โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างบูรณาการ: กลยุทธ์สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 27 ส.ค. 2568 เวลา 23.03 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2568 เวลา 05.59 น.

การผสานประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับกลยุทธ์หลักจึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป ปัญหาที่หลายองค์กรกำลังเผชิญคือการทำงานด้าน ESG ที่ยังคงแยกส่วนกัน (Silo) ทำให้การดำเนินงานขาดประสิทธิภาพและไม่สามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างได้

การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน (Sustainable Supply Chain Management) ที่มีการบูรณาการประเด็นสำคัญด้าน ESG เข้าด้วยกัน จึงเป็นแนวทางที่จำเป็น เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงและลดผลกระทบเชิงลบได้อย่างแท้จริง

โคคา-โคลา: การจัดการน้ำที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานและชุมชน

· เหตุผลเชิงกลยุทธ์: บริษัทตระหนักว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 ซึ่งส่วนใหญ่อยู่นอกเหนือการควบคุมโดยตรง คิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ของการปล่อยทั้งหมด โดยมาจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตกว่า 28% ของการปล่อยฯ Scope 3 ดังนั้น การเข้าไปจัดการที่ต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทานจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

· แนวทางการดำเนินการ: โรงงานผลิตในเมืองบูร์ซา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี อยู่ในพื้นที่ที่มีความเครียดน้ำสูง (Highly Water-stressed Area) โดยมีลุ่มน้ำบูร์ซาเป็นแหล่งน้ำของโรงงาน และเป็นแหล่งน้ำสำหรับปลูกพืชผลทางการเกษตร เช่น แอปเปิล พีช เป็นต้น ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ของโคคา-โคลา จึงจัดทำแผนด้านการจัดการน้ำที่สนับสนุนให้เกษตรกรปรับปรุงประสิทธิภาพระบบชลประทานและลดการปนเปื้อนของน้ำ รวมถึงการปลูกป่าเพื่อช่วยกรองมลภาวะทางน้ำ จัดระเบียบการตกตะกอนและอัตราการระเหย อีกทั้งยังช่วยติดตั้งระบบการกักเก็บน้ำฝนให้ชุมชน

เนสท์เล่: การจัดการสภาพภูมิอากาศตลอดห่วงโซ่อุปทานนม

· เหตุผลเชิงกลยุทธ์: บริษัทพบว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 3 มีสัดส่วนสูงถึง 95.5% โดยมีวัตถุดิบประเภทนมและปศุสัตว์เป็นแหล่งกำเนิดใหญ่ที่สุดถึง 31% การจะบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emission จึงจำเป็นต้องเข้าไปจัดการที่ต้นทางของห่วงโซ่อุปทานโดยตรง

· แนวทางการดำเนินการ: บริษัทได้จัดทำ แผนการจัดการห่วงโซ่อุปทานนมและสภาพภูมิอากาศ (Climate Dairy Plan) โดยทำงานร่วมกับคู่ค้ากว่า 200 รายใน 27 ประเทศ เพื่อลดการปล่อยก๊าซในระดับฟาร์ม กลยุทธ์หลักคือการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ตั้งแต่การสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกร การร่วมมือกับผู้ผลิตอาหารสัตว์เพื่อพัฒนาอาหารคาร์บอนต่ำ ไปจนถึงการสนับสนุนต้นแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในการจัดการของเสีย และริเริ่มกลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง

กรอบการดำเนินงาน 3I: ขั้นตอนสู่การบูรณาการอย่างเป็นระบบ

จากกรณีศึกษาข้างต้น สามารถสรุปแนวทางการบูรณาการออกมาเป็นกรอบการทำงาน 3 ขั้นตอนหลัก หรือ "3I" ได้ดังนี้

INVESTIGATE – คือการรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องและครอบคลุม เพื่อนำมาวิเคราะห์และระบุจุดสำคัญ (Hotspots) ที่มีผลกระทบและความเสี่ยงสูงสุดในห่วงโซ่อุปทาน INNOVATE – คือการระดมสมองและทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อออกแบบโครงการที่สามารถตอบสนองได้หลายเป้าหมายพร้อมกันอย่างสร้างสรรค์INCORPORATE – คือการนำโครงการไปปฏิบัติจริง โดยต้องอาศัยการดำเนินงานตามข้อตกลงร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

บทสรุป: ท่ามกลางความผันผวนของโลกปัจจุบัน การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนได้กลายเป็นความจำเป็นทางกลยุทธ์ การริเริ่มในจุดที่สำคัญโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน (Investigate) ควบคู่ไปกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อบูรณาการประเด็นที่หลากหลาย (Innovate) และการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน (Incorporate) จะช่วยให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่หลากหลายและลดผลกระทบเชิงลบได้อย่างแท้จริง

*บทความนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง SET ESG Experts Pool และ SET ESG Academy ในการนำเสนอประเด็น ESG ที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุนของไทย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://s.setth.org/69l

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...