โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ชนินทร์" หวั่นรัฐธรรมนูญใหม่ติดล็อค ‘สสร.จัดตั้ง’ ไม่ยึดโยงประชาชน ชงใช้ร่าง"เพื่อไทย" เป็นหลัก

The Better

อัพเดต 12 ต.ค. 2568 เวลา 03.52 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • THE BETTER
“เพื่อไทย” หวั่นรัฐธรรมนูญใหม่ติดล็อค ‘สสร.จัดตั้ง’ ไม่ยึดโยงประชาชน ยินดีรับทุกร่างเพื่อเดินหน้ากระบวนการ เสนอ ใช้ร่าง"เพื่อไทย"เป็นหลัก ลดความเสี่ยงถูกยื่นศาล รธน. ตีความ 

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหมวด 15 ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 14 -15 ต.ค. นี้

นายชนินทร์ ระบุว่า ขณะนี้มีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภาทั้งหมด 3 ร่างด้วยกัน คือร่างของพรรคเพื่อไทย ร่างของพรรคประชาชน และร่างของพรรคภูมิใจไทย โดยพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า เพื่อให้กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้ราบรื่นมากที่สุด เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ขึ้นมาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคเพื่อไทยพร้อมลงมติรับหลักการในวาระ 1 ทุกฉบับ

แม้ในหลักการจะไม่มีปัญหา แต่จุดยืนของพรรคเพื่อไทย เรามีข้อห่วงใยกับรายละเอียดในร่างของพรรคภูมิใจไทยอย่างมาก ในเรื่องที่มาของ สสร. ซึ่งมีจุดอ่อนเรื่องความยึดโยงกับพี่น้องประชาชน กล่าวคือผู้เสนอตัวเป็น สสร. สามารถเข้าสู่การเลือกของสมาชิกรัฐสภาได้เลย โดยไม่ผ่านกลไกการกลั่นกรองโดยประชาชนผ่านการเลือกตั้งทางตรงก่อน ซึ่งอาจนำไปสู่ “สสร.จัดตั้ง” ที่ได้สิทธิ์เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการฮั้วกัน โดยไม่สนใจคุณสมบัติและความเหมาะสมก็เป็นได้

ในส่วนร่างของพรรคประชาชนนั้น แม้ สสร.จะมีการปรับให้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่โครงสร้างของสภาที่ปรึกษาการยกร่างฯ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงนั้นอาจถูกผู้หวังขัดขวางกระบวนการ หยิบยกไปยื่นร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ ซึ่งจะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกยืดเวลาออกไปอีก

ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่า ในการลงมติชั้นรับหลักการในวาระที่ 1 นี้ หากสมาชิกรัฐสภาลงมติรับหลักการทั้งสามร่าง พรรคเพื่อไทยจะเสนอขอให้ใช้ร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นร่างหลักในการพิจารณาต่อในชั้นของกรรมาธิการ เพื่อให้ร่างที่จะได้ออกมามีความยึดโยงกับประชาชน และลดความเสี่ยงที่จะถูกยื่นศาล รธน. ตีความในอนาคต

นายชนินทร์ อธิบายถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ในส่วนของการได้มาซึ่ง สสร. ซึ่งอาจจะมองได้ว่า เป็นร่างที่มาเจอกันตรงกลาง เนื่องจากออกแบบให้ สสร. มีจำนวนทั้งหมด 151 คน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

1. สสร. ที่ได้มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม จากประชาชนและรัฐสภาจำนวน 100 คน โดยจำนวน สสร. ที่พึงมีในแต่ละจังหวัดจะคำนวณตามสัดส่วนประชากร ทั้งนี้ในขั้นตอนแรกจะเปิดให้ประชาชนเลือกตั้งผู้เสนอตัวเป็น สสร. ในทุกจังหวัดทั่วประเทศจำนวนสามเท่าของ สสร.ที่พึงมีในแต่ละจังหวัด รวมทั้งประเทศ 300 คน จากนั้น กกต. จะประกาศรับรองรายชื่อ ก่อนจะส่งรายชื่อมาให้รัฐสภาเลือกต่อไป

ยกตัวอย่าง กทม. อาจจะมี สสร. ได้ 8 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็จะเลือกผู้เสนอตัวได้ 1 สิทธิ์ 1 คน และเมื่อนับคะแนนเสร็จ ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 24 คนแรก กกต.จะรับรองและส่งให้รัฐสภาทำการออกเสียงเลือกอีกครั้ง ซึ่งผู้ที่มีคะแนนเสียงจากการเลือกของสมาชิกรัฐสภา ลำดับที่ 1 ถึง 8 ก็จะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็น สสร. กทม. โดยจะออกเสียงเลือกทีละจังหวัดจนได้ สสร. ครบทั้งหมด

2.สสร. ที่รัฐสภาแต่งตั้งจากการเสนอชื่อของกลุ่มองค์กรวิชาชีพต่างๆ รวมทั้งหมด 51 คน ประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร เสนอ 15 คน (ห้ามเป็น ส.ส.), วุฒิสภา เสนอ 5 คน (ห้ามเป็น ส.ว.), ศาลฎีกา เสนอ 1 คน (ห้ามเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา), ศาลปกครองสูงสุด เสนอ 1 คน (ห้ามเป็นผู้พิพากษาศาลปกครองสูงสุด), องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกรูปแบบ เสนอ 3 คน, ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐ เสนอ 2 คน, คณบดีคณะนิติศาสตร์–รัฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยรัฐ เสนอ 2 คน. สมาคมวิชาชีพด้านกฎหมาย–รัฐศาสตร์–รัฐประศาสนศาสตร์ เสนอ 3 คน, สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรัฐทุกแห่ง เสนอ 2 คน, องค์กรเศรษฐกิจและภาคประชาชนหลัก 8 แห่ง เสนอรวม 8 คน (สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกรแห่งชาติ สภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาองค์กรของผู้บริโภค และมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย), สมาคมวิชาชีพสื่อมวลชน เสนอ 2 คน, แพทยสภาและสภาวิชาชีพด้านสุขภาพ เสนอ 1 คน, องค์กรสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย (NGO) เสนอ 1 คน

“เราเชื่อว่า ภายใต้ข้อจำกัดจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ห้ามให้ประชาชนเลือก สสร. โดยตรงนั้น แนวทางของพรรคเพื่อไทยนั้น จะเป็นแนวทางที่เป็นไปได้จริง ได้ สสร. ที่ยึดโยงกับประชาชน สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายในทางการเมือง การฮั้วกันทำได้ยาก และไม่มีฝ่ายใดสามารถผูกขาดความเป็นเสียงข้างมากได้ และหากดีล หรือ MOA ระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยนั้น มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้าง เราก็คาดหวังว่า การนับหนึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในครั้งนี้จะได้รับความเห็นชอบจาก สว. ด้วย และต้องไม่เปิดช่องเป็น สสร.ฮั้ว หรือ มวยล้มต้มคนเชียร์อย่างที่กังวลกัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...