“ญี่ปุ่น” เตรียมออก “สเตเบิลคอยน์สกุลเงินเยน” ครั้งแรก ตั้งเป้า 1 ล้านล้านเยนใน 3 ปี
FSA เตรียมอนุมัติ “JPYC” สเตเบิลคอยน์สกุลเยนภายในฤดูใบไม้ร่วง ใช้สำรองด้วยเงินฝาก–พันธบัตรรัฐบาล รองรับโอนเงินระหว่างประเทศ การชำระเงิน และ DeFi คาดดึงดูดกองทุน–นักลงทุนสถาบัน
วันที่ 18 สิงหาคม 2568 เวลา 00.01 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า สำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) เตรียมอนุมัติการออกสเตเบิลคอยน์สกุลเงินเยนเป็นครั้งแรกเร็วสุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศและธุรกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่
บริษัทฟินเทคสัญชาติญี่ปุ่น JPYC ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว จะลงทะเบียนเป็นผู้ให้บริการโอนเงินภายในเดือนนี้ ขณะที่มูลค่าตลาดรวมของสเตเบิลคอยน์ทั่วโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสกุลดอลลาร์ เพิ่งแตะระดับกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์
สเตเบิลคอยน์เป็นคริปโตเคอเรนซีที่อิงบนเทคโนโลยีบล็อกเชน และมีการผูกมูลค่า 1 ต่อ 1 กับสกุลเงินที่ออกโดยรัฐ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ กฎหมายที่แก้ไขใหม่ของญี่ปุ่นซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 กำหนดให้สเตเบิลคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่อิงสกุลเงิน (currency-denominated assets) แยกจากคริปโตประเภทอื่น ๆ และอนุญาตให้ธนาคาร บริษัททรัสต์ และผู้ให้บริการโอนเงินสามารถออกได้
สเตเบิลคอยน์สกุลเยนใหม่นี้จะใช้ชื่อ JPYC โดยจะผูกค่าเข้ากับเงินเยนผ่านการถือครองสินทรัพย์สภาพคล่องสูง เช่น เงินฝากและพันธบัตรรัฐบาล คาดว่าจะเริ่มจำหน่ายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่การลงทะเบียนธุรกิจโอนเงินแล้วเสร็จ
บุคคลทั่วไป บริษัทเอกชน และนักลงทุนสถาบันที่ต้องการใช้ JPYC จะสามารถสมัครซื้อและชำระเงินได้ จากนั้นโทเคนจะถูกโอนเข้าสู่กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ การใช้งานครอบคลุมทั้งการโอนเงินระหว่างประเทศ เช่น การส่งเงินให้บุตรหลานที่ศึกษาในต่างประเทศ การชำระเงินของภาคธุรกิจ และการให้บริการจัดการสินทรัพย์บนบล็อกเชน (DeFi)
รัฐบาลตั้งเป้าออก JPYC มูลค่า 1 ล้านล้านเยน หรือราว 6.81 พันล้านดอลลาร์ ภายใน 3 ปี โดยปัจจุบันได้รับความสนใจจากหลายฝ่ายแล้ว รวมถึงกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ลงทุนในคริปโต และสำนักงานบริหารสินทรัพย์ของบุคคลมั่งคั่ง การใช้งานที่คาดหวังยังรวมถึง “carry trade” ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย
ปัจจุบันตลาดสเตเบิลคอยน์ทั่วโลกยังคงถูกครอบงำโดยสกุลดอลลาร์ เช่น USDT ของ Tether และ USDC ของ Circle (สหรัฐ) โดยซิตี้กรุ๊ปคาดว่ามูลค่าตลาดจะเติบโตมากกว่า 10 เท่า แตะ 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573
อ้างอิง : asia.nikkei.com