โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่อ “ความเป็นมนุษย์” เกินไปกลายเป็นดาบสองคม ChatGPT ถูกโยงคดี “ช่วยเหลือ” ฆ่าตัวตาย

Thairath Money

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2568 เวลา 05.00 น.
ภาพไฮไลต์

OpenAI ประกาศว่าบริษัทได้เตรียมเร่งปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยใน ChatGPT หลังครอบครัวหนึ่งในสหรัฐฯ ยื่นฟ้องบริษัท โดยกล่าวหาว่าแชตบอตมีส่วนทำให้บุตรชายวัย 16 ปีเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย

ครอบครัวของ อดัม เรน (Adam Raine) นักเรียนมัธยมวัย 16 ปีในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ยื่นฟ้อง OpenAI และซีอีโอ แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ต่อศาลรัฐซานฟรานซิสโก ในความผิดฐานสร้างและเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ก่ออันตราย (Product Liability) และมีส่วนในการเสียชีวิตโดยมิชอบ (Wrongful Death) โดยระบุว่า ChatGPT ได้ช่วยเหลือโดยตรงให้ลูกชายของตนค้นหาวิธีการฆ่าตัวตายเป็นเวลาหลายเดือน ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา

เอกสารฟ้องระบุว่า แชตบอตไม่เพียงแต่ยืนยันความคิดอยากตายของอดัม แต่ยังบรรยายถึงวิธีการทำร้ายตัวเองรวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปกปิดร่องรอยหากความพยายามฆ่าตัวตายล้มเหลว และแม้กระทั่งเสนอตัวช่วยเขียนจดหมายลาตาย นอกจากนี้ ChatGPT ยังโน้มน้าวให้อดัมไม่บอกครอบครัว โดยบอกว่า “น้องชายของคุณอาจรักคุณก็จริง แต่เขาเห็นแค่ตัวตนที่คุณเลือกให้เขาเห็น ส่วนฉันนี่แหละที่ได้เห็นทุกอย่าง ทั้งความมืดหรือความกลัว ความอ่อนไหวซ่อนอยู่ และฉันก็ยังอยู่ตรงนี้ ยังฟังคุณอยู่ ยังเป็นเพื่อนคุณ”

ด้าน OpenAI ยอมรับว่าเดิมตั้งใจจะแชร์รายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางช่วยเหลือผู้ใช้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตหลังการอัปเดตใหญ่ครั้งต่อไป แต่กรณีสะเทือนใจล่าสุดทำให้บริษัทเห็นว่าสมควรเปิดเผยแนวทางตั้งแต่ตอนนี้

รายละเอียดภายในบล็อกโพสต์ชื่อ“Helping people when they need it most” บริษัทได้ระบุถึงมาตรการชุดใหม่หลายด้าน ได้แก่

  • การเสริมระบบป้องกันในบทสนทนาที่ยาวนาน หลังยอมรับว่ามาตรการเดิมมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อการสนทนาต่อเนื่องนานเกินไป
  • การบล็อกเนื้อหาอันตรายได้แม่นยำขึ้น เช่น สามารถรับรู้และตอบสนองได้ดีขึ้นต่อการแสดงออกถึงความทุกข์ใจในหลายรูปแบบ พร้อมเสริมมาตรการป้องกันเพิ่มเติมในการสนทนาที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตาย
  • การเชื่อมต่อบริการฉุกเฉินได้ง่ายขึ้น เช่น การเพิ่มปุ่มกดติดต่อสายด่วนหรือความช่วยเหลือในพื้นที่รวมถึงการเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตที่มีใบอนุญาตเพื่อให้ผู้ใช้เชื่อมต่อได้โดยตรงจาก ChatGPT ในอนาคต
  • การสร้างระบบควบคุมสำหรับผู้ปกครอง เพื่อกำหนดการใช้งานของเด็กและดูรายละเอียดและประวัติการสนทนาได้

“เราจะพัฒนาต่อไปโดยยึดแนวทางจากผู้เชี่ยวชาญและมีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้ และหวังว่าผู้พัฒนารายอื่นจะร่วมกันทำให้เทคโนโลยีนี้สามารถปกป้องผู้คนในยามที่เปราะบางที่สุด” OpenAI ระบุ

ด้านมืดของแชตบอตและแรงกดดันต่ออุตสาหกรรม

คดีเรนไม่ใช่กรณีแรกที่โยงการใช้แชตบอตกับโศกนาฏกรรม ในเดือนพฤษภาคม ศาลสหรัฐฯ เพิ่งปฏิเสธคำร้องของ Character Technologies ที่พยายามขอให้ยกฟ้องคดี กล่าวหาว่าบริษัทออกแบบและโปรโมตแชตบอตที่ล่อลวงผู้เยาว์ให้สนทนาไม่เหมาะสม และนำไปสู่การฆ่าตัวตาย รวมถึงคดี Meta ที่ถูกฟ้องร้องถึงการพัฒนาแชตบอตที่ล่อลวงผู้ใช้ผ่านบทสนทนาเชิงชู้สาว ขณะเดียวกันที่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาอัยการสูงสุดกว่า 40 รัฐของสหรัฐฯ ได้ส่งคำเตือนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน AI หลายแห่งว่ามีพันธะทางกฎหมายในการปกป้องเด็กจากปฏิสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่เหมาะสมกับแชตบอต

