"รักมาก แต่กลัวมากกว่า" รู้จักความรักแบบ Anxious Attachment
แค่ 30 นาทีที่แฟนไม่อ่านข้อความ แต่สมองเราเริ่มคิดไปเองแล้วว่า "เขาเบื่อฉันแล้วหรือเปล่า?" "เขากำลังจะทิ้งฉันไปหรือเปล่า?" หรือ "ฉันทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?"
.
.
และยิ่งนานเท่าไร ความวิตกกังวลก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุด เราก็อดไม่ได้ที่จะส่งข้อความไปอีก แล้วอีก แล้วอีก เพียงเพื่อให้แน่ใจว่า "เขายังรักเราอยู่ใช่ไหม?"
.
ถ้าคุณเคยรู้สึกแบบนี้ บ่อยจนเกินไป คุณอาจจะมี "Anxious Attachment" หรือ "ความผูกพันแบบวิตกกังวล" ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบความสัมพันธ์ที่ทำให้การรักใครสักคนกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากกว่าที่จะมีความสุข
.
.
Anxious Attachment คืออะไร?
.
Anxious Attachment หรือ ความผูกพันแบบกังวล เป็นหนึ่งในสามรูปแบบของ Insecure Attachment (ความผูกพันที่ไม่มั่นคง) ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก จากความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดู
.
โดยคนที่มี Anxious Attachment มักจะ
.
[ ] กลัวการถูกทอดทิ้งอย่างรุนแรง แม้แค่แฟนไม่ตอบข้อความ ก็รู้สึกเหมือนโลกกำลังจะพัง
[ ] ต้องการการยืนยันตลอดเวลาว่าอีกฝ่ายยังรักเราอยู่ ว่าเรามีค่า ว่าเราดีพอ
[ ] มีความเชื่อมั่นในตัวเองต่ำ มักคิดว่าตัวเองไม่สมควรได้รับความรัก
[ ] เป็นคนหวงมาก หรือสงสัยง่าย กลัวว่าคนรักจะไปรักคนอื่น
[ ] ติดแฟนมาก จนอาจดูเหมือนเป็น Clingy เพราะอยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องการความใกล้ชิดตลอดเวลา
.
ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ คนที่มี Anxious Attachment มักมีความรู้สึกรักมาก แต่กลัวมากกว่าว่าจะถูกทิ้ง กลัวว่าไม่ดีพอ กลัวว่าความรักจะหายไป
.
.
ทำไมเราถึงเป็น Anxious Attachment?
.
คำตอบอยู่ที่ประสบการณ์ในวัยเด็ก ตามทฤษฎี Attachment Theory ของ John Bowlby นักจิตวิทยา ความสัมพันธ์แรกๆ ที่เราได้รับจากผู้เลี้ยงดู (ส่วนใหญ่คือพ่อแม่) จะหล่อหลอมวิธีที่เราเข้าใจและเข้าหาความสัมพันธ์ตลอดชีวิต
.
เด็กที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น มีผู้เลี้ยงดูที่ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ได้ดี จะพัฒนาเป็น "Secure Attachment" หรือความผูกพันที่มั่นคง เด็กจะรู้สึกว่าตัวเองมีค่า ได้รับการรัก และคนอื่นๆ ก็น่าเชื่อถือ
.
แต่ถ้าเด็กเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่สม่ำเสมอ บางครั้งพ่อแม่ใส่ใจ บางครั้งก็ไม่ใส่ใจ บางครั้งตอบสนองอารมณ์ของลูก บางครั้งก็ทำเป็นไม่เห็น เด็กจะสับสนว่า "ผู้ใหญ่จะทำยังไงต่อฉันกันแน่?"
.
ความไม่แน่นอนนี่แหละ ที่ทำให้เกิด Anxious Attachment
.
นอกจากนี้ ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่เรียกว่า "Emotional Hunger" ของผู้เลี้ยงดู คือพ่อแม่บางคนแสวงหาความใกล้ชิดกับลูกเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง ไม่ใช่ของลูก
.
พ่อแม่แบบนี้อาจจะดูเหมือนรักลูกมาก แต่จริงๆ แล้วเป็นการครอบงำ พวกเขาอาจใช้ลูกเป็นเครื่องมือเติมเต็มความต้องการความรักของตัวเอง หรือเพื่อแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองเป็นพ่อแม่ที่ดี
.
เด็กที่เติบโตมาแบบนี้ จะเรียนรู้ว่า "ความรักไม่แน่นอน บางทีมี บางทีไม่มี" และเมื่อโตขึ้นมา ก็จะกลายเป็นคนที่ต้องการการยืนยันตลอดเวลาว่า "คนรักยังรักฉันอยู่ใช่ไหม?"
