“ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้” ทะลุ 4,000 จุด ครั้งแรกในรอบ 10 ปี แรงหนุนดีลการค้า
"ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้" ทะลุ 4,000 จุด ครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังสหรัฐ–จีนบรรลุข้อตกลงทางการค้าในหลายประเด็น แม้ยังมีเสียงเตือนกระแสฟื้นตัวอาจร้อนแรงเกินจริงและไม่ยั่งยืน
วันที่ 28 ตุลาคม 2568 เวลา 09.29 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่าดัชนี Shanghai Composite Index ของจีนปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 0.1% ในวันอังคาร แตะระดับ 4,000.86 จุด ซึ่งเป็นการทะลุกรอบ 3,000–4,000 จุด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2558 หลังจากที่สหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงทางการค้าในหลายประเด็น รวมถึงเรื่องภาษีศุลกากร ค่าธรรมเนียมการขนส่ง และการควบคุมการส่งออก
แม้ว่าตลาดจะยังผันผวนระหว่างการปรับขึ้นและลง แต่การทะลุระดับ 4,000 จุด ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของความเชื่อมั่นในเชิงบวกที่เริ่มกลับมาในตลาดหุ้นจีน โดยได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าด้านการค้าและกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เตือนว่าความร้อนแรงของตลาดอาจไม่ยั่งยืน เพราะแม้หุ้นจะพุ่งขึ้น แต่การเติบโตของเศรษฐกิจจริงยังไม่สอดคล้องตาม อีกทั้งการคลี่คลายทางการทูตระหว่างจีน–สหรัฐอาจเป็นเพียงระยะสั้น ซึ่งอาจกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายทำกำไรในไม่ช้า
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนรายย่อยชาวจีนมักล้อเลียนว่าดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้ ไม่เคยไปไกลกว่ากำแพง 4,000 จุดได้ และมักต้องพึ่งแรงหนุนจากภาครัฐ เพื่อไม่ให้ร่วงต่ำกว่า 3,000 จุด แม้จะมีนโยบายกระตุ้นตลาดและความตื่นตัวจากความสำเร็จของเทคโนโลยี AI อย่าง DeepSeek แต่ดัชนีก็ยังไม่สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้จนกระทั่งครั้งนี้
อย่างไรก็ดีตลอดทศวรรษที่ผ่านมา การซื้อขายส่วนใหญ่ของตลาดหุ้นจีนยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 3,000–4,000 จุด การทะลุขึ้นเหนือระดับดังกล่าวจึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้นักลงทุน กลับมาประเมินพอร์ตและกลยุทธ์ใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลว่าการปรับขึ้นรอบนี้ ซึ่งได้แรงหนุนจากกระแส AI อาจกำลังร้อนแรงเกินจริง
อ้างอิง : bloomberg.com