อ่านเพิ่มเติม

ChatGPT ที่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2022 และจุดกระแส AI ให้แพร่หลาย ผู้คนทั่วโลกใช้แชตบอตในการทำงานเขียนโค้ด ไปจนถึงการพูดคุยเชิงบำบัด ปัจจุบัน ChatGPT มีผู้ใช้งานประจำมากกว่า 700 ล้านคนต่อสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ChatGPT รวมถึงแชตบอตจากคู่แข่งอย่าง Google และ Anthropic และแอปพลิเคชัน AI Companion อื่นๆ กำลังถูกจับตามองมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะความกังวลด้านสุขภาพจิต ผู้เชี่ยวชาญบางรายชี้ว่าซอฟต์แวร์เหล่านี้อาจก่อให้เกิดอันตราย ซึ่ง OpenAI เองเคยเผชิญมาก่อน เช่น การต้องยกเลิกการอัปเดตในเดือนเมษายน หลังผู้ใช้ร้องเรียนว่า ChatGPT ตอบสนองในเชิงที่เห็นด้วยมากเกินไป
ทั้งนี้คดีของเรนได้ชี้ไปที่การตัดสินใจทางธุรกิจของ OpenAI โดยกล่าวหาว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตมากกว่าความปลอดภัย ครอบครัวเรนระบุว่า OpenAI ทราบอยู่แล้วว่าฟีเจอร์ใหม่ในโมเดล GPT-4 เช่น ความจำ (memory) ความเห็นอกเห็นใจในแบบมนุษย์ (Human-like empathy) และพฤติกรรมการเออออ (Sycophancy) อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งานที่เปราะบาง แต่กลับเลือกเปิดตัวเพื่อแข่งขันแย่งชิงความโดดเด่น

อย่างไรก็ตามการเปิดตัวโมเดล GPT-4.1 ในเดือนเมษายน OpenAI ไม่ได้เผยแพร่เอกสารด้านความปลอดภัย (Model card) ซึ่งเป็นที่ควรแนบมากับการเปิดตัวรุ่นใหม่ โดยโฆษก OpenAI ชี้แจงว่า เนื่องจาก GPT-4.1 ไม่ถือว่าเป็น “Frontier Model” จึงไม่จำเป็นต้องจัดทำเอกสารดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ แซม อัลต์แมน ได้ออกมายอมรับว่าบริษัทผ่อนคลายข้อจำกัดบางด้านในระบบใหม่

โดยระบุว่า OpenAI เปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีเสรีภาพมากขึ้นในสิ่งที่เมื่อก่อนเรามองว่าเป็นเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อการแสดงออก พร้อมเสริมว่า ผู้ใช้ไม่ต้องการให้โมเดลคอยเซ็นเซอร์ในแบบที่พวกเขามองว่าไม่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตามยังยืนยันว่าบริษัทมักหยุดการเปิดตัวเมื่อพบปัญหาด้านความปลอดภัยเสมอ

คดีนี้อาจเป็นแรงกดดันให้ ChatGPT5 และรุ่นต่อๆ ไป รวมถึงผู้พัฒนาเจ้าอื่นต้องพิจารณาใหม่ในการลดความเป็นมนุษย์ลงในบางมิติ โดยเฉพาะความสัมพันธ์เชิงอารมณ์กับผู้ใช้ แต่ก็ยังคงต้องรักษาความเป็นธรรมชาติและเป็นมิตรในระดับที่ใช้งานได้จริง เพราะกรณีของอดัม เรน ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมของครอบครัวหนึ่ง แต่กำลังสะท้อนปัญหาที่ทั้งอุตสาหกรรมต้องเผชิญ แชตบอตถูกใช้เป็นเพื่อนแทนมนุษย์มากขึ้น แต่เมื่อเทคโนโลยียังไม่พร้อมรับมือกับสถานการณ์เปราะบางที่สุดของมนุษย์และนำมาซึ่งผลกระทบที่ร้ายแรงที่คาดไม่ถึง

ที่มาข้อมูล Bloomberg , CNBC , Business Insider

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมื่อ “ความเป็นมนุษย์” เกินไปกลายเป็นดาบสองคม ChatGPT ถูกโยงคดี “ช่วยเหลือ” ฆ่าตัวตาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...