“จีน” เตรียมส่งออก “สังกะสี” หลังราคาโลกพุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี เปิดช่องเก็งกำไรลอนดอน-เซี่ยงไฮ้
"จีน" เตรียมส่งออก "สังกะสี" หลังราคาโลกพุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี ขณะที่ราคาภายในประเทศยังซบเซา เปิดช่องเก็งกำไรลอนดอน-เซี่ยงไฮ้ นักวิเคราะห์ชี้โอกาสเก็งกำไรระยะสั้นกำลังเปิดกว้าง
วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 09.14 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้ผลิตสังกะสีรายใหญ่ของจีนกำลังเตรียมขายโลหะสังกะสี (zinc) ออกสู่ตลาดต่างประเทศ หลังเกิดช่องว่างราคาพิเศษ (arbitrage window) จากการที่ราคาสังกะสีในตลาดโลกพุ่งสูง ขณะที่ราคาภายในประเทศจีนยังคงซบเซา
ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ราคาสังกะสีในตลาดลอนดอน (London Metal Exchange - LME) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แต่ราคาสังกะสีในตลาดเซี่ยงไฮ้กลับเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน สะท้อนให้เห็นถึงภาวะสองขั้วของอุตสาหกรรม ระหว่างตลาดโลกที่เผชิญภาวะขาดแคลนกับตลาดจีนที่ผลิตล้นและมีอุปสงค์อ่อนแรง
ราคาสังกะสีเงินสด (Cash Zinc) ในตลาด LME พุ่งสูงกว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures) ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะตึงตัวในตลาดตะวันตก โดยส่วนต่างราคาที่เรียกว่า “Backwardation” ซึ่งสะท้อนถึงการขาดแคลนในระยะสั้น อยู่ในระดับรุนแรงที่สุดในรอบ 3 ปี
จีนเตรียมใช้โอกาส Arbitrage ส่งออกสังกะสี หลังตลาดโลกขาดแคลน
จีนเป็นผู้ผลิตสังกะสีรายใหญ่ที่สุดของโลก โลหะชนิดนี้ถูกใช้หลักในการชุบสังกะสีเหล็ก (galvanized steel) จึงได้รับผลกระทบโดยตรงจากการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ
ครั้งล่าสุดที่จีนส่งออกสังกะสีในปริมาณมากคือในปี 2565 หลังการรุกรานยูเครนของรัสเซียส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงและโรงถลุงโลหะในยุโรปต้องปิดดำเนินการชั่วคราว
ขณะนี้หน้าต่างเก็งกำไรระหว่างตลาดกำลังเปิดอีกครั้ง โดยโรงถลุงสังกะสีของจีนบางแห่งเริ่มวางแผนส่งขายให้ผู้ผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามข้อมูลจากเทรดเดอร์ที่ไม่ประสงค์ออกนาม เนื่องจากดีลยังเป็นความลับทางการค้า
Liu Yiting นักวิเคราะห์จากบริษัท Tianfeng Securities Co. เปิดเผยว่า“ขณะนี้มีบางโรงถลุงเริ่มทดสอบการส่งออกล็อตแรกแล้ว แต่เนื่องจากอุปสงค์ในต่างประเทศยังไม่แข็งแรงมาก คาดว่าปริมาณส่งออกอาจไม่เกิน 5,000 ตันต่อเดือน”
นักวิเคราะห์คาดว่า หากจีนเริ่มส่งออกจริง จะช่วยบรรเทาภาวะตึงตัวของตลาดโลก และอาจกดดันให้ราคาสังกะสีในลอนดอนปรับตัวลงในระยะถัดไป
ซัพพลายจีนล้นตลาด ขณะที่ราคาทองแดงพุ่งสวนทาง
ราคาสังกะสีที่พุ่งแรงในช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาทองแดง (Copper) ซึ่งใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากปัญหาการหยุดผลิตในเหมือง แต่ Alice Fox นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Macquarie Group Ltd. ในลอนดอน ระบุว่าราคาทองแดงและสังกะสีจะเริ่มเคลื่อนไหวแยกทางกันในไม่ช้า เพราะภาวะอุปทานล้นตลาดในจีนจะเริ่มกดดันราคาโลหะสังกะสีลง
โรงถลุงสังกะสีและทองแดงของจีน ซึ่งหลายแห่งมีความเชื่อมโยงกับรัฐ ได้พิสูจน์แล้วว่ามีความสามารถในการป้องกันและขยายส่วนแบ่งตลาดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้นโยบายของรัฐบาลปักกิ่งที่ให้ “ความมั่นคงด้านวัตถุดิบ” สำคัญกว่าความสามารถทำกำไร
ณ เวลา 10.09 น. (ตามเวลาเซี่ยงไฮ้) ราคาสังกะสีในตลาด LME ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.3% อยู่ที่ 3,012 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
ในอีกด้านหนึ่ง ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันว่าเป็นฝ่ายต้องขยับก่อน ท่ามกลางการนับถอยหลังสู่การเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่
จีนซึ่งเคยวิจารณ์สหรัฐ เรื่องการควบคุมส่งออกระยะไกล (long-arm jurisdiction) ขณะนี้เริ่มตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกัน โดยล่าสุดจีนประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมท่าเรือให้กับเรือที่สร้างในจีนแต่เป็นของบริษัทสหรัฐ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางพาณิชย์ในบางส่วน
อ้างอิง : www.bloomberg.com