FAFO Parenting คืออะไร? ทำไมพ่อแม่ยุคใหม่ในต่างประเทศถึงนิยม
พ่อแม่ยุคใหม่ย่อมต้องการวิธีการเลี้ยงลูกที่ตอบโจทย์เรื่องการส่งเสริมทักษะชีวิตและความมั่นใจให้ลูกได้ลองคิดและตัดสินใจด้วยตัวเอง ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลและความท้าทาย การเลี้ยงลูกแบบที่เปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้จากประสบการณ์จริง จึงกลายเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆปัจจุบันมีแนวทางการเลี้ยงลูกที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มพ่อแม่รุ่นใหม่ในอเมริกา ก็คือ FAFO Parenting ซึ่งมีที่มาจากศัพท์แสลง F*** Around and Find Out ในโซเชียลฯ และนำมาปรับใช้กับการเลี้ยงลูกมากขึ้นเรื่อยๆFAFO Parenting คือแนวทางการเลี้ยงลูกยุคใหม่ที่เน้นการปล่อยให้ลูกได้เรียนรู้จากประสบการณ์และผลลัพธ์จากการกระทำของตัวเองภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของพ่อแม่ โดยแนวคิดนี้กลายเป็นที่สนใจของเหล่าพ่อแม่ยุคใหม่จากรายการพอดแคสต์ Not Gonna Lie ของ Kylie Kelce เธอเล่าไว้ในรายการว่า ลูกสาววัย 3 ขวบของเธอปฏิเสธที่จะใส่เสื้อกันหนาวออกจากบ้านในขณะอากาศนอกบ้านหนาวมาก เธอตัดสินใจปล่อยให้ลูกทำตามต้องการ สุดท้ายลูกสาวของเธอเดินกลับเข้ามาในบ้าน และหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่ด้วยตัวเอง โดยที่เธอไม่ต้องบังคับคุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มคิดว่าจะเป็นการเลี้ยงลูกแบบปล่อยปละละเลย แต่ความจริงแล้วแนวคิดนี้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนของพ่อแม่อย่างมาก แม้จะปล่อยให้ลูกลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยให้คำแนะนำและร่วมแก้ไขปัญหากับลูกเสมอลองมาทำความเข้าใจ 5 ข้อดีของการเลี้ยงลูกแบบ FAFO หรือ F*** Around and Find Out แล้วคุณพ่อคุณแม่อาจนำไปพิจารณาดูว่าเป็นแนวทางสอดคล้องกับเป้าหมายในการเลี้ยงลูกของครอบครัวหรือไม่ดูนะคะ1. ส่งเสริมให้ลูกมีความรับผิดชอบ
หัวใจของ FAFO คือการเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้ว่าทุกการกระทำย่อมมีผลตามมาเสมอ หากลูกเลือกที่จะไม่ทำการบ้าน เขาก็จะต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา เช่น ได้คะแนนสอบไม่ดี ถูกคุณครูทำโทษการเปิดโอกาสให้ลูกได้เผชิญกับสถานการณ์เหล่านี้ด้วยตัวเอง จะทำให้ลูกเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ความรับผิดชอบ’ ได้อย่างลึกซึ้งมากกว่าการที่คุณพ่อคุณแม่คอยบังคับหรือออกคำสั่งเพียงอย่างเดียว2. พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจ
การปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง จะช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ ลูกจะได้เรียนรู้ที่จะชั่งน้ำหนักข้อดีปละข้อเสียก่อนจะลงมือทำสิ่งต่างๆ เช่น หากลูกเล่นของเล่นแบบไม่ถนอม คุณพ่อคุณแม่ควรปล่อยให้ลูกรับรู้ถึงผลที่ตามมา ซึ่งก็คือของเล่นชิ้นโปรดพัง การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเช่นนี้จะช่วยให้ลูกคิดได้อย่างรอบคอบมากขึ้นด้วย3. สร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ
ในโลกแห่งความเป็นจริง ลูกจะต้องเผชิญกับความผิดหวังและความล้มเหลวอยู่ตลอด การเลี้ยงลูกตามแนว FAFO สอนให้ลูกเข้าใจว่าผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว กล้าลองผิดลองถูก จึงช่วยให้ลูกเติบโตแย่างแข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่นทางจิตใจ แม้จะล้มเหลวก็ฟื้นตัวได้ไวพร้อมลุกขึ้นสู้ใหม่4. ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างพ่อแม่และลูก
แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการปล่อยปละละเลยลูก แต่เป็นการอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจเมื่อลูกเผชิญกับผลที่ตามมาจากการกระทำของตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรทำหน้าที่เหมือนเป็นโค้ชที่คอยชี้แนะ ไม่ใช่ผู้ตัดสินที่คอยลงโทษการรับฟังและให้พื้นที่ลูกได้เรียนรู้ จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและไว้วางใจ ซึ่งจะช่วยให้ลูกกล้าที่จะปรึกษาและขอความช่วยเหลือ เมื่อเจอเรื่องที่ยากเกินกว่าจะรับมือในอนาคต5. สอนให้ลูกมีความเป็นผู้นำ
เมื่อลูกได้เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง ลูกจะค่อยๆ พัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ ทักษะการตัดสินใจ รู้จักยอมรับผลของการกระทำ และการเรียนรู้จากความผิดพลาด ซึ่งล้วนเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของการเป็นผู้นำที่ดี การเลี้ยงลูกแบบ FAFO จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่อ่านบทความ: Lighthouse Parenting : แนวทางเลี้ยงลูกแบบส่งเสริมตัวตนและความอิสระอ้างอิงParentsMotherlyNewYorkPost