โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“จีน” จ่อใช้มาตรการเบรกตลาดหุ้น หลังพุ่ง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หวั่นซ้ำรอยฟองสบู่ปี 2015

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.ย 2568 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2568 เวลา 04.47 น.

"จีน" จ่อใช้มาตรการควบคุมความร้อนแรงตลาดหุ้น ยกเลิกข้อจำกัดขายชอร์ต-เข้มงวดการเก็งกำไร หลังพุ่ง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หวั่นซ้ำรอยฟองสบู่ปี 2015

วันที่ 4 กันยายน 2568 เวลา 11.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่าหน่วยงานกำกับดูแลการเงินของจีนกำลังพิจารณามาตรการหลายอย่างเพื่อชะลอความร้อนแรงของตลาดหุ้น หลังจากมูลค่าตลาดพุ่งขึ้นถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ท่ามกลางความกังวลว่าความเร็วในการปรับตัวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงรุนแรงต่อรายย่อย

มาตรการที่ถูกเสนอไปยังผู้กำหนดนโยบายระดับสูงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการยกเลิกข้อจำกัดบางประการเกี่ยวกับการขายชอร์ต และการเข้มงวดกับการเก็งกำไร เนื่องจากเจ้าหน้าที่กังวลว่าหากตลาดพลิกกลับอย่างรวดเร็วจะสร้างความเสียหายหนักต่อผู้ลงทุนรายย่อย

เจ้าหน้าที่จีนยังคงมีบทเรียนจากฟองสบู่หุ้นปี 2015 ที่พังทลายอย่างรุนแรง และพยายามสร้างเสถียรภาพให้ตลาดเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อหนุนเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภค ทั้งนี้ การหารือเกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลจีนจัดพาเหรดทหารเมื่อวันที่ 3 กันยายน เพื่อรำลึกครบรอบ 80 ปีสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมักเป็นช่วงที่รัฐบาลต้องการรักษาเสถียรภาพในตลาดการเงิน

อู่ ฉิง ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์จีน (CSRC) แสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการรักษาเสถียรภาพตลาด โดยให้คำมั่นว่าจะสานต่อโมเมนตัมเชิงบวก และส่งเสริมการลงทุนที่มีเหตุผลและระยะยาว

อย่างไรก็ตามยังไม่ชัดเจนว่ามาตรการใดจะถูกอนุมัติหรือไม่

ตลาดหุ้นจีนพุ่งแรง แต่เริ่มมีสัญญาณฟองสบู่

ตั้งแต่เดือนเมษายน ตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวแรง โดยดัชนีหลักเพิ่มขึ้นกว่า 20% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตแตะระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ ส่วน CSI 300 เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% จากจุดต่ำสุดปีนี้

แต่ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดัชนีทั้งสองร่วงราว 2% ซึ่งเป็นการร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ค่าเงินหยวนในตลาดนอกประเทศอ่อนค่าลง หลังจากสัปดาห์ก่อนแข็งค่ามากที่สุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน

นักกลยุทธ์บางรายเตือนว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมีความคล้ายคลึงกับปี 2558 เมื่อหุ้นจีนเข้าสู่ช่วงบูม–บัสต์ครั้งใหญ่ ประกอบกับเศรษฐกิจจีนยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดและวิกฤติอสังหาฯ รวมถึงความเสี่ยงจากมาตรการภาษีของสหรัฐ ยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่มีเหตุผลมากขึ้นที่จะระมัดระวัง

โฮมิน ลี นักกลยุทธ์อาวุโสจาก Lombard Odier ระบุว่า “ไม่แปลกหากทางการจะอนุญาตให้นักลงทุนสถาบันกลับมาขายชอร์ตในตลาด A-share อีกครั้ง และปราบปรามแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ส่งเสริมการเก็งกำไรของรายย่อย”

เข้มงวดกู้ยืม–การเก็งกำไร

ทางการได้สั่งให้ธนาคารตรวจสอบการนำเงินกู้ผิดวัตถุประสงค์มาใช้เล่นหุ้น หลังพบว่านักลงทุนบางรายนำเงินกู้จากแพลตฟอร์มออนไลน์มาซื้อหุ้น ขณะที่โบรกเกอร์ถูกห้ามไม่ให้โฆษณาบริการเปิดบัญชีหุ้นแบบ 24 ชั่วโมงอย่างดุดัน

สถิติแสดงให้เห็นว่าจำนวนบัญชีหุ้นใหม่ที่เปิดโดยรายย่อยในเดือนสิงหาคมพุ่งขึ้น 166% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ล่าสุดบริษัท Ningbo TIP Rubber Technology ซึ่งหุ้นปรับขึ้นชนเพดาน 10% ติดต่อกัน 9 วัน ถูกระงับการซื้อขายชั่วคราวเพื่อปกป้องผู้ลงทุน ส่วน Cambricon Technologies ผู้ผลิตชิป AI ออกคำเตือนถึงความเสี่ยงในการเก็งกำไรหุ้นของตน

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้รับการเตือนให้หลีกเลี่ยงการโปรโมตตลาดกระทิงหรือการทำมาร์จิ้นสูงเกินไป โดย Tencent ได้ประกาศจำกัดหรือแบนบัญชีที่ให้คำแนะนำหุ้นโดยมิชอบ

นอกจากนี้กองทุนรวมกว่า 400 กองทุนประกาศหยุดหรือจำกัดการรับเงินลงทุนใหม่ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ปริมาณซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แผ่นดินใหญ่พุ่งกว่า 3.1 ล้านล้านหยวน หรือราว 434,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ การซื้อขายด้วยมาร์จิ้นก็ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน สูงกว่าปี 2558

ตลาดยังมีแรงขับจาก “Smart Money”

บางบริษัทหลักทรัพย์ เช่น Citic Securities เชื่อว่าการพุ่งขึ้นรอบนี้ถูกขับเคลื่อนโดยนักลงทุนรายใหญ่และกองทุนเฮดจ์มากกว่ารายย่อย และการเก็งกำไรยังจำกัดอยู่ในบางอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์ เช่น ชิป ไม่ได้กระจายไปทั้งตลาด

นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดอาจพักฐาน 2–3 เดือน ก่อนกลับมาเดินหน้าต่อ หากยังมีเม็ดเงินออมภาคครัวเรือนไหลเข้าตลาดต่อเนื่อง

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...