โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เกาหลีใต้ ใช้กฎหมาย "แบนมือถือ" ในห้องเรียน แก้ปัญหา"เด็กติดจอ"

SpringNews

อัพเดต 28 ส.ค. 2568 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 08.34 น.

สภาเกาหลีใต้ได้ผ่านร่างกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ Smart Device ระหว่างชั่วโมงเรียนในโรงเรียนทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ภาคการศึกษาใหม่ในเดือนมีนาคม ปี 2026

กฎหมายฉบับนี้เป็นผลมาจากความพยายามร่วมกันของพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์เสพติดสมาร์ทโฟนที่ทวีความรุนแรงขึ้น และมีงานวิจัยชี้ถึงผลกระทบที่เป็นอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ

สถิติจากรัฐบาลในปี 2024 พบว่า เกือบ 1 ใน 4 ของประชากรเกาหลีใต้กว่า "51 ล้านคน" มีภาวะพึ่งพาสมาร์ทโฟนมากเกินไป แต่ตัวเลขดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว เป็น "43%" ในกลุ่มเยาวชนอายุ 10-19 ปี

ผู้ปกครองและครูต่างแสดงความกังวลว่า 'การใช้สมาร์ทโฟนส่งผลกระทบต่อผลการเรียนของนักเรียน ทำให้ขาดสมาธิ และแย่งชิงเวลาที่ควรใช้ในการทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น การสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งการถูกกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์'

โช จอง-ฮุน ส.ส. ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า มี "หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่สำคัญ" ซึ่งบ่งชี้ว่าการเสพติดสมาร์ทโฟนมี "ผลกระทบที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อพัฒนาการทางสมองและการเติบโตทางอารมณ์ของนักเรียน"

แม้กฎหมายจะห้ามใช้โทรศัพท์เฉพาะช่วงเวลาเรียน แต่ยังให้อำนาจครูในการจำกัดการใช้ในบริเวณโรงเรียนได้ พร้อมทั้งกำหนดให้โรงเรียนต้องจัดอบรมเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม กฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ หรือกรณีจำเป็นเพื่อการศึกษาและเหตุฉุกเฉิน

ท่าทีต่อกฎหมายฉบับนี้ยังคงเสียงแตกในหมู่ครู โดยสมาพันธ์ครูแห่งเกาหลี (KFTA) ซึ่งเป็นกลุ่มอนุรักษนิยม สนับสนุนกฎหมายโดยให้เหตุผลว่าช่วยสร้างรากฐานทางกฎหมายที่มั่นคง ในการควบคุมการใช้โทรศัพท์และลดปัญหาการกระทบกระทั่งกับนักเรียน

ขณะที่สหภาพครูและคนทำงานด้านการศึกษาเกาหลี (KTU) ยังไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน โดยสมาชิกบางส่วนกังวลว่าอาจเป็นการละเมิดสิทธิของนักเรียน และมองว่ากฎหมายนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แทนที่จะจัดการกับต้นตอความเครียดที่แท้จริงของนักเรียน เช่น ระบบการแข่งขันเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กดดันอย่างหนัก

ที่มา :BBC, REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...