โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

NUT ดันกลยุทธ์ “NUT Voice” ผสานเทคโนโลยี-Big Data เสริมแกร่งธุรกิจ

Share2Trade

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 06.41 น. • Share2Trade

NUT เผยทิศทางธุรกิจไตรมาส 3/2568 เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อยอดนวัตกรรม เสริมทัพแข็งแกร่งช่องทางอีคอมเมิร์ซ ชูจุดแข็งฐานลูกค้ากว่า 1.4 ล้านราย พร้อมดันกลยุทธ์ NUT Voice” ปฏิวัติการสื่อสาร มุ่งใช้ฐานข้อมูล Big Data ยกระดับการสื่อสารและบริการตรงจุด เพิ่มปริมาณกลุ่มลูกค้าซื้อประจำมั่นใจรายได้เติบโตตามเป้าหมายพร้อมปัจจัยภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสนับสนุน

S__22732886.jpg

นายภาคิณ กิตติภานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นูทริชั่น โปรเฟส จำกัด (มหาชน) หรือNUT ผู้นำด้านการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจรเปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานช่วงไตรมาส 3/2568 เดินหน้าตามแผนขยายธุรกิจภายหลังจากการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของช่องทางการขายดิจิทัล และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อผลักดันการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยมั่นใจว่าจุดแข็งของบริษัทในด้านการผลิตด้วยโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้มาตรฐาน การดำเนินงานแบบครบวงจร และ ความเชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล จะช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และ ตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงสร้างความแข็งแกร่งผ่านฐานลูกค้ากว่า 1.41 ล้านราย โดยมีสัดส่วนลูกค้าที่ซื้อซ้ำในระดับสูงราว 60% ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าและการให้บริการ พร้อมทั้งพัฒนาโครงการ “NUT Voice” การปฏิวัติการสื่อสารด้วยการนำเทคโนโลยีสนับสนุนธุรกิจ โดยการนำข้อมูลจากฐานลูกค้าที่มีอยู่ (Big Data) มาวิเคราะห์เพื่อต่อยอดกิจกรรมทางการตลาด และ การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อยกระดับการจัดการฐานลูกค้าและสร้างมาตรฐานการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการบริการ เพิ่มปริมาณกลุ่มลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ สามารถลดต้นทุนการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การจ้างงานและอบรมพนักงงาน รวมถึงเป็นการยกระดับคุณภาพบริการของบริษัทในระยะยาว

ด้านภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยนิยมซื้อสินค้าในช่องทางดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ส่งผลให้ยอดการสั่งซื้อดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม TikTok Shop ที่มีอัตราการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม รวมถึงบริษัทด้วย ขณะที่ตลาดในประเทศไทยในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโตถึง 8.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปัจจัยผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน และ การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยการขับเคลื่อนของตลาด โดยคาดว่าประชากรกลุ่มนี้จะมีมากกว่า 20% ในอีก 5 ปีข้างหน้า

“บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนการดำเนินงานวางไว้อย่างจริงจัง ทั้งด้านการผลิต การพัฒนาสูตร และ นวัตกรรมใหม่ๆ การพัฒนาแผนการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมถึงวางแผนการประชาสัมพันธ์สินค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างตรงจุด ซึ่งบริษัทได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน เรามุ่งมั่นในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง จากการดำเนินงานด้วยความตั้งใจ และ ภาพรวมอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตเป็นปัจจัยสนับสนุน ทำให้มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตที่มั่นคง และ สร้างผลการดำเนินงานที่ดีเพื่อตอบแทนนักลงทุนที่ให้ความเชื่อมั่นได้อย่างแน่นอน” นายภาคิณ กล่าว

ด้านผลประกอบการไตรมาส 2/2568 บริษัทมีรายได้จากการขาย 239.49 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิ 14.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ ผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรก 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 529.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 43.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.64% จากปีก่อน พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดในอัตรา 0.35 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 5 กันยายน 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...