริ่มต้นประมาณ 9,000 บาท โซนชายหาดตรงข้ามศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยาสูงสุดประมาณ 17,000 บาท การโอนเงินเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือน พ.ค. จนถึงเดือน ต.ค. รวมเป็นเงินกว่า 200,000 บาท

ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนพยายามสอบถามมาตลอดว่าล็อกได้จริงหรือไม่ และขอพบผู้ที่อ้างว่าเป็นคนจัดหาล็อก แต่ได้รับคำตอบเลี่ยงตลอด โดยอ้างว่าผู้จัดหาเป็นลูกน้องของบุคคลใกล้ชิดผู้บริหารเมืองพัทยา และกำลังขับรถให้นายอยู่ที่ชลบุรี

กระทั่งช่วงก่อนเริ่มงาน เจ้าหน้าที่เริ่มนำเต็นท์มาตั้งบริเวณชายหาด ตนจึงไปตรวจสอบที่โซนหน้าชายหาดใกล้ฮาร์ดร็อคพัทยา ซึ่งตามข้อตกลง ตนต้องได้ 13 ล็อก แต่เมื่อไล่ตรวจรายชื่อกลับไม่พบชื่อตน หรือกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าแม้แต่ล็อกเดียว

เมื่อสอบถามกลับไปผู้ที่รับเงินอ้างว่า “เต็นท์ยังตั้งไม่ครบให้รอก่อน” แต่เมื่อตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดก็ยังไม่พบเช่นเดิมจึงขอเงินคืน

ฝ่ายคู่กรณีเสนอคืนเงินเพียง 88,000 บาท โดยอ้างว่าต้องหักค่าประกันเหมือนการเช่าบ้าน แต่ตนไม่ยอม เพราะโอนเงินเต็มจำนวน และมีหลักฐานสลิปทุกครั้ง หลังจากนั้นอีกฝ่ายเริ่มเงียบหายติดต่อไม่ได้

ผู้เสียหายพยายามติดต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องหลายคน ทั้งผู้ที่ใช้ชื่อ “เมฆกิตติพงศ์” และ “พงศธร หรือ ปาล์ม” แต่ไม่ได้รับคำตอบมีเพียงการบอกว่า “กำลังตามเรื่องให้อยู่”

สุดท้าย น.ส.ปานตาจึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองพัทยา ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา เพื่อให้ติดตามตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี แต่จนถึงปัจจุบันเรื่องยังเงียบไม่มีความคืบหน้า

ผู้เสียหายฝากเตือนพ่อค้าแม่ค้าให้ระวังการจองล็อกขายของผ่านบุคคลกลาง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ และอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามคดี เนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายที่ฝากเงินผ่านตนเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...