.
.
เด็กกลุ่มไหนมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น Anxious Attachment?
.
นอกจากการเลี้ยงดูที่ไม่สม่ำเสมอแล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น
.
[ ] ผู้เลี้ยงดูที่ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ไม่สม่ำเสมอ
[ ] ผู้เลี้ยงดูที่ห่างเหิน หรือไม่เข้าใจอารมณ์ของเด็ก
[ ] ผู้เลี้ยงดูที่ยุ่งเกินไป หรือควบคุมมากเกินไป
[ ] เด็กที่ถูกทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ
[ ] เด็กที่แยกจากผู้เลี้ยงดูตั้งแต่เนิ่นๆ
.
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การมี Insecure Attachment ไม่ใช่โรคทางจิต มันเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ที่เกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็ก และส่วนใหญ่ไม่ได้ร้ายแรงมากมาย แต่มันอาจทำให้ชีวิตคู่หรือความสัมพันธ์ลำบากได้
.
.
ความสัมพันธ์กับคนที่มี Anxious Attachment เป็นอย่างไร?
.
คนที่มี Anxious Attachment มักจะคิดในแง่ดีกับคนอื่น แต่คิดในแง่ที่ไม่ดีกับตัวเอง พวกเขาเป็นคนที่ใส่ใจคู่ของตัวเองมาก ตอบสนองความต้องการของคนรักได้ดี แต่กลับรู้สึกไม่มั่นใจว่าตัวเองมีคุณค่าในความสัมพันธ์หรือเปล่า
.
ถ้าคนรักปฏิเสธพวกเขา หรือไม่ตอบสนองความต้องการ พวกเขามักจะโทษตัวเอง และคิดว่า "ฉันไม่สมควรได้รับความรัก"
.
ความกลัวการถูกทอดทิ้งที่รุนแรง ทำให้พวกเขากลายเป็นคนที่
.
[ ] หวงมาก หรือสงสัยคู่ของตัวเองบ่อยๆ
[ ] Desperate หรือ Clingy ต้องการความสนใจและความมั่นใจตลอดเวลา
[ ] อยู่คนเดียวไม่ได้ การมีคนรักอยู่ข้างๆ เป็นเหมือนยาที่รักษาความวิตกกังวล
[ ] อารมณ์แรง และพึ่งพาคนอื่นมาก
.
บางครั้ง การอยู่ในความสัมพันธ์สำหรับคนที่มี Anxious Attachment ก็เหมือนกับอยู่บนรถไฟเหาะเจ็ตโคสเตอร์ทางอารมณ์ วันหนึ่งอาจมีความสุขมาก เพราะคนรักให้ความสนใจ แต่อีกวันหนึ่งอาจทุกข์มาก เพราะคนรักดูเหมือนห่างเหิน
.
การมีความสัมพันธ์เป็นทั้งยา และทั้งพิษ ในแง่หนึ่ง ความกลัวการอยู่คนเดียวหรือถูกปฏิเสธคือพิษ ความรู้สึกที่รบกวนใจ ทำให้สงสัยและกังวลตลอดเวลา แต่ในอีกแง่หนึ่ง การที่คนรักอยู่ข้างๆ และแสดงความรักออกมา คือยา ที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น
.
ปัญหาคือ ถ้าคนรักทำให้ผิดหวังแม้แค่นิดเดียว หรือแสดงสัญญาณการปฏิเสธเพียงเล็กน้อย มันก็จะทำร้ายความเชื่อมั่นในตัวเองที่ต่ำอยู่แล้วได้ทันที
.
.
เราจะเปลี่ยนแปลง Anxious Attachment ได้หรือเปล่า?
.
ข่าวดีคือ เราสามารถเปลี่ยนได้! ซึ่งบางครั้ง การเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ถ้าเราได้อยู่ในความสัมพันธ์กับคนที่มี Secure Attachment (ความผูกพันที่มั่นคง) ความสงบและความมั่นคงของพวกเขาอาจช่วยให้เราเรียนรู้รูปแบบความสัมพันธ์ที่ดีกว่า
.
แต่บางครั้ง เราอาจต้องทำงานหนักกว่านั้น เราไม่สามารถเปลี่ยนอดีตได้ แต่เราเปลี่ยนปัจจุบันได้
.
กุญแจสำคัญในการเยียวยา Anxious Attachment คือ
.
