ทรัมป์เผย “สหรัฐ-จีน” บรรลุข้อตกลง TikTok โอนกิจการสู่เจ้าของอเมริกัน ขยายเส้นตายถึง 16 ธ.ค.
ทรัมป์เผย "สหรัฐ-จีน" บรรลุข้อตกลง TikTok โอนกิจการสู่เจ้าของอเมริกัน ขยายเส้นตายถึง 16 ธ.ค. โดย ByteDance ถือหุ้นไม่เกิน 20% ที่เหลืออยู่ในมือบริษัทยักษ์สหรัฐ คาดดีลปิดใน 45 วัน
วันที่ 17 กันยายน 2568 เวลา 07.48 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แถลงว่าสหรัฐและจีนได้บรรลุข้อตกลงเพื่อให้ TikTok ยังคงดำเนินธุรกิจในสหรัฐต่อไป โดยข้อตกลงดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับที่เคยหารือไว้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ข้อตกลงนี้กำหนดให้ทรัพย์สินของ TikTok ในสหรัฐต้องถูกโอนให้เจ้าของชาวอเมริกัน แทนที่บริษัท ByteDance ของจีน ซึ่งจะเป็นการคลี่คลายข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานานเกือบหนึ่งปี
TikTok แอปโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่มีผู้ใช้งานในสหรัฐถึง 170 ล้านคนนี้ นับเป็นประเด็นร้อนในการเจรจาระหว่างสองเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งพยายามหาทางลดความตึงเครียดจากสงครามการค้าที่สั่นคลอนตลาดโลกมาหลายเดือน ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม การประกาศดังกล่าวมีขึ้นก่อนถึงเส้นตายวันที่ 17 กันยายนที่ TikTokจะต้องขายกิจการหรือถูกสั่งปิดในสหรัฐ โดยระบุว่า “เรามีข้อตกลงเกี่ยวกับ TikTok … เรามีกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ต้องการซื้อกิจการ”
ต่อมาในวันเดียวกัน ทำเนียบขาวได้ขยายเส้นตายออกไปจนถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ทำให้ ByteDance มีเวลาเพิ่มอีก 90 วันเพื่อสรุปข้อตกลงโอนทรัพย์สินในสหรัฐสู่เจ้าของอเมริกัน ซึ่งสะท้อนว่ายังมีรายละเอียดเชิงซับซ้อนที่ต้องเจรจาอีกมาก
ตามรายงานของ Wall Street Journal บริษัทใหม่ที่จะดูแลTikTok ในสหรัฐ จะมีคณะกรรมการบริหารที่ประกอบด้วยคนอเมริกันเป็นหลัก และหนึ่งตำแหน่งจะถูกแต่งตั้งโดยรัฐบาลสหรัฐ โมเดลนี้คล้ายกับข้อตกลงด้านความมั่นคงที่รัฐบาลทรัมป์เคยทำกับ Nippon Steel ของญี่ปุ่นในการเข้าซื้อ U.S. Steel ซึ่งรัฐบาลสหรัฐได้สิทธิ์แต่งตั้งบอร์ดและถือ “Golden Share”
ข้อตกลงดังกล่าวอาจต้องผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรสที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก โดยก่อนหน้านี้ในยุครัฐบาลไบเดน สภาคองเกรสได้ผ่านกฎหมายบังคับให้ TikTokต้องเปลี่ยนมือ เนื่องจากกังวลว่าข้อมูลผู้ใช้ชาวอเมริกันอาจถูกเข้าถึงโดยรัฐบาลจีนและถูกใช้เป็นเครื่องมือสอดแนมหรือชี้นำความคิดเห็นสาธารณะ
ตามข้อมูลจากสองแหล่งข่าว โครงสร้างใหม่ของดีลนี้จะให้ ByteDance คงสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดที่ 19.9% ต่ำกว่าเกณฑ์ 20% ส่วนกลุ่มนักลงทุนที่จะถือหุ้นรวม 80% ได้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ ByteDance อย่าง Susquehanna International Group (SIG), General Atlantic และ KKR พร้อมนักลงทุนรายใหม่ เช่น Andreessen Horowitz, Oracle และอาจรวมถึง Silver Lake ด้วย
