โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SACITอัปเกรดหัตถกรรมไทยสร้างมูลค่าเพิ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ไทยโพสต์

อัพเดต 24 มีนาคม 2569 เวลา 2.24 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

SACIT เดินหน้ายกระดับวงการงานคราฟต์ โชว์ความสำเร็จ SACIT Craft Collection 2026 พร้อมลุยเครื่องเดินหน้ารับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมอย่าง มั่นใจสร้างมูลค่าเพิ่ม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และดันยอดส่งออกปี 2569 ให้พุ่งทะลุเป้า

23 มี.ค. 2569 -นาย อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (สศท.) หรือ SACIT เปิดเผยว่า การรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection 2026 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการระดมสมองผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปหัตถกรรมไทยในทุกสาขา เพื่อจัดทำการรับรองผลิตภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้มีรูปแบบการสร้างสรรค์ที่เป็นสากล และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกที่มองหาสินค้าหัตถกรรมที่มีความสวยงาม โดดเด่น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

สำหรับปี 2569 SACIT ได้สานต่อความสำเร็จ เดินหน้าจัดทำการรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection 2026 มีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้ ยอมรับ และเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่ได้รับการรับรอง ภายใต้ SACIT Craft Collection เป็นผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และใช้ประโยชน์ได้จริงในปัจจุบันอย่างร่วมสมัย รวมทั้งส่งเสริมให้การรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection เป็นที่ยอมรับ และสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตามการรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วยคือ 1. Master Craft หรือหัตถศิลป์ระดับประเทศ 2. Trendy Craft : นวัตศิลป์เพื่อตอบสนองความต้องการของปัจจุบันและอนาคต ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่ต่อยอดองค์ความรู้ และ 3. Conscious Craft : หัตถกรรมรักษ์โลก ส่วนหลักเกณฑ์ในการคดเลือกนั้น ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ ด้านความเป็นเลิศเชิงช่าง , ด้านความสามารถทางการตลาด 3. ด้านความดั้งเดิม หรือ การอนุรักษ์สืบสานองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น , 4. ด้านนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ 5. ความยั่งยืน

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่ได้รับการรับรอง ภายใต้ SACIT Craft Collection จะได้รับสิทธิประโยชน์ในหลายด้าน เช่น ได้รับประกาศนียบัตรรับรองผลิตภัณฑ์ภายใต้ SACIT Craft Collection 2026 รวมถึงคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และจัดแสดงในนิทรรศการพิเศษ ที่ช่วยเพิ่มโอกาสต่อยอดทางธุรกิจ และยังได้รับการสนับสนุนด้านการตลาด การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในระดับนานาชาติ ส่งเสริมและขยายตลาดผ่านช่องทางการขายในรูปแบบ Offline และ Online การจับคู่ทางธุรกิจ ขยายช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศ การประชาสัมพันธ์ในเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชน

นอกจากนี้ จะได้รับ Guarantee Card และ QR Code Tracking ซึ่งเป็นระบบ Digital Product Passport (DPP) หรือ "พาสปอร์ตดิจิทัล" ที่ใช้เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยในระดับสากล โดยระบบนี้ทำงานผ่าน QR Code ที่ติดอยู่กับผลิตภัณฑ์ ที่แสดงถึงการรับรองผลิตภัณฑ์เมื่อสแกน QR Code ผู้ซื้อจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของผลิตภัณฑ์ได้ทันที บอกเล่าเรื่องราวที่มา องค์ความรู้ ภูมิปัญญา เทคนิคเชิงช่าง แนวคิด แรงบันดาลใจ วิธีการใช้งาน และแสดงข้อมูลผู้ผลิต แหล่งที่มาของวัสดุ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อโลก

รวมทั้ง SACIT ยังมีแผนขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ เช่น Crafts Bangkok เป็นเวทีให้ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมพบกับผู้ซื้อโดยตรง และสนับสนุนการขายผ่านช่องทาง Offline และ Online เช่น การวางจำหน่ายผ่าน SACIT Shop, SACIT Shop Appication, Website : sacitshop.com, รวมถึงการร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ห้างสรรพสินค้าและกลุ่มโรงแรมชั้นนำ และการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เวทีเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าในต่างประเทศ และนำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรอง ภายใต้ SACIT Craft Collection จัดเผยแพร่และจัดแสดง ณ งานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เช่น กรุงริยาดห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างการรับรู้ในตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา

นายอนุชา ยังได้กล่าวเสริมว่า ผลจากการดำเนินการจัดการรับรองผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม ภายใต้ SACIT Craft Collection 2026 คาดว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับผู้ผลิตศิลปหัตถกรรมไทยได้ เกิดการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมกว่า 100 ราย และช่วยให้ยอดการส่งออกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยในปีนี้ และยังเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยให้โดดเด่น มีดีไซน์ล้ำสมัย ตอบโจทย์เทรนด์โลก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...