คืนพิเศษสำหรับคนรักท้องฟ้า รอชม 3 ปรากฏการณ์ สมาคมดาราศาสตร์ยัน ที่เห็นแน่ๆคือ ทางช้างเผือก
คืนพิเศษสำหรับคนรักท้องฟ้า รอชม 3 ปรากฏการณ์พร้อมกัน สมาคมดาราศาสตร์ยัน ที่เห็นแน่ๆคือ ทางช้างเผือก
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นายวิมุติ วสะหลาย ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า เวลานี้มีการแชร์กันครึกโครมว่า วันที่ 21 ตุลาคมนี้ จะเป็นวันที่พิเศษสุดสำหรับคนรักท้องฟ้า เพราะจะมีปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ถึงสามปรากฏการณ์เกิดขึ้นในวันนั้น นั่นคือ – ฝนดาวตกนายพราน – ดาวหางเลมมอน – ทางช้างเผือก
นายวิมุติกล่าวว่า หลายคนได้ยินแล้วอยากจะเขียนใบลางานไปดูดาวในวันนั้นเสียเลย มันจะน่าดูสักแค่ไหน ตนจะขอแจกแจงให้ฟังทีละปรากฏการณ์ดังนี้
ฝนดาวตกนายพราน (Orionids) ฝนดาวตกประจำปีชุดนี้เป็นฝนดาวตกที่อัตราตกต่ำ หากจะมีอะไรให้น่าสนใจบ้างก็เพราะ มันเป็นฝนดาวตกที่เกิดจากดาวหางชื่อดัง นั่นคือดาวหางฮัลเลย์ แต่เราดูฝนดาวตกเพราะอยากเห็นดาวตกมิใช่หรือ ไม่ได้อยากจะรู้ว่ามาจากดาวหางดวงไหน ถ้าถามว่าจะเห็นมากแค่ไหน ก็ประมาณว่า หากคุณดูในสถานที่ฟ้าเปิดกว้าง ฟ้ามืด ไร้แสงรบกวน ไม่มีเมฆบดบัง ก็อาจเห็นดาวตกจากดาวหางฮัลเลย์ได้สัก 20 ดวงต่อชั่วโมงเป็นอย่างมาก แต่ถ้าเงื่อนไขไม่ดีจริง เช่น มีแสงรบกวนจากเมือง จำนวนดาวตกที่จะเห็นได้ก็จะลดลงไปอย่างฮวบฮาบเลยทีเดียว
อีกข้อหนึ่งที่ควรทราบก็คือ ฝนดาวตกนายพรานออกจะเล่นตัว กว่าจะเริ่มตกก็ปาเข้าไปสี่ทุ่ม ช่วงแรกก็จะยังตกไม่มาก ถ้าจะรอให้ถึงช่วงที่ตกสูงสุดก็ต้องรอให้ถึงตีสี่
ดาวหางเลมมอน [C/2025 A6 (LEMMON)] คงปฏิเสธไม่ได้ว่าดาวหางดวงนี้คือดาวหางที่น่าลุ้นที่สุดในปีนี้ และในวันที่ 21 ตุลาคม คือวันที่ดาวหางดวงนี้จะเฉียดใกล้โลกมากที่สุด ก็น่าจะเห็นได้ดีที่สุดด้วย
แต่ระยะทางของดาวหางไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะชี้ว่าจะมองเห็นได้ดีแค่ไหน
ในวันนั้น ช่วงเวลาที่เห็นดาวหางได้คือหลังตะวันลับฟ้าไม่นาน ดาวหางเลมมอนจะอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเหนือขอบฟ้าเล็กน้อย แต่การที่ดาวหางตกลับฟ้าตามหลังดวงอาทิตย์ไม่นาน หมายความว่าดาวหางจะไม่เคยปรากฏบนท้องฟ้ามืดสนิทเลย แต่จะถูกแสงจากดวงอาทิตย์รบกวนอย่างมาก ครั้นหากจะรอให้ท้องฟ้ามืดสนิท (ประมาณ 19.10 น.) ดาวหางก็แตะขอบฟ้าแล้ว จะไปดูอย่างไรเห็น
“ถึงตรงนี้อาจมีใครกำลังคิดว่า ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องรอให้มืดสนิทก็ได้ ดูดาวหางท่ามกลางแสงสนธยาสีส้มๆ เทาๆ มันก็สวยดีออก ช่วยให้ภาพมีฟอร์กราวด์ มีสตอรี่ อาจจะสวยกว่าฟ้ามืดด้วยซ้ำ หรือไม่ก็อาจจะคิดว่า หัวจะจมดินไปก็ให้มันจมไป โผล่หางขึ้นมาก็ยังดีน่ะ มันไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะ 1.ในวันนั้นทิศทางของหางเอนเกือบขนานขอบฟ้า 2.ดาวหางดวงนี้ไม่น่าจะสว่างพอที่จะฝ่าแสงสนธยาได้” นายวิมุติกล่าว
ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทยกล่าวด้วยว่า วันที่ 21 ตุลาคม ไม่ใช่วันที่ดีที่สุดของดาวหางเลมมอน ช่วงที่ดีที่สุดต้องเป็นช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม ซึ่งดาวหางจะสว่างขึ้นอีก และมีตำแหน่งห่างจากขอบฟ้ามากขึ้นจนดูได้สะดวกขึ้น แถมตำแหน่งก็ขยับมาทางตะวันตกมากขึ้น ทำให้หางชี้ขึ้นสูง วันที่ดีที่สุดน่าจะป็นวันที่ 31 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน
– ทางช้างเผือก ในบรรดาปรากฏการณ์สามปรากฏการณ์ที่มีการพูดถึง มีทางช้างเผือกนี่แหละที่รับประกันได้ว่าจะเห็นได้แน่นอนถ้าฟ้ามืดพอและไม่มีเมฆ เพราะว่าทางช้างเผือกมองเห็นได้ทุกคืนอยู่แล้ว ขอเพียงแต่ไม่มีแสงรบกวนไร้สิ่งบดบัง ในวันที่ 21 ตุลาคม ดวงจันทร์เป็นใจเพราะเป็นคืนจันทร์ดับ แถมช่วงเวลาก็เหมาะ เพราะตำแหน่งของกลุ่มดาวคนยิงธนูซึ่งเป็นส่วนที่ทางช้างเผือกสว่างที่สุดอยู่สูงจากขอบฟ้ากำลังสวย มองเห็นได้ตั้งแต่หัวค่ำเลยทีเดียว
สรุป
เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทั้งสามที่จะเกิดในวันที่ 21 ตุลาคม คือ
1.ฝนดาวตกนายพราน – อย่าคาดหวังสูง อาจเห็นน้อยมาก ตกหรอมแหรม
2.ดาวหางเลมมอน – เห็นยากมาก ไม่น่าจะเห็น ให้รอสัปดาห์ต่อมาดีกว่า
3.ทางช้างเผือก – เห็นแน่ๆ
ทั้งนี้ หมายความว่า ท้องฟ้าต้องปลอดโปร่งและดูในสถานที่ที่ห่างไกลจากแสงรบกวนนะครับ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คืนพิเศษสำหรับคนรักท้องฟ้า รอชม 3 ปรากฏการณ์ สมาคมดาราศาสตร์ยัน ที่เห็นแน่ๆคือ ทางช้างเผือก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th