‘ศุภชัย’ ย้อน ‘บุญเชิด’คำพิพากษาศาลฎีกามีผลผูกพันเฉพาะคู่ความ 35 ราย ไม่ผูกพันอีก 995 ราย
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 68 นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีนายบุญเชิด คิดเห็น อดีตอธิบดีกรมที่ดิน ระบุเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง ว่า เมื่อศาลฎีกาพิพากษาแล้ว ก็ต้องจบ เขากระโดงเป็นที่ดินของการรถไฟฯ เป็นที่ดินรัฐ ต้องเพิกถอนเอกสารสิทธิทั้งหมด ว่า “ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 วรรคแปด บัญญัติว่า เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้เพิกถอนหรือแก้ไขการจดทะเบียนสิทธิหรือนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้เจ้าพนักงานที่ดินดำเนินการตามคำพิพากษานั้น โดยใช้วิธีการที่อธิบดีกรมที่ดินกำหนด และตามมาตรา 62 ศาลจะต้องแจ้งผลคำพิพากษาถึงที่สุดให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบด้วย”
นายศุภชัย ระบุว่า อนิจจา! สิ่งที่ผมคาดเดาว่าเนชั่นจะสั่งท่านอดีตอธิบดีกรมที่ดินให้โต้ผมอย่างไร ก็เป็นดังที่ผมคิดจริงๆ ท่านเคยเป็นอธิบดีกรมที่ดิน เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมา ท่านน่าจะรอบรู้ในหน้าที่ที่ท่านต้องทำ แต่พอถึงตอนนี้มองย้อนหลังไปก็ได้แต่บ่นพึมพำ ท่านมาได้ไกลเหลือเกินๆ
นายศุภชัย ระบุว่า จนถึงเวลานี้ผมก็คิดว่าท่านไม่เข้าใจเลยว่าคำพิพากษาศาลฎีกามีผลผูกพันเฉพาะคู่ความเท่านั้น กล่าวง่ายๆ คือผูกพันเฉพาะโจทก์ 35 ราย ไม่มีผลผูกพันกับเจ้าของที่ดินผู้มีเอกสารสิทธิ 995 ราย แล้วไหนล่ะคำพิพากษาศาลฎีกาที่ออกมาให้เพิกถอนโฉนดของ 995 ราย
นายศุภชัย ระบุว่า ถามว่าถ้าท่านนั่งเป็นอธิบดีกรมที่ดิน ในเวลานั้นท่านจะกล้าสั่งให้เพิกถอนโดยไม่ต้องขอดูคำพิพากษาถึงที่สุดของ 995 รายอย่างนั้นหรือว่ามีหรือไม่ ท่านจะไม่ขอดูการออกโฉนดที่ดินของกรมที่ดิน ว่าออกเอกสารสิทธิผิดโดยคลาดเคลื่อนหรือผิดกฎหมายหรือไม่ และถ้าคลาดเคลื่อนหรือผิดกฎหมาย นั่นก็ย่อมหมายถึงว่าท่านยอมรับว่ากรมที่ดินซึ่งท่านรับผิดชอบเป็นผู้บังคับบัญชาชั้นสูงสุดอยู่ทำผิดกฎหมาย
“ผมคิดว่าถ้าท่านสั่งในเวลานั้นอย่างที่ท่านมาพูดเอาตอนนี้จริงๆ ท่านคงถูกดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 เหมือนอย่างคุณยงยุทธ วิชัยดิษฐ ซึ่งต้องโทษจำคุกเพราะเรื่องเพิกถอน ไม่เพิกถอน นี่แหละ จะบอกให้ อ้อ! ท่านดูดีๆ มาตรา 61 วรรคแปด บัญญัติให้อำนาจ เจ้าพนักงานที่ดิน ไม่ใช่ อธิบดีกรมที่ดินนะท่าน! ท่านอย่าคิดว่าเป็นอธิบดีแล้วจะสั่งเจ้าพนักงานที่ดินได้ ไม่มีใครจะเสี่ยงติดคุกติดตะรางกับท่านหรอก” นายศุภชัย ระบุ.