โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ติ๊ก ชิโร่” อัปเดตคดีรถชน เผยสภาพจิตใจบอบช้ำ ย้ำไม่ได้หนีหาย แต่งเพลง “เมาไม่ขับ” เตือนสติ

daradaily

อัพเดต 09 ต.ค. 2568 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2568 เวลา 12.30 น.

“ติ๊ก ชิโร่” อัปเดตคดีรถชน เผยสภาพจิตใจบอบช้ำ ย้ำไม่ได้หนีหาย แต่งเพลง “เมาไม่ขับ” เตือนสติ

ก่อนหน้านี้นักร้องชื่อดัง “ติ๊ก ชิโร่” ขับรถตู้ชนรถ จยย. 2 พี่น้องกลางสะพานสูง 10 เมตร เป็นเหตุให้เสียชีวิตและอาการสาหัส ด้านนักร้องดังแสดงความเป็นลูกผู้ชายไม่หนี พร้อมรับสารภาพขับเอง อีกทั้งก้มกราบขอขมาศพ และพ่อแม่ผู้ตาย ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดมีโอกาสเจอนักร้องดังถามถึงอัปเดตคดีความพร้อมสภาพจิตใจ

อ่านข่าวต่อ : “ติ๊ก ชิโร่” ไม่ขอพูดถึงคดีความ แต่ยังไปรายงานตัวตลอด รับสภาพจิตใจยังอ่อนไหวมีผลกระทบกับการใช้ชีวิต

“ผมอาจจะยังพูดเรื่องนี้ไม่ได้มากเพราะว่าในขณะนี้ยังต้องไปรายงานตัวอยู่ตลอด ไม่ได้หนีหายไปไหน แล้วก็ทำตัวอย่างถูกต้องที่สุด ดีที่สุด พูดแล้วน้ำตาจะไหล แต่ถ้าจะขอพูดคือผมได้มีความสำนึกกับเรื่องที่เกิดขึ้น เลยแต่งเพลงขึ้นมาหนึ่งเพลงชื่อว่า “เมาไม่ขับ“ เพื่อสะท้อนความรู้สึกและอยากเป็นตัวแทนของคนที่ใช้ชีวิตทั่ว ไป โดยนำเอาประสบการณ์ชีวิตของเรามาใช้ให้เกิดประโยชน์ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ตั้งใจว่าถ้าเพลงนี้มันมีค่ามากพอที่จะมอบให้กับองค์กรใดๆ ก็จะมอบให้ สิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือร้องเพลงและแต่งเพลง สภาพจิตใจ มันยากมาก มันมีผลกระทบในเรื่องของหัวใจอยู่แล้ว แม้กระทั่งเรื่องหน้าที่การงานด้วย

เรื่องของการเยียวยาก็พยายามทำอย่างสม่ำเสมอและถูกต้องตรงไปตรงมา หวังว่าทุกอย่างจะมีแนวโน้มไปในทางที่ดี ที่ผ่านมาผมก็ทำงานจิตอาสามาตลอด ถ้ามองในมุมของผมก็คือผมช่วยคนอื่นมาตลอด แต่แน่นอนว่าอุบัติเหตุก็ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเรามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบสังคม สิ่งเรานั้นถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งหนึ่งที่อาจจะบั่นทอนความรู้สึก มีผลต่อครอบครัว มีผลต่อคนรอบข้าง แต่ในฐานะที่ผมเป็นคนอดทนสู้ชีวิตมา ผมก็ยังอยากที่จะทำอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์

สิ่งที่กังวลที่สุดตอนนี้ก็พยายามที่จะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม มีรอยยิ้มเสียงหัวเราะ พูดจาน่ารัก ตลกขบขัน เป็นที่รักของเพื่อนพี่น้อง บางครั้งผมก็มีความรู้สึกเหมือนหัวใจโดนลูกศรปักเข้ามาทำให้อ่อนล้า เพราะว่าเราเป็นคนที่มีชื่อเสียง เวลาจะก้าวเดินทำอะไรจะมีคนคอยวิจารณ์อยู่เสมอ แน่นอนว่าเราไม่สามารถที่จะปิดกั้นความคิดของใครในแง่มุมใดได้ ทุกคนก็ย่อมมีมุมที่บางครั้งอ่อนล้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉะนั้นเราต้องยอมรับความจริงและอยู่ต่อให้ได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...