โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใครคือ “ข้าราชการสถานทูตไทยในกัมพูชา” ที่อยู่ในช่วงตัดความสัมพันธ์ทั้ง 2 ครั้ง และถูกจับข้อหา “จารชน”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 ส.ค. 2568 เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2568 เวลา 09.47 น.
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ (ภาพจาก www.khaosod.co.th)

“ข้าราชการสถานทูตไทย” ประจำในต่างประเทศ นับเป็นโอกาสดีที่จะได้เห็นและเรียนรู้โลกกว้างไปพร้อมกับการทำงาน แต่ในบางประเทศ ในบางสถานการณ์ก็ไม่ใช่ดี เช่นกรณีของ ยุทธนา เปรมัษเฐียร ข้าราชการสถานทูตไทยในกัมพูชา ที่อยู่ในช่วงตัดความสัมพันธ์ไทยกัมพูชาทั้ง 2 ครั้ง ทั้งยังถูกจับข้อหาจารชน

ข้าราชการสถานทูตไทยในกัมพูชา

ยุทธนา เปรมัษเฐียร เป็นข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ทำงานที่สถานทูตไทยประจำกัมพูชา กับท่านทูตถึง 3 ท่านด้วยกัน คือ จำรัส มัณฑุกานนท์, สมจัย อนุมานราชธน และจิ๊ด เศรษฐบุตร ภายหลังเกษียณอายุในตำแหน่ง กงสุลระดับซี 7 ณ กรุงไทเป (พ.ศ. 2533)

เขาเริ่มทำงานตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิทยุ หากมีเวลาว่างก็จะช่วยงานเรื่องวีซา ด้วยสามารถพูดภาษาเขมรได้ ก่อนค่อยๆ พัฒนาจนถึงขั้นอ่านออกเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว โดยมีสถานที่ฝึกหัดสำคัญคือ “คุกเขมร” เนื่องจากคนไทยมักถูกจับข้อหาลักลอบผ่านแดน ซึ่งยุทธนาต้องตามไปทำหน้าที่ล่ามให้

สมัยที่ สมจัย อนุมานราชธน เป็นเอกอัครราชทูตประจำกัมพูชา “ข้าราชการสถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ” ประกอบด้วย อรุณ ภาณุพงศ์-เลขานุการเอก, พ.ต.ท. โกวิท ศรีสัตนาควงศ์-เลขานุการโท, สมาน ศักดิ์สงวน-เลขานุการโท, สนอง จารุภัตติ์-เลขานุการตรี และยุทธนา เปรมัษเฐียร-เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยุ

นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้เขาเจอสถานการณ์วิกฤต

สถานการณ์คับขัน

เมื่อไทยกับกัมพูชาตัดความสัมพันธ์ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2501 โดยมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2501

วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2501 ข้าราชการของสถานทูตและครอบครัวทั้งหมดเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยเครื่องบินเที่ยวพิเศษ ยกเว้นข้าราชการเพียง 3 คน คือ อรุณ ภาณุพงศ์, สนอง จารุภัตติ์ และยุทธนา เปรมัษเฐียร

สนองได้รับมอบหมายให้ประจำสถานทูตตลอดเวลา 3 เดือนที่ตัดความสัมพันธ์ ส่วนอรุณและยุทธนาให้ผลัดกันขับรถยนต์ประจำตำแหน่งของท่านทูตกลับกรุงเทพฯ

ไทยและกัมพูชาสถาปนาความสัมพันธ์กลับคืนในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 จากนั้นในเดือนมิถุนายน ปีเดียวกัน จิ๊ด เศรษฐบุตร รับตำแหน่งเอกอัครราชทูต

ต่อมาราว 2 ปี ไทยกับกัมพูชาตัดความสัมพันธ์ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2504 ข้าราชการและครอบครัวเตรียมอพยพกลับภายใน 24 ชั่วโมง โดยมอบหมายให้ ดร. สาวิต การีเวทย์-เลขานุการโท, ยุทธนา เปรมัษเฐียร-เสมียนพนักงาน และอดิศร ทวีสุข-เสมียนพนักงาน อยู่เฝ้าสถานทูต

ตามธรรมเนียมทูต เมื่อตัดความสัมพันธ์ต้องมี “ประเทศพี่เลี้ยง” คอยดูแลผลประโยชน์และทรัพย์สินให้ สถานทูตไทยในกัมพูชาได้พม่าเป็นพี่เลี้ยง ส่วนสถานทูตกัมพูชาที่กรุงเทพฯ อินโดนีเซียเป็นพี่เลี้ยง

ข้อหา “จารชน”

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2505 ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา สถานการณ์ของทั้งสองประเทศตึงเครียดมากขึ้น จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี เพ่งเล็งชาวกัมพูชาในไทยมากเป็นพิเศษ สุดท้าย ทองแดง กิมวาน-เจ้าหน้าหน้าที่สถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย กูกจับกุมเมื่อออกมานอกสถานทูตในข้อหาจารชน

ส่วนที่กัมพูชา ประเทศพี่เลี้ยงอย่างพม่าหายหน้าไป เวียดนามจึงเข้ามาทำหน้าที่แทนอย่างไม่เป็นทางการ ช่วยเหลือจ่ายเงินเดือนให้เจ้าหน้าที่ไทย แล้วไปเบิกคืนผ่านทางสถานทูตเวียดนามกับกระทรวงการต่างประเทศในกรุงเทพฯ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 คน ที่อยู่เฝ้าสถานทูตได้ 3 ปี ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2507 ตำรวจสันติบาลกัมพูชาจำนวน 30 นาย บุกเข้าจับกุมพวกเขาถึงในสถานทูต ในข้อหา “จารชน” ก่อนจะนำตัวไปกุมขังที่ชั้น 5 ของอาคารที่ทำการของสันติบาล เกือบ 3 เดือน

วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2507 ดร. สถิตย์ เสถียรไทย ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนกองบัญชาการทหารสูงสุด เดินทางไปกัมพูชาเพื่อขอรับเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ที่ตกเป็นเชลย โดยเป็นการแลกเปลี่ยนกับทองแดง กิมวาน เชลยชาวกัมพูชาที่ทางการไทยจับกุม จากนั้นไม่นานทั้ง 3 ก็ได้กลับประเทศไทย

กล่าวได้ว่าบรรดา “ข้าราชการสถานทูตไทยในกัมพูชา” ยุคบุกเบิก หรือแม้แต่ยุคต่อมาก็ตาม ไม่มีใครได้เจอสถานการณ์ตึงเครียด อย่างการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตถึง 2 ครั้ง และทำให้ต้องอยู่ที่กัมพูชานานถึง 9 ปี 8 เดือน อย่างเช่น “ยุทธนา เปรมัษเฐียร”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ม.ร.ว. เบญจาภา ไกรฤกษ์. เนาขแมร์, สำนักพิมพ์มติชน ตุลาคม 2547.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 สิงหาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ใครคือ “ข้าราชการสถานทูตไทยในกัมพูชา” ที่อยู่ในช่วงตัดความสัมพันธ์ทั้ง 2 ครั้ง และถูกจับข้อหา “จารชน”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...