โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พชร-สริศราว์ และน้องเวลท์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ เด็กน้อยผู้เติมเต็มครอบครัว แบ่งปันความรักสู่สังคม

Hello Magazine Thailand

อัพเดต 09 ก.ย 2568 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2568 เวลา 08.04 น. • HELLO! Magazine Thailand

HELLO! ชวนคุณกอล์ฟ-พชร และคุณเนย-สริศราว์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ มาพูดคุยถึงอีกหนึ่งช่วงชีวิตที่มีความสุขที่สุด กับการทำหน้าที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ให้กับน้องเวลท์-ภัคณดิษฐ์ ลิ่วเฉลิมวงศ์ ลูกชายตัวน้อยวัย 7 เดือน ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการการกุศลเพื่อแบ่งปันรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยเด็กโรคปากแหว่งเพดานโหว่ของ ‘ศูนย์พัฒนลักษณ์’ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

ไลฟ์สไตล์คุณพ่อคุณแม่มือใหม่

“ตอนนี้เนยเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ แต่ก็ยังบริหารธุรกิจส่วนตัวหลายธุรกิจ และลงทุนในธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งกำลังร่วมทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่วนตัวเลี้ยงสุนัขอยู่สองตัว รักเป็นลูกเลยก็ว่าได้ เลยมีความอินกับธุรกิจประเภทนี้เป็นพิเศษ ในปัจจุบันการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการก็ทำให้การทำงานง่ายมากขึ้น และมีทีมที่ช่วยดูแล ทำให้สามารถ work from anywhere ได้ง่ายมากขึ้น จึงมีเวลาที่จะใช้ชีวิตกับช่วงเวลาที่พิเศษกับครอบครัวมากขึ้น” คุณเนยกล่าว ก่อนคุณกอล์ฟกล่าวเสริมว่า “ปัจจุบันผมมีทำธุรกิจด้านบริหารสินทรัพย์ (บลจ.) Metha Asset Management ที่ร่วมทำกับพี่ชายผม ชีวิตโดยรวมหลังจากเสร็จธุระและกิจวัตรประจำวันในแต่ละวัน ผมก็อยากใช้เวลากับน้องเวล์ท ที่เป็นเหมือนแหล่งพลังงานพิเศษ ที่แค่เห็นรอยยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะ ก็อิ่มเอมใจ สุขใจที่สุด”

คุณเนยคุณกอล์ฟเริ่มพูดคุยถึงภาพรวมการใช้ชีวิตในช่วงเวลานี้ ขณะอุ้มน้องเวล์ทไว้ในอ้อมแขน

ลูกคือส่วนเติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์

“หลังจากที่รอเขามา 8 ปี ทุกวันนี้ครอบครัวเรามีความสุขมากขึ้น หลังเลิกงานผมจะรีบกลับบ้านเพื่อมาใช้เวลากับลูกและเนยให้ได้มากที่สุด” คุณกอล์ฟกล่าว ก่อนคุณเนยจะกล่าวเสริม “เมื่อก่อนการทำงานอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้น ท้าทาย แต่พอมีลูกรู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่ท้าทายและควบคุมยากที่สุดคือการเลี้ยงเด็ก เพราะงานเป็นอะไรที่เราสามารถแก้ไข พัฒนา และสื่อสารได้ แต่การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง อย่างแรกเขาไม่สามารถสื่อสารออกมา ทำได้แค่ร้องไห้ ซึ่งเราต้องเรียนรู้ในสิ่งที่เขาพยายามจะสื่อสาร มันยากกว่าการคาดการณ์ตัวเลขในธุรกิจมากและใช้ความอดทนสูง ขณะเดียวกันพองานสำเร็จเราจะเอนจอย มีความสุขในระดับหนึ่ง แต่กับลูกเวลาที่เห็นเขาคลานได้ นั่ง ยืน ก้าวเดิน มันเป็นอะไรที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจ ความสุขที่ได้เห็นโมเมนต์เหล่านี้คงเป็นรางวัลของอาชีพแม่ ที่อาชีพนักธุรกิจให้ไม่ได้”

หลังจากที่รอเขามา 8 ปี น้องเวล์ทเข้ามาเติมเต็มชีวิตในทุกๆ วัน ตั้งใจให้เขาได้เติบโตอย่างเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ และมีความสุขกับทุกอย่างที่เลือกทำ