1. ทำความเข้าใจกับตัวเอง รู้ทันรูปแบบพฤติกรรมของตัวเอง โดยเฉพาะในความสัมพันธ์ สังเกตว่าเราทำอะไรบ้างตอนที่รู้สึกไม่มั่นคง
.
2. วิเคราะห์ประสบการณ์ในวัยเด็ก ทำความเข้าใจว่าทำไมเราถึงเป็นแบบนี้ ประสบการณ์ในอดีตไม่จำเป็นต้องควบคุมปัจจุบันและอนาคต
.
3. ฝึกควบคุมอารมณ์และตอบสนอง เรียนรู้ที่จะ "ตอบสนอง" แทนที่จะ "ออกปฏิกิริยา" อย่างไร้สติ
.
4. ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ การทำงานกับนักจิตวิทยาหรือนักบำบัด อาจเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด
.
.
3 เทคนิคช่วยหยุด Anxious Attachment Spiral
.
เมื่อคุณรู้สึกว่ากำลังเริ่มอยู่ใน "Spiral" หรือวนเวียนอยู่กับความวิตกกังวล ลองใช้เทคนิคเหล่านี้
.
1. REST: Relax, Evaluate, Set an Intention, Take Action
.
โดย Relax (ผ่อนคลาย) คือหยุด หายใจ ดื่มน้ำ พักสักครู่, Evaluate (ประเมิน) ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นจริงๆ? อย่าเชื่อเรื่องราวที่ความวิตกกังวลบอกเรา, Set an Intention (ตั้งเป้าหมาย) ว่าเราต้องการอะไรตอนนี้? จะทำอะไรดี? และ Take Action (ลงมือทำ) ทำตามที่ตั้งใจไว้
.
เทคนิคนี้ช่วยให้เราชะลอตัว ไม่ตอบสนองแบบไร้สติ
.
2. Quit or Insist (เลิกหรือยืนยัน)
.
ถ้าเราต้องการอะไรจากคนรัก ให้ขอตรงๆ อย่าอ้อมค้อม เช่น "ฉันอยากคุยกับเธอเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้"
.
ถ้าอีกฝ่ายปฏิเสธหรือไม่ตอบ เรามีสองทางเลือกคือ Quit ยอมรับว่าความต้องการของเราไม่ได้รับการตอบสนอง และเดินจากไป และ Insist ยืนยันอีกครั้งเดียว พร้อมอธิบายเพิ่มเติม
.
ถ้าได้คำตอบปฏิเสธอีกรอบ ก็ต้อง Quit ไม่ใช่ขอร้อง ไม่ใช่อ้อนวอน
.
3. Respond, Not React (ตอบสนอง ไม่ใช่ปฏิกิริยา)
.
ความแตกต่างคือ React (ปฏิกิริยา) ทำไปตามที่สมองบอก โดยไม่คิด และ Respond (ตอบสนอง) หยุด คิด แล้วค่อยเลือกว่าจะทำอย่างไร
.
สิ่งที่ช่วยได้คือ อย่ารีบ ความขัดแย้งไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน ถ้ารู้สึกว่ากำลังจะ React ให้พูดว่า "ฉันเห็นข้อความแล้ว แต่ขอเวลาคิดก่อน" แล้วค่อยตอบทีหลัง
.
.
เพราะในท้ายที่สุดแล้ว…
.
การมี Anxious Attachment ไม่ได้หมายความว่าคุณเสียคนรักไปแล้ว หรือคุณไม่สมควรได้รับความรัก มันแค่หมายความว่าคุณเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน และสมองของคุณกำลังพยายามปกป้องคุณ
.
แต่วิธีการปกป้องนั้น บางทีกลับทำให้คุณเจ็บมากกว่า
.
ข่าวดีคือ คุณสามารถเรียนรู้รูปแบบใหม่ได้ คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะผ่านการทำงานกับนักบำบัด การอ่านหนังสือ หรือการสร้างความสัมพันธ์กับคนที่เหมาะสม
.
มันอาจไม่ง่าย อาจต้องใช้เวลา และอาจมีวันที่เราถอยหลังไปบ้าง แต่มันคุ้มค่า
.
เพราะทุกคนสมควรได้รับความรักที่ปลอดภัย ความรักที่ไม่ต้องกลัว และความรักที่ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีค่า
.
รวมถึงคุณด้วย
.
.
อ้างอิง
- My anxious attachment hurts my partner. How do I stop spiraling?: Melissa Fabello, melissafabello - http://bit.ly/4hgMzbh
- Anxious Attachment: Causes & Symptoms: The Attachment Project - http://bit.ly/48xubbS
.
.
#AnxiousAttachment
#HealthyRelationship
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast