โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กาแฟพันธุ์ไทย นำร่องปรับ "พันธุ์ไทยคอฟฟี่เย็น" ลดหวาน 50% รับมาตรฐานใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 03.55 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 03.55 น.

กาแฟพันธุ์ไทย ขานรับมาตรฐานความหวานใหม่ “หวานปกติ = หวาน 50%” ปรับสูตร “พันธุ์ไทยคอฟฟี่เย็น” ลดความหวานลงครึ่งหนึ่ง พร้อมปรับเมนูใหม่รับมาตรฐานใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ผนึกกำลังกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พร้อม 8 แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำ ร่วมกันขับเคลื่อนมาตรฐานความหวานใหม่ “หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50%” นำร่องปรับสูตรเมนู ‘พันธุ์ไทยคอฟฟี่เย็น’ ก่อนขยายผลสู่เมนูใหม่ เพื่อปฏิรูปพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย สู่การมีสุขภาพที่แข็งแรง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ต้องการเห็นคนไทย “อยู่ดี มีสุข” อย่างยั่งยืน

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมีความกังวลกับค่าน้ำตาลที่สูงขึ้นทุกปี แต่ยังคงชื่นชอบรสชาติความอร่อย และมีความสุขกับการบริโภคหวาน พันธุ์ไทยจึงมีนโยบายภายในที่ชัดเจนมาโดยตลอด ในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ Longevity ผ่านการบาลานซ์รสชาติกับคุณค่าทางโภชนาการ แนวทางส่งเสริมสุขภาพจากภาครัฐจึงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยให้ภาคเอกชนขับเคลื่อนได้ไกลขึ้น และกลายเป็นวิถีใหม่ที่ยั่งยืนของคนไทย

กาแฟพันธุ์ไทย ไม่ได้มุ่งหวังเพียงส่งมอบรสชาติความอร่อย แต่ยังใส่ใจดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาว โดยนำร่องปรับสูตรเมนูกาแฟนมยอดนิยม “พันธุ์ไทยคอฟฟี่เย็น” ให้มีความหวานลดลงครึ่งหนึ่ง สอดรับกับแนวทาง ‘หวานปกติ = หวาน 50%’ ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงบริการเดลิเวอรีจัดส่งถึงบ้าน

“สำหรับเมนูใหม่ ๆ พันธุ์ไทยได้บรรจุมาตรฐาน ‘หวานปกติ = หวาน 50%’ ลงไปตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา แม้เมนูเดิมบางรายการ โดยเฉพาะเมนูซิกเนเจอร์ที่ครองใจลูกค้ามานาน อาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาสูตรอย่างพิถีพิถัน เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างรสชาติที่ลูกค้าชื่นชอบควบคู่กับคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ”

ผู้บริหารกาแฟพันธุ์ไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางของแบรนด์พันธุ์ไทยต่อจากนี้ คือการปรับเมนูใหม่เข้าสู่มาตรฐานความหวาน 50% อย่างต่อเนื่องและเร็วที่สุด ด้วยการคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง เลือกใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่ให้ความหวานพอดี และฝึกฝนบาริสต้าให้เป็นผู้แนะนำเทรนด์สุขภาพ

“เป้าหมายของพันธุ์ไทยไม่ใช่การ ‘ลดรสชาติ’ แต่คือ ‘การยกระดับคุณภาพชีวิต’ เพราะเราเชื่อว่าเครื่องดื่มที่อร่อยที่สุด คือเครื่องดื่มที่ทำให้ลูกค้ากลับบ้านไปพร้อมกับรอยยิ้มและสุขภาพที่แข็งแรง” สุขวสา กล่าวทิ้งท้าย

ก่อนหน้านี้ นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยบริโภคน้ำตาลเฉลี่ยสูงถึง 21 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งมากกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกที่กำหนดไว้ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน การปรับมาตรฐานความหวานของเครื่องดื่มชงจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยลดการบริโภคน้ำตาล ลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

ด้าน ดร.แพทย์หญิงสายพิณ โชติวิเชียร ผู้อำนวยการสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวว่า การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการรายใหญ่ยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสม และเป็นต้นแบบให้กับร้านเครื่องดื่มชงรายอื่น ๆ ต่อไป แม้ว่าบางