เปิดรับสมัครแล้ว! ทุนวิจัยเต็มจำนวนที่อเมริกา ‘U.S.-ASEAN Visiting Scholar (USAS)’ ประจำปี 2026
สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่า~ วันนี้พี่ลูกหมูมาพร้อมข่าวดีสำหรับอาจารย์ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนจากไทยที่สนใจอยากไปทำงานวิจัยเพื่อขยายขอบเขตความรู้และแลกเปลี่ยน connection ระดับโลก โอกาสดีมาแล้วค่ะ เพราะตอนนี้ทุนจากรัฐบาลอเมริกา‘Fulbright U.S.–ASEAN Visiting Scholar Program (USAS)’ หรือที่หลายคนรู้จักกันว่า “ทุนฟุลไบรท์–อาเซียน” กำลังเปิดรับสมัครของรอบปี 2026 แล้วค่ะ!
ก่อนจะไปดูรายละเอียดคุณสมบัติและวิธีสมัครทุนนี้ พี่ลูกหมูขอพาทุกคนไปดูภาพรวมของโครงการ USAS ให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่าค่า~
U.S.-ASEAN Visiting Scholar (USAS) ประจำปี 2026
มูลนิธิการศึกษาไทย–สหรัฐฯ (Fulbright Thailand) ประกาศเปิดรับสมัครประจำปี โครงการทุน Fulbright ประเภท U.S.-ASEAN Visiting Scholar (USAS) ประจำปี 2026
โครงการนี้เปิดรับคณาจารย์และนักวิจัยมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ บุคลากรจากภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัย (Think Tank) และ องค์กรที่ไม่แสดงหากำไร (NGOs) จากประเทศสมาชิกอาเซียน ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับประเด็นความร่วมมือระหว่าง สหรัฐอเมริกา–อาเซียน (U.S.–ASEAN Issues) เพื่อเดินทางไปทำวิจัย ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลา 3–4 เดือน ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2027
วัตถุประสงค์ของโครงการคือเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และ กระชับความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศสมาชิกอาเซียน โดยทาง Fulbright Thailand จะเสนอชื่อผู้สมัครชาวไทยที่โดดเด่นไม่เกิน 4 คนและการคัดเลือกขั้นสุดท้ายจะดำเนินการโดย U.S. Mission to ASEAN ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย
สาขาการวิจัยที่เปิดรับ
ผู้สมัครสามารถเสนอหัวข้อวิจัยที่สนับสนุนความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ – อาเซียน ในประเด็นกว้างๆ เช่น
- การส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Economic Integration)
- นโยบายและความปลอดภัยด้าน AI (AI Safety and Policy)
- ตลาดคาร์บอน (Carbon Markets)
- ความร่วมมือด้านการเดินเรือ (Maritime Cooperation)
- การแก้ไขปัญหาข้ามพรมแดน (Transnational Challenges)
นอกจากนี้สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึง การศึกษา, การเงิน, เทคโนโลยีอาหาร, วิทยาการสารสนเทศ, วารสารศาสตร์, กฎหมาย, การบริหารรัฐกิจ, สาธารณสุข/สุขภาพโลก, การค้าระหว่างประเทศ และการลงทุน
Note:โครงการที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศผู้เสนอชื่อ (ประเทศไทย) และสอดคล้องกับประเด็นสำคัญของสำนักเลขาธิการอาเซียนและสถานทูตสหรัฐฯ ประจำอาเซียน จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโครงการที่มีขอบเขตกว้างในระดับภูมิภาคอาเซียนค่ะ
มูลค่าทุน & สิทธิประโยชน์
- ค่าใช้จ่ายรายเดือน ตลอดระยะเวลา 3–4 เดือนในสหรัฐอเมริกา
- ค่าเบี้ยเลี้ยงเริ่มต้น (Settling-in Allowance)
- ค่าใช้จ่ายด้านงานวิจัย/ห้องแล็บในมหาวิทยาลัย (ถ้าจำเป็น)
- ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ
คุณสมบัติผู้สมัคร
- มีสัญชาติไทย สุขภาพแข็งแรง
- อายุไม่เกิน 55 ปี ณ วันปิดรับสมัคร
- มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป
- มีความสามารถภาษาอังกฤษดี
- เป็นผู้ที่มีแรงจูงใจสูงและมีประสบการณ์ทำงานในด้าน อาจารย์มหาวิทยาลัย, นักวิจัย, เจ้าหน้าที่รัฐ, ผู้เชี่ยวชาญในภาคเอกชน, สถาบันวิจัย, NGO โดยต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็น U.S.–ASEAN
- ต้องอยู่ในประเทศไทยในช่วงสัมภาษณ์และกระบวนการคัดเลือกทั้งหมด และต้องกลับมาประเทศไทยหลังจบโครงการตามข้อกำหนดของวีซ่า J-1 (ต้องพำนักในประเทศต้นทางอย่างน้อย 2 ปี)
