โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับไทยเข้าห่วงโซ่แร่หายากสหรัฐ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ย. 2568 เวลา 02.13 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2568 เวลา 02.13 น.

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย กับประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับหนึ่ง ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุที่มีความสำคัญในระดับโลก และการส่งเสริมการลงทุน หรือเรียกง่าย ๆ ว่า MOU แร่แรร์เอิร์ท ดูเหมือนว่า MOU ฉบับนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เมื่อฝ่ายสหรัฐแจ้งให้กับกระทรวงการต่างประเทศไทย ทราบว่าสหรัฐต้องการให้ไทยลงนามพร้อม ๆ กับแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่ง ว่าด้วยกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Trade

สาระสำคัญของ MOU แร่แรร์เอิร์ทที่เขียนไว้ก็คือ ความร่วมมือในการลงทุนและการค้า ในการสำรวจ สกัด แปรรูป กลั่น และการรีไซเคิลแร่หายาก โดยให้ภาคีทั้ง 2 ประเทศมีสิทธิที่จะพิจารณาโครงการลงทุนที่ประเทศภาคีจะเสนอเข้ามาเป็นอันดับแรก รวมไปถึงการขายแร่แรร์เอิร์ทที่อาจจะเกิดขึ้นโดยบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย โดยมีขอบเขตความร่วมมือตั้งแต่การแลกเปลี่ยนข้อมูล การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การออกใบอนุญาต/ลดขั้นตอน การแลกเปลี่ยนข้อมูลในเรื่องของราคาแร่ การคุ้มครองตลาด และการค้าแร่แรร์เอิร์ทอย่างเป็นธรรม

แน่นอนว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีความตกลง/บันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการค้าขายแร่แรร์เอิร์ทในลักษณะที่คล้าย ๆ กันนี้ แต่สหรัฐยังลงนามกับญี่ปุ่น มาเลเซีย ออสเตรเลีย ท่ามกลางสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อจีนเข้ามากำกับการขายแร่แรร์เอิร์ท ซึ่งจีนเป็นผู้ครอบครองแร่รายใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งปริมาณสำรอง กระบวนการแปรรูป/แต่งแร่ และตัวแร่มากกว่าร้อยละ 70

ขณะที่สหรัฐเป็นประเทศที่มีความต้องการใช้แร่แรร์เอิร์ทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เมื่อจีนประกาศเข้ามาควบคุมการส่งออกแร่แรร์เอิร์ท จึงจุดชนวนให้สหรัฐขู่ที่จะขึ้นภาษีสินค้าจีนเพิ่มขึ้นอีก 100% ทันที

ทว่าข้อเท็จจริงของประเทศไทยก็คือ จากแร่แรร์เอิร์ทในกลุ่มธาตุ 17 ชนิด พบการกระจายตัวอยู่ 2 ชนิดคือ Monazite กับ Xenotime ซึ่งปริมาณที่พบนั้น “กระจัดกระจายและน้อยจนไม่คุ้มค่าเชิงพาณิชย์และการทำเหมือง” โดยมีเอกชนที่สนใจยื่นอาชญาบัตรสำรวจแร่ในกลุ่มนี้เพียง 7 ราย และยังไม่มีรายใดที่ยื่นขอประทานบัตรเพื่อขุดแร่เหล่านี้เลย

นั่นเท่ากับว่า MOU ที่ลงนามไว้กับสหรัฐไม่ได้มุ่งหวังที่จะให้นักลงทุนสหรัฐได้สิทธิเข้ามาทำเหมืองแร่เป็นคนแรก แต่เป็นความต้องการที่จะนำประเทศไทยเข้าสู่ “ห่วงโซ่อุปทาน” แร่หายากจากการที่ไทยมีโรงแต่งแร่ที่มีศักยภาพในการแปรรูป/แต่ง หรือสกัด ซึ่งจะนำมาสู่การซื้อขายแร่หายากต่อไปในอนาคต หรืออีกนัยหนึ่งก็คือความพยายามของสหรัฐที่จะหนีการปิดล้อมแร่หายากจากจีนนั่นเอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับไทยเข้าห่วงโซ่แร่หายากสหรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...