โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์เดินหน้า Trademark Monitor เฝ้าระวังแบรนด์ไทย ถูกลักลอบจด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ต.ค. 2568 เวลา 08.21 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2568 เวลา 08.21 น.

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ลุยโครงการ Trademark Monitor เฝ้าระวังแบรนด์ไทย ถูกลักลอบจดเครื่องหมายการค้าในต่างแดน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยยังเผชิญปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้า ซึ่งเป็นอุปสรรคในการส่งออกสินค้าและบริการของไทยอย่างยิ่ง ทั้งในส่วนที่ทำให้เจ้าของแบรนด์คนไทย ไม่สามารถใช้เครื่องหมายการค้านั้นในต่างประเทศอีกต่อไป และในส่วนที่อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ตัวจริง โดยกลุ่มสินค้าที่พบว่าเครื่องหมายการค้าของไทยถูกละเมิดในต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าแฟชั่น รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

ซึ่งมักพบการละเมิดใน 2 ลักษณะ คือ 1.บุคคลอื่นปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้ประกอบการไทย เพื่อนำไปทำตลาดแข่งในต่างประเทศ และ 2.บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการไทย เช่น ตัวแทนจำหน่าย (Distributor) ชิงนำเครื่องหมายการค้าไทยที่มีชื่อเสียงไปจดทะเบียนในต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถนำสินค้าซึ่งใช้เครื่องหมายการค้าของตนไปจำหน่ายในประเทศนั้นๆ ได้

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าใช้มาตรการเชิงรุก ปกป้องสิทธิผู้ประกอบการไทยจากปัญหาการถูกละเมิดเครื่องหมายการค้า ผ่านโครงการ Trademark Monitor หรือการเฝ้าระวังและตรวจสอบในช่วงขั้นตอนที่สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของต่างประเทศมีการประกาศโฆษณาเพื่อจะจดเครื่องหมายการค้านั้น

หากไม่มีผู้คัดค้าน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 60 – 90 วัน ตามกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยกรมเริ่มนำร่องตรวจสอบการประกาศโฆษณาของหน่วยงานทรัพย์สินทางปัญญาในกลุ่มประเทศอาเซียนและจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย โดยโครงการดังกล่าวดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 ราย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ เมื่อกรมตรวจสอบพบการนำเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับของผู้ประกอบการไทยไปจดทะเบียนในประเทศเหล่านี้ จะแจ้งเตือนไปยังเจ้าของเครื่องหมายการค้าของไทยให้พิจารณายื่นคัดค้าน การจดทะเบียนในต่างประเทศดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด พร้อมให้ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของกรมฯให้คำปรึกษาและแนะนำขั้นตอนการคัดค้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวตามกระบวนการของแต่ละประเทศ

จากการดำเนินการในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (มีนาคม – กันยายน 2568) สามารถดำเนินการคัดค้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของไทยในต่างประเทศได้ทันเวลาหลายรายการ อาทิ เครื่องหมายการค้า “Moo Deng” (หมูเด้ง) ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยที่ตรวจพบในประเทศจีน เครื่องหมายการค้า “Hongthai Brand” ของบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ที่ตรวจพบในประเทศจีนและเวียดนาม เครื่องหมายการค้า “IRPC” ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ที่ตรวจพบในประเทศจีน เป็นต้น

นับเป็นการปกป้องสิทธิผู้ประกอบการไทยและช่วยระงับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที ซึ่งในกรณี Moo Deng (หมูเด้ง) หากเจ้าของเครื่องหมายการค้าไม่ทราบว่าถูกละเมิดและทำเรื่องยื่นคัดค้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในจีนได้ทัน คาดว่าจะทำให้สูญเสียโอกาสทางการค้าในตลาดจีนสูงกว่า 300 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการ Trademark Monitor ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการไทยจะถูกละเมิดเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมพลังให้ภาคธุรกิจไทยสามารถขยายตลาดสู่ประเทศต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ ซึ่งกรมฯจะดำเนินโครงการนี้อย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2569

โดยเจ้าของเครื่องหมายการค้าของไทยซึ่งมีแผนที่จะส่งออกสินค้าไปยังประเทศอาเซียนหรือจีน สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ ทั้งนี้ กรม เตรียมเปิดรับผู้สมัครที่สนใจเข้าร่วมโครงการเดือนพฤศจิกายน 2568 และจะคัดเลือกผู้ผ่านเกณฑ์ 100 ราย เข้าสู่การติดตามเฝ้าระวังการละเมิดเครื่องหมายการค้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการติดต่อที่เว็บไซต์ www.ipthailand.go.th

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พาณิชย์เดินหน้า Trademark Monitor เฝ้าระวังแบรนด์ไทย ถูกลักลอบจด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...