- ต้องมีจดหมายเชิญอย่างเป็นทางการ (Letter of Invitation) จากสถาบันเจ้าภาพในสหรัฐอเมริกา
- ต้องสามารถลางานจากต้นสังกัด เพื่อเข้าร่วมโครงการได้ ระหว่าง 1 ม.ค. – 30 มี.ค. 2027 *สำหรับข้าราชการ ต้องตรวจสอบระเบียบการลาและแจ้งหัวหน้างานก่อนสมัคร
- ต้องสามารถเข้าร่วมการปฐมนิเทศเบื้องต้น (January 2026) และการปฐมนิเทศก่อนเดินทาง (June 2026) ที่จัดโดย Fulbright Thailand
- ต้องมีความพร้อมและความตั้งใจที่จะทำหน้าที่เป็น “ทูตวัฒนธรรมไทย” ในสหรัฐฯ เช่น บรรยายพิเศษ, เป็นวิทยากรสัมมนา, ที่ปรึกษา, หรือเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่สถาบันเจ้าภาพเชิญ เป็นต้น
ใครไม่สามารถสมัครทุนนี้ได้
- เคยได้รับทุนFulbright ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา
- เคยได้รับวีซ่า J-1 ประเภท Professor/Research Scholar ภายใน 2 ปีที่ผ่านมา
- กำลังสอน ศึกษา หรือทำวิจัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา
- ผู้ที่ถือวีซ่าผู้อพยพ (Immigrant Visa), ใบพำนักถาวรในสหรัฐฯ (Green Card) หรือมีสองสัญชาติ (ไทย–สหรัฐฯ)
Note:ผู้ที่ทำงานอยู่ในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องปรึกษากับ Fulbright Thailand ก่อนสมัคร
เอกสารประกอบการสมัคร
- ข้อเสนอการวิจัย (Research Proposal) ความยาว 3–5 หน้า (ในสาขาที่เกี่ยวข้อง ยกเว้นสาขาคลินิก)
- บทความชีวประวัติหรือ Personal Statement ความยาวไม่เกิน 2 หน้า
- บรรณานุกรม (Bibliography) ความยาวไม่เกิน 3 หน้า
- ประวัติย่อ (Resume/CV) ความยาวไม่เกิน 6 หน้า
- สำเนาหน้าพาสปอร์ต หรือบัตรประชาชนไทย
- สำเนา Transcript ฉบับทางการ ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
- จดหมายเชิญอย่างเป็นทางการ (Official Letter of Invitation) จากสถาบันเจ้าภาพในสหรัฐฯ ระบุช่วงเวลาทำวิจัยชัดเจน
- จดหมายรับรอง (Letters of Recommendation) อย่างน้อย 2 ฉบับ
- ผู้สมัครต้องระบุชื่อและอีเมลของผู้แนะนำในระบบออนไลน์
- ระบบจะส่งคำแนะนำและลิงก์ให้อาจารย์ผู้แนะนำส่งจดหมายออนไลน์โดยตรง
Note:เอกสารทั้งหมดต้องเป็นภาษาอังกฤษ รูปแบบ PDF และฟอนต์ Arial ขนาด 11
ขั้นตอนการสมัคร
- สร้างบัญชีออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://apply.iie.org/fvsp2026
- กรอกและส่งใบสมัครออนไลน์รวมถึงเอกสารประกอบการสมัครให้ครบก่อนวันหมดเขตรับสมัคร (16 พฤศจิกายน 2025 เวลา 23.59 น. ตามเวลาประเทศไทย)
กำหนดการ
ปิดรับสมัครออนไลน์ 16 พฤศจิกายน 2025
เวลา 23.59 น. (ตามเวลาประเทศไทย) คณะกรรมการเชิญผู้ผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์ เดือนธันวาคม 2025 ประกาศผลผู้ผ่านการสัมภาษณ์ และเข้าร่วมกิจกรรม ปฐมนิเทศเบื้องต้น เดือนมกราคม 2026 ผู้ผ่านการคัดเลือกขั้นสุดท้ายได้รับการอนุมัติจาก Fulbright Foreign Scholarship Board (FFSB) เดือนมิถุนายน 2026 เดินทางไปทำวิจัยที่สหรัฐอเมริกา ระยะเวลา 3–4 เดือน มกราคม – มีนาคม 2027
Note:
- ระยะเวลาการรับทุนต้องเริ่มระหว่าง1 มกราคม – 30 มีนาคม 2027
- ผู้ได้รับทุนต้องยื่นขอ วีซ่า J-1 เพื่อเข้าร่วมโครงการ โดย Fulbright Thailand จะเป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวก
- การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใดๆ จะทำให้ หมดสิทธิ์ในการพิจารณา
- ไม่อนุญาตให้มีการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) หากตรวจพบจะถูกตัดสิทธิ์ทันที รวมถึงการใช้ AI ต้องมีการระบุอย่างชัดเจน หากไม่แจ้งอาจมีผลต่อการพิจารณา
ช่องทางติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
อีเมล: USAS@fulbrightthai.org
ศึกษารายละเอียดทุนเพิ่มเติมเว็บไซต์ Fulbright Thailand
…………….
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
- X: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
- Facebook: Study Guide ไปเรียนต่อนอกกันเถอะ
- TikTok: @tornokandcourse