โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป.ป.ช. รับไต่สวน "เศรษฐา–ครม." ปมโยกงบ 3.5 หมื่นล้าน เติมเงิน 1 หมื่น

The Better

อัพเดต 31 ต.ค. 2568 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2568 เวลา 10.04 น. • THE BETTER
ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์รับเรื่องสอบ “เศรษฐา” พร้อม ครม. กรณีปรับลดงบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 5 แห่ง วงเงิน 35,000 ล้าน นำไปใช้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “เติมเงินหมื่น” เข้าข่ายฝ่าฝืนกม.การคลังและม. 157

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับไต่สวนข้อกล่าวหานายเศรษฐา ทวีสิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรี และพวก ร่วมกันแปรญัตติปรับลดงบประมาณของสถาบันการเงินเฉพาะกิจทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.), ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท แล้วนำไปเพิ่มเป็นรายจ่ายงบกลางเพื่อนำไปใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของรัฐบาล
ตามข้อกล่าวหาของผู้ร้องระบุว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 มาตรา 9 และมาตรา 20 วรรคแรก (5) โดยมีเจตนาที่จะนำงบประมาณรายจ่ายดังกล่าวไปใช้ในโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ตามนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้ประกาศหาเสียงไว้ เพื่อมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองจนอาจก่อให้เกิดคามเสียหายต่อระบบการเงินการคลังของประเทศ อาจมีมูลเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172

ป.ป.ช.จะทำรายการไต่สวนบุคคลหรือคณะบุคคล ดังนี้
1.นายเศรษฐา ทวีสิน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
2.คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของนายเศรษฐาที่เข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค.67 และมีมติเห็นชอบกับการเสนอขอปรับลดหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568
3.นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และนายกรณินทร์ กาญจโนมัย รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสนอขอปรับลดหรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 5 แห่ง

สำหรับกรณีผู้ถูกร้องรายอื่น คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติดังนี้

1.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของ น.ส.แพทองธาร คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับเรื่องไว้ไต่สวน เนื่องจากขณะนั้นยังไม่ได้เข้าดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี

2.คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 คณะกรรมการ ป.ป.ช.เสียงข้างมากจำนวน 5 ต่อ 2 เสียงมีมติไม่รับเรื่องไว้ไต่สวน เนื่องจากข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏพฤติการณ์และพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าได้มีส่วนร่วมกับผู้ถูกร้องข้างต้นในการปรับลดหรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณของสถาบันการเงินทั้ง 5 แห่ง

3. สส.และ สว.ที่ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับเรื่องไว้ไต่สวน เนื่องจากข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏพฤติการณ์และพยานหลักฐานรับฟังได้ว่ามีส่วนร่วมในการปรับลดหรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณของสถาบันการเงินทั้ง 5 แห่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...