แม้กรอบข้อตกลงกว้าง ๆ จะยังคงเดิม แต่แหล่งข่าวยอมรับว่าไม่แน่ชัดว่าข้อตกลงสุดท้ายจะมีรายละเอียดอย่างไร เพราะยังมีโอกาสเกิดการเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้าย
สก็อต เบสเซนท์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวกับ CNBC ว่า เงื่อนไขทางการค้าหลัก ๆ ได้ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดเล็กน้อยที่จะต้องตกลง เบสเซนท์กล่าวว่า "ข้อตกลงนี้จะไม่สำเร็จหากปราศจากมาตรการคุ้มครองด้านความมั่นคงของชาติ และดูเหมือนว่าเรายังสามารถตอบสนองต่อผลประโยชน์ของจีนได้ด้วย"
CNBC รายงานเพิ่มเติมว่าข้อตกลงน่าจะเสร็จสิ้นภายใน 30–45 วัน และจะรวมถึงนักลงทุนเดิมของ ByteDance และนักลงทุนรายใหม่ โดยสอดคล้องกับรายงานของรอยเตอร์เมื่อเดือนเมษายนว่า TikTo จะถูกแยกกิจการในสหรัฐออกเป็นบริษัทใหม่ที่มีฐานอยู่ในอเมริกาและมีผู้ถือหุ้น–ผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นชาวสหรัฐ
ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวมาแล้วสามครั้ง เนื่องจากกังวลว่าจะสร้างความไม่พอใจแก่ผู้ใช้TikTok จำนวนมากและกระทบต่อการสื่อสารทางการเมือง โดยครั้งนี้เป็นการขยายเวลาเป็นครั้งที่สี่ ทั้งนี้ ทรัมป์เองก็มีผู้ติดตามกว่า 15 ล้านบัญชีบนTikTok ส่วนทำเนียบขาวเพิ่งเปิดบัญชี TikTok อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนที่แล้ว
แหล่งข่าวเผยว่า การเจรจาข้อตกลงTikTok ที่ดำเนินมาแต่ฤดูใบไม้ผลิถูกชะลอ หลังจีนส่งสัญญาณจะไม่อนุมัติ เนื่องจากทรัมป์เพิ่งประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน
สหรัฐยืนยันว่า การที่ ByteDance ถือครองTikTok ทำให้บริษัทอยู่ภายใต้อิทธิพลรัฐบาลจีน ขณะที่ TikTokโต้แย้งว่าข้อมูลผู้ใช้สหรัฐถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของ Oracle ในสหรัฐ และการตรวจสอบคอนเทนต์ของผู้ใช้ชาวอเมริกันก็ทำในสหรัฐเช่นกัน
CNBC ระบุว่า Oracle จะยังคงรักษาสัญญาให้บริการคลาวด์กับTikTok ส่วนรอยเตอร์เคยรายงานก่อนหน้านี้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังวางแผนให้ Oracle และกลุ่มนักลงทุนภายนอกเข้ามาควบคุมการดำเนินงานของแอป โดย Oracle จะมีบทบาทหลักด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ หุ้น Oracle ปรับตัวขึ้น 1.5% หลังข่าวนี้
ข้อตกลงในเชิงกรอบถูกบรรลุโดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเมื่อวันจันทร์ และคาดว่าจะมีการยืนยันขั้นสุดท้ายในวันศุกร์นี้ ผ่านการพูดคุยระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน
ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคม ทรัมป์เปิดเผยว่ามีผู้สนใจซื้อTikTok ถึง 4 กลุ่ม ได้แก่ Microsoft, Amazon, มหาเศรษฐีแฟรงก์ แม็คคอร์ท และกลุ่มนักลงทุนที่นำโดยผู้ก่อตั้ง OnlyFans
อ้างอิง : reuters.com