กรมอนามัย เตือน เม.ย. – พ.ค. ค่าดัชนีความร้อนพุ่งสูงอยู่ในระดับเตือนภัย
เสี่ยงเกิดโรคจากความร้อน อันตรายถึงชีวิต แนะ เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง-ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ
วันนี้ (14 มี.ค. 69) พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาเฝ้าระวังสถานการณ์ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งเป็นค่าความร้อนที่ร่างกายรู้สึกได้จริง ใช้บ่งชี้ระดับความเสี่ยงที่ร่างกายอาจได้รับผลกระทบจากความร้อน คำนวณจากอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ ต่างจากอุณหภูมิทั่วไปที่วัดเพียงระดับความร้อนหรือความเย็นของอากาศ
ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีค่าดัชนีความร้อนสูงสุด 59.5 องศาเซลเซียส มีผู้เสียชีวิตจากความร้อน 21 คน ขณะที่ปี 2569 คาดว่าสถานการณ์ความร้อนมีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา โดยค่าดัชนีความร้อนอาจอยู่ในระดับเตือนภัย (33.0–41.9 °C) ถึงอันตรายมาก (มากกว่าหรือเท่ากับ 52.0 °C) ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคจากความร้อน เช่น ผื่น ตะคริว ลมแดด เพลียแดด และฮีทสโตรก รุนแรงอาจทำให้เสียชีวิตได้
ทั้งนี้ กรมอนามัยแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ผู้ที่มีภาวะอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช รวมถึงผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง ดูแลสุขภาพและป้องกันอันตรายจากความร้อน ด้วย 7 วิธี ได้แก่
1) หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะช่วง 13.00–16.00 น.
2) ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6–8 แก้วต่อวัน โดยไม่ต้องรอให้กระหายน้ำ
3) งดดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม
4) สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี สวมหมวก และใช้ร่มกันแดด
5) ผู้รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาแก้คัดจมูก ยาขับปัสสาวะ ยารักษาจิตเวช ควรสังเกตอาการตนเอง เพราะยาอาจมีผลต่อการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย
6) ผู้ที่ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรทำกิจกรรมเป็นกลุ่มเพื่อช่วยสังเกตอาการผิดปกติ
7) ผู้สูงอายุควรดื่มน้ำบ่อย ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด
พญ.อัมพร ย้ำว่า หากพบผู้มีอาการผิดปกติ เช่น ผิวหนังร้อนแดง ชีพจรเต้นเร็วและแรง ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง ซึมลง หรือหมดสติ ให้รีบปฐมพยาบาลโดยใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบบริเวณหลังคอ รักแร้ และขาหนีบเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายอย่างรวดเร็ว และรีบนำส่งโรงพยาบาล หรือโทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669 ทันที