โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุตุนิยมวิทยาวันนี้ เตือน "พายุคาจิกิ" เข้าไทย ฝนถล่มหนักช่วง 24-27 ส.ค.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ส.ค. 2568 เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2568 เวลา 03.09 น.
พายุโซนร้อน

กรมอุตุนิยมวิทยาวันนี้ เตือนรับมือพายุ “คาจิกิ” (KAJIKI) เข้าไทย และอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลเกิดสภาวะฝนสุดขั้ว (Extreme) ระบุหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ-อีสาน รวมกทม.และปริมณฑล มีฝนตกหนักถึงหนักมากช่วง 24-27 ส.ค.นี้ เสี่ยงท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก แนะประชาชนติดตามใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์

กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตสถานการณ์พายุเมื่อเวลา 07.00น. (23/8/68) : พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “คาจิกิ (KAJIKI)” แล้ว กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 30 กม./ชม.(เคลื่อนตัวเร็ว) คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว ช่วง วันที่ 25 -26 ส.ค.68 นี้ ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ สถานการณ์ยังมีการเปลี่ยนแปลง

สำหรับชื่อ คาจิกิ(KAJIKI) หมายถึงชื่อปลาทะเลที่มีสีสวยงาม) ตั้งชื่อโดยประเทศญี่ปุ่น นับเป็นพายุลูกที่ 13 จากการนับจำนวนพายุของ RSMC โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น)

ส่วนการอัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.)15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 23 ส.ค.-6 ก.ย.68 init. 2025082212 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีเขียวหมายถึงฝนเล็กน้อย :

วันนี้ (23 ส.ค.68) พายุดีเปรสชันในทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนได้ คาดว่าจะเคลื่อนตัวทางตะวันตกเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนและ สปป.ลาว

เตือนเกิดสภาวะฝนสุดขั้ว (Extreme)

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ใน24 ชม. (23 ส.ค.68) ปัจจัยที่ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่องบริเวณประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมมีกำลังแรงขึ้นและพัดเข้าสู่ศูนย์กลางของพายุในทะเลจีนใต้ตอนบน มีสภาวะฝนสุดขั้ว (Extreme) ที่เด่นชัด ช่วง 24-26 ส.ค. 68 บริเวณภาคอีสานตอนบนและภาคเหนือ โอกาสเกิดฝนเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้เนื่องจากอิทธิพลของพายุที่คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมภาคเหนือและภาคอีสาน ประกอบกับมีแนวร่องมรสุมพาดผ่าน ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากได้บางแห่ง ซึ่งสอดคล้องกับโอกาสการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนในทะเลจีนใต้ มีเพิ่มขึ้น (มากกว่า 80 %)ในช่วงดังกล่าว มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนหรือโซนร้อนกำลังแรง ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ช่วง 24 -27 ส.ค.68 และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์

กรมอุตุนิยมวิทยา

พยากรณ์อากาศ 24ชม.ข้างหน้า

ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดตาก จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน และเวียดนามตอนบน

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ช่วงวันที่ 24 – 25 ส.ค.68 แนวขอบของพายุอาจจะส่งผลกระทบทางภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออกก่อน โดยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งเริ่มเย็นวันพรุ่งนี้ (24/8/68) ต้องเตรียมการรับมือ
(ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามการประมวลผลข้อมูลใหม่ ใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศเบื้องต้น

ช่วงวันที่ 23 ส.ค. – 2 ก.ย.68 ประเทศไทยจะเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น ตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกอยู่ในเกณฑ์กระจายถึงเกือบทั่วไป หนักเบาสลับกันในบางวัน มีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุฯ เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคอีสานตอนบน และภาคเหนือ

ช่วงวันที่ 24 – 27 ส.ค.68 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้าหาศูนย์กลางของพายุ มีกำลังแรงขึ้น รวมทั้งร่องมรสุมที่จะพาดผ่านบริเวณประเทศไทยตอนบนในช่วงนี้ ต้องเฝ้าระวังสภาวะฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งได้

สำหรับเดินทางสัญจรช่วงนี้ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ฝนตกถนนลื่น เตรียมร่ม และเสื้อกันฝน งานที่จัดขึ้นกลางแจ้งช่วงนี้ต้องเตรียมเต๊นท์ เกษตรกรควรเตรียมการ ทั้งพื้นที่ที่มีน้ำมากเตรียมการะบายน้ำรองรับน้ำฝนที่จะมาเติม ส่วนพื้นที่น้ำน้อยควรหาแหล่งกักเก็บและสำรองน้ำ

ส่วนช่วงวันที่ 3 – 6 ก.ย.68 ประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มของปริมาณฝนลดลง ยังมีฝนบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนหนักบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุม มีกำลังปานกลาง

เตือนฝนตกหนักทั่วเหนือ-อีสานตอนบน

นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนต์ หรือ TEAMG กล่าวถึง พายุไต้ฝุ่นคาจากิ(#13 =ปลาญี่ปุ่น) ได้ก่อตัวขึ้นที่ฟิลิปปินส์ จัดเป็นพายุลูกทึ่ 13 ของปี 2568 นี้

โดยพายุคาจากิ จะเป็นพายุดีเปรสชั่นเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกคาดว่า ในวันที่ 24 ส.ค. พายุจะทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อนแรงสูง ทำให้ฝนตกหนักมากที่ เกาะไหหลำ แล้วทวีกำลังขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 (แรงสูงสุด=5)

ดังนั้นในช่วงวันที่ 24-25 ส.ค. จะเกิดฝนตกหนักมากที่ เมืองวินห์ พื้นที่ตอนใต้ของกรุงฮานอยและพื้นที่ใกล้เคียง และมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นใน กทม.และปริมณฑล รวมทั้ง จังหวัดกาญจนบุรี , ราชบุรี , เพชรบุรี , ระยอง , จันทบุรี , ตราด และพื้นที่ที่ใกล้เคียง

วันที่ 25 ส.ค. พายุคาจากิจะอ่อนกำลังลงเป็น พายุโซนร้อน ทำให้ฝนตกหนักมากที่ สปป.ลาวตอนกลาง และฝนตกหนักที่ นครพนม , สกลนคร , บึงกาฬ , หนองคาย , อุดรธานี , เลย และพื้นที่ที่ใกล้เคียง

วันที่ 26 ส.ค. พายุเคลื่อนที่สู่ จังหวัดน่าน ทำให้ฝนตกหนักมากที่ อ.ท่าวังผา , บ่อเกลือ , เฉลิมพระเกียรติ , อำเภอเมือง และพื้นที่ใกล้เคียง

พอมาถึงช่วงวันที่ 26-27 ส.ค. พายุจะเคลื่อนที่ทางทิศตะวันตก ทำให้ฝนตกหนักที่ แพร่ , พะเยา , เชียงราย , ลำปาง , ลำพูน , เชียงใหม่ , แม่ฮ่องสอน และพื้นที่ใกล้เคียง แล้วสลายตัวไปในที่สุด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมอุตุนิยมวิทยาวันนี้ เตือน “พายุคาจิกิ” เข้าไทย ฝนถล่มหนักช่วง 24-27 ส.ค.นี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...