คุณกอล์ฟ

ส่งต่อสิ่งดีงามจากรุ่นสู่รุ่น

ทั้งคู่ได้เผยถึงสิ่งดีงามที่อยากส่งต่อให้กับน้องเวล์ทในวันที่เขาเติบโตขึ้นในอนาคต

“ผมจะไม่ตีกรอบอะไรให้ลูก อยากให้เขาเติบโตอย่างเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ และมีความสุขกับทุกอย่างที่เลือกทำ” คุณกอล์ฟกล่าว

“ตอนนี้น้องเวลท์อยู่ในวัยที่กำลังเรียนรู้สิ่งต่างๆ เป็นช่วงเวลามีค่าที่ผ่านแล้วผ่านเลย ไม่สามารถย้อนกลับได้อีก นอกจากต้องใส่ใจเรื่องการเสริมสร้างพัฒนาการ เนยมองว่าการปลูกฝังลักษณะนิสัยหรือคุณสมบัติที่ดีเป็นสิ่งที่เริ่มทำได้ตั้งแต่ลูกอายุยังน้อย อย่าคิดว่าเขาไม่รู้อะไร ไม่จริงเลย เด็กเขารับรู้และซึมซับทุกอย่างได้ ส่วนตัวเริ่มสอนให้เขามีเหตุผล รับผิดชอบ มีระเบียบวินัย อดทน เรื่องเบสิกเลยคือเวลา พยายามให้เขาทำกิจวัตรประจำวันในช่วงเดียวกันของทุกวัน ตอนไหนต้องทำอะไร ฝึกให้รอคอยได้ ค่อยๆ ทำไปทีละเล็กละน้อย อีกมุมหนึ่งอยากให้เป็นเด็กมีน้ำใจ รักคนอื่นเป็น เอื้อเฟื้อ รู้จักการแบ่งปัน เริ่มฝึกจากสิ่งใกล้ตัวที่สุดเลยคือการแบ่งขนมให้กับน้องหมาที่บ้าน นอกจากนั้นก็ส่งเสริมให้น้องเวล์ทรู้จักยิ้มทักทายคนอื่น สวัสดี และขอบคุณเวลามีคนให้ของหรือขนม สิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยให้เวล์ทสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้เมื่อเขาโตขึ้น รวมทั้งสอนให้อดทนและเข้าใจว่าทุกอย่างมีสองด้านเสมอ ส่วนตัวเชื่อว่าการสอนจะช่วยให้ลูกเติบโตไปสามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแกร่ง ก้าวเดินอย่างมั่นคง” คุณเนยกล่าว

พลังแห่งการแบ่งปัน

ในมุมมองของคุณเนย การแบ่งปันถือเป็นสิ่งพิเศษที่สร้างความสุขและความอิ่มเอมใจให้ทั้งผู้ให้และผู้รับ และแน่นอนว่าเธอได้เริ่มปลูกฝังให้กับน้องเวล์ทในทุกๆ วันอย่างเป็นธรรมชาติ “ในบรรดาคุณสมบัติที่ว่ามาทั้งหมด การแบ่งปันเป็นสิ่งที่สอนยากมากอย่างหนึ่ง การแบ่งปันคือการให้ด้วยใจ ไม่หวังผลตอบแทน แต่ในขณะเดียวกันผู้ให้ต้องรู้ลิมิตตัวเอง การแบ่งปันที่ดีต้องไม่เบียดเบียนตัวเราเอง ให้แบบมีเหตุผลและสติ ถูกที่ ถูกเวลา ถ้าทำได้แบบนี้ความสุขจะเกิดขึ้นในใจของทั้งผู้ให้และผู้รับ

“ทุกครั้งที่เนยมีโอกาสได้ไปแบ่งปันสิ่งของในที่สถานที่ต่างๆ ก็พยายามเล่าให้เขาฟัง ครั้งหนึ่งได้นำเสื้อผ้าที่น้องเวล์ทใส่ไม่ได้แล้วไปบริจาคให้กับเด็กเล็กที่ด้อยโอกาส ซึ่งพวกเขาถูกทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล เราบอกกับลูกว่า ‘ชุดที่เวล์ทใส่ไม่ได้แล้ว ขอเอาไปให้น้องแรกเกิดนะครับ น้องจะได้ใส่เสื้ออุ่นๆ นิ่มๆ สบายๆ’ ขวดนมที่บรรจุนมได้น้อยแล้วสำหรับเขา ก็นำไปบริจาคเหมือนกัน หรือเวลาซื้อสิ่งของไปบริจาค จะพูดกับเขาตลอดว่า ‘เรามีอะไรที่พอช่วยคนอื่นแล้วตัวเราไม่ลำบากไม่เดือดร้อน เราก็ควรทำนะลูก’”

โครงการ Wealth of Love

“ด้วยตัวเนยและพี่กอล์ฟที่มองเห็นคุณค่าของการแบ่งปัน และอยากให้น้องเวล์ทรับรู้และมีความทรงจำว่า เขาสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ตั้งแต่ยังเล็ก จึงเลือกใช้ชื่อเล่นของลูกในภาษาอังกฤษคือ Wealth มาตั้งเป็นชื่อโครงการ Wealth of Love จากนั้นเริ่มคิดต่อว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง จนได้ปรึกษากับพี่แนน (รัตติยา วรรัตน์) เจ้าของแบรนด์ Vintel ซึ่งพี่แนนได้แนะนำศูนย์พัฒนลักษณ์ให้ ตอนแรกยังไม่รู้จักชื่อเลย แค่รู้ว่าเพื่อนของสามีพี่แนน เขาเป็นคุณหมอผ่าตัดช่วยเด็กที่เกิดมาปากแหว่งเพดานโหว่ ได้ยินแค่นี้ก็อยากช่วยเหลือน้องๆ ทันที อยากให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ เลยมีไอเดียจะทำชุดลายพิเศษ limited edition เพื่อโปรโมตให้คนรู้จักศูนย์พัฒนลักษณ์ จะได้มีคนมาช่วยเหลือกันเยอะๆ อีกเหตุผลที่เลือกทำชุดนอน เพราะทุกคนใส่ได้หมด โดยออกแบบในคอนเซปต์ Wealth of Love เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้ผู้คนในสังคมแบ่งปันความรักให้กันและกัน และด้วยการที่มีชื่อของน้องเวล์ทเป็นตัวแทนของโครงการ เมื่อโตขึ้นอยากให้เขารู้ว่า เงินขวัญถุงที่ได้รับมาจากคุณตาคุณยายและคนที่รักน้อง ได้นำมาแบ่งปันเพื่อช่วยเหลือเด็กหลายๆ คน” คุณเนยย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการ Wealth of Love

อยากให้น้องเวล์ทได้รู้ว่า การแบ่งปันคือการให้ด้วยใจ ไม่หวังผลตอบแทน แบ่งปันให้ถูกที่ ถูกเวลา และการแบ่งปันยังเป็นสิ่งพิเศษมากที่สร้างความสุขและความอิ่มเอมใจให้ทั้งผู้ให้และผู้รับ

คุณเนย

ร่วมสมทบทุนศูนย์พัฒนลักษณ์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

คุณเนยฝากปิดท้ายถึงผู้ที่สนใจโครงการ เชิญชวนให้ทุกคนมาทำการกุศลร่วมกันในครั้งนี้ “ในทุกการสั่งทำชุดนอนลายพิเศษนี้ จะไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ เราจะบริจาคทั้งหมดให้แก่ศูนย์พัฒนลักษณ์เพื่อแบ่งปันให้เด็กๆ ได้มีโอกาสกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรอยยิ้มแบบคนปกติ และสามารถเป็นอนาคตของชาติที่มีคุณภาพ ไม่รู้สึกด้อยค่าหรือแปลกแยกจากผู้คนในสังคมอีกต่อไป โดยชุดนอน VINTEL ตัดเย็บด้วยผ้าเยื่อไผ่ธรรมชาติคุณภาพสูง 100% มาพร้อมกับลวดลายที่ออกแบบด้วยความพิถีพิถัน”

สำหรับผู้ใจบุญที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ สามารถติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ของแบรนด์ Vintel และศูนย์พัฒนลักษณ์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร รวมทั้งที่ช็อป Sleeping Cloud

ขอขอบคุณสถานที่ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...