PTL-AJ-SCGP เข้าตา พลาสติกแห่ขึ้นราคา
#PTL-AJ-SCGP #ทันหุ้น – กูรูประเมินสถานการณ์ราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้น แนะกลยุทธ์ดูหุ้นที่มีสต๊อกสินค้าเดิมที่ต้นทุนต่ำ ควบคุมต้นทุนได้ และได้ประโยชน์จากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ฟิล์มพลาสติกอย่าง PTL และ AJ ได้รับอานิสงส์ราคาสินค้าปรับตัวขึ้นตามกลไกตลาด มีกำไรส่วนต่าง ขณะที่ SCGP ได้เปรียบต้นทุนในประเทศ แต่ต้องระวังหุ้นอุปโภคบริโภคที่เน้นการขายในประเทศ
นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า การปรับตัวขึ้นของหุ้นที่ดำเนินธุรกิจฟิล์มพลาสติก และถุงพลาสติก เช่นบริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL, บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJ เป็นไปตามกลไลของหุ้นกลุ่มพลาสติก ที่สามารถปรับเพิ่มขึ้นราคาขายสินค้าตามกลไกตลาด หลังจากราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่โครงสร้างต้นทุนยังค่อนข้างนิ่งจากสต๊อกสินค้าเดิม ประกอบกับมีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว บริษัทจึงสามารถปรับราคาขายกับคู่ค้าได้ทันที และสามารถทำกำไรจากส่วนต่างราคาที่กว้างขึ้นได้อย่างเต็มที่
ปัจจุบันราคาเม็ดพลาสติกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในมุมมองของการลงทุน กลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรง คือ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีต้นน้ำ เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์จะปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบและราคาเม็ดพลาสติกในตลาดโลก ทั้งนี้กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้จะให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีคุณสมบัติ 3 อย่าง คือ 1. มีสต๊อกสินค้าเดิมที่ต้นทุนต่ำ 2. สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างชัดเจน และ 3. ได้ประโยชน์จากราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น
@ระวังหุ้นบริโภคในประเทศ
ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์อย่าง SCGP มีแนวโน้มที่ดีเนื่องจากราคาขายสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดไปแล้ว แต่ต้นทุนวัตถุดิบหลักยังไม่ปรับเพิ่มขึ้นตามในทันที โดยต้นทุนหลักกว่า50-60% คือกระดาษรีไซเคิล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจัดหาภายในประเทศ ทำให้ไม่มีความเสี่ยงเรื่องค่าระวางเรือ
แต่ทั้งนี้เมื่อต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าขึ้นตาม ดังนั้นอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เริ่มลดลง แนะนำให้ระวังหุ้นในกลุ่มConsumer Product หรือกลุ่มหุ้นอุปโภคบริโภคที่เน้นการขายในประเทศ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่แพงขึ้นและภาวะเงินเฟ้อที่กดดันการบริโภค
แนะนำ PTTGC ได้รับประโยชน์โดยเฉพาะในฝั่งที่เป็น Gas-Based เนื่องจากมีส่วนต่างราคาสินค้า (Spread) ที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับ Naphtha-Based ในสภาวะที่ราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้น
@ซัพพลายตึงตัว
นายปรินทร์ นิกรกิตติโกศล นักวิเคราะห์กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า ภาวะเม็ดพลาสติกขาดแคลน ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ปลายทาง เช่น ถุงพลาสติก มีราคาแพงขึ้นอย่างมาก สาเหตุสำคัญมาจากผู้ผลิตรายใหญ่ทั้งในภูมิภาคและต่างประเทศหลายรายได้ประกาศหยุดผลิตชั่วคราว เนื่องจากปัญหาในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบหลักของผู้ผลิต ส่งผลให้ปริมาณซัพพลายในตลาดลดลงและเกิดภาวะตึงตัว
โดยหุ้นแนะนำPTTGC ราคาเหมาะสม 39.00 บาท มีจุดแข็งคือใช้วัตถุดิบก๊าซจากอ่าวไทยในการผลิตปิโตรเคมี ทำให้การผลิตไม่ต้องอ้างอิงหรือพึ่งพาวัตถุดิบจากทางตะวันออกกลางมากนัก และ IVL ราคาเหมาะสม 27.50 บาท เป็นบริษัทที่มีพอร์ตการลงทุนกระจายตัว โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในสหรัฐ จึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง