ยอดจองตั๋วล่วงหน้า “การบินไทย” ลดลง 10% ชูมาตรการ “กบจำศีล” ฝ่าวิกฤติ
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก สายการบินต่างๆ ได้รับผลกระทบทั้งหมด รวมถึงสายการบินไทยด้วย ซึ่งในระยะสั้นยังไม่กระทบมาก จากการติดตามข้อมูลยอดจองบัตรโดยสารเครื่องบินล่วงหน้าเส้นทางต่างๆ ทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศของสายการบินไทย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือน เม.ย.2569 พบว่า ลดลงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุที่ลดลงคาดว่า ผู้โดยสารยังรอดูสถานการณ์ จึงชะลอการตัดสินใจในการเดินทางไปก่อน ส่วนผู้โดยสารที่จองบัตรโดยสารล่วงหน้าไปก่อนที่จะมีสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยังไม่มีการยกเลิกการเดินทางแต่อย่างใด
นายชาย กล่าวต่อว่า เมื่อสถานการณ์ยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด เวลานี้บริษัทฯ จึงต้องใช้มาตรการกบจำศีล เพื่อประคองบริษัทฯ ให้อยู่รอดในช่วงที่มีภาวะวิกฤติ โดยจะอยู่นิ่งๆ ก่อน สิ่งใดลดละเลิกได้ ก็ต้องพิจารณายกเลิก หรือชะลอการลงทุนไปก่อน ต้องใช้เงินให้น้อยที่สุด อาทิ การลงทุนในอุปกรณ์บางอย่าง สิ่งใดยังใช้ได้อยู่ต้องใช้ไปก่อน แต่เชื่อว่าสถานการณ์คงไม่เลวร้ายเท่ากับช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่สามารถทำการบินได้เลย ไม่มีรายได้เข้ามา แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง เครื่องบินยังทำการบินในเส้นทางอื่นๆ ได้ อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป แต่หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อเกิน 2 เดือนนับจากนี้ หรือประมาณเดือน พ.ค.2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบ
นายชาย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสูงขึ้นกว่า 2 เท่าตัว จากเดิมประมาณ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 220 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนหน้านี้บริษัทฯ ได้ปรับค่าตั๋วโดยสารเส้นทางระหว่างประเทศ เพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 10-15% เพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ให้บริษัทอยู่รอดได้ ไม่ได้ฉวยโอกาสขึ้นราคา และไม่ได้สูงกว่าสายการบินรายอื่น ทั้งนี้ราคาค่าโดยสารสามารถปรับได้ตลอดเวลา เส้นทางระหว่างประเทศ ไม่ได้มีเพดานกำหนด เหมือนกับเส้นทางภายในประเทศ ที่ กพท. จะกำหนดเพดานสูงสุด ซึ่งราคาเส้นทางระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงตามกลไกตลาดเสรี
นายชาย กล่าวด้วยว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกยังคงยืดเยื้อ คาดว่าบริษัทฯ อาจต้องทบทวนปรับเป้ารายได้ของบริษัท ซึ่งเดิมตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถทำรายได้รวมในปี 2569 ประมาณ 2 แสนล้านบาท เติบโตประมาณ 5% รวมถึงเป้าหมายปริมาณผู้โดยสาร ที่เดิมตั้งเป้าหมายว่า ขนส่งผู้โดยสารประมาณ 20 ล้านคน อย่างไรก็ตามเป้าหมายใหม่จะเป็นอย่างไร คงต้องรอดูสถานการณ์ในตะวันออกกลางอีกสักระยะ แต่เรื่องการรับมอบเครื่องบินเข้าประจำฝูงบินเพิ่มเติมในปี 2569 อีก 28 ลำ เพื่อให้สิ้นปีนี้มีจำนวนเครื่องบิน 102 ลำ และการลงทุนโครงการพัฒนาศูนย์บำรุงอากาศยาน(MRO) ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ยังคงดำเนินการตามแผน ไม่มีการชะลอ.