โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นักฟุตบอลหญิงอิหร่านเดินทางกลับประเทศแล้ว สรุปขอลี้ภัยที่ออสเตรเลีย 7 คน

Thaiger

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 01.34 น. • Thaiger ข่าวไทย

นักฟุตบอลหญิงอิหร่านเดินทางกลับประเทศแล้ว สรุปขอลี้ภัยที่ออสเตรเลีย 7 คน หลังถูกตีตราว่าเป็นผู้ทรยศในยามสงคราม จากกรณีไม่ร้องเพลงชาติ

จากกรณีไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์ ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวว่า นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน กำลังตกอยู่ในอันตราย ภายหลังจากที่ทีมฟุตบอลหญิงปฏิเสธที่จะร้องเพลงชาติอิหร่าน ในระหว่างการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลหญิงเอเชียนคัพ 2026 และถูกตราว่าเป็น “ผู้ทรยศในยามสงคราม” และอาจจะได้รับโทษรุนแรงถึงขั้นประหารหากกลับประเทศ ซึ่งทางออสเตรเลียได้ออกวีซ่ามนุษยธรรมให้กับผู้เล่นหญิงในทีมดังกล่าวแล้ว 5 คน ตามที่มีรายงานไปก่อนหน้านี้นั้น

ล่าสุดสำนักข่าว BBC รายงานเพิ่มเติมว่า มีสตาฟและผู้เล่นอีกหนึ่งคนที่ตอบรับข้อเสนอและขอลี้ภัยที่ประเทศออสเตรเลีย เบื้องต้นเข้าใจว่าผู้เล่นและสตาฟที่เหลือเดินทางกลับประเทศไปแล้ว เมื่อช่วงคืนวันอังคารที่ผ่านมา สองวันหลังตกรอบเอเซียนคัพ

นาย โทนี่ เบิค รัฐมนตรีกระทรวงตรวจคนเข้าเมือง กล่าวว่า ทางการจะเร่งเปลี่ยนวีซ่ามนุษยธรรมให้กลายเป็นวีซ่าพำนักถาวรกับทั้ง 7 คน พร้อมกล่าวด้วยว่าทางเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับผู้เล่นและสตาฟฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านอย่างลำพังและอนุญาตให้ทุกคนได้โทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับครอบครัว ก่อนตัดสินใจ

ซึ่งทางการได้ยื่นข้อเสนอออกวีซ่าให้กับเกือบทุกคนในทีม ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางกลับประเทศไป

อย่างไรก็ตามสื่ออิหร่านระบุว่า มีผู้เล่นหนึ่งคนไม่ยอมขึ้นเครื่องบินต่อจากมาเลเซียไปสู่อิหร่าน แต่ผู้เล่นหลายคน ซึ่งมีผู้ติดตามให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่าพวกเขาอยากกลับประเทศอิหร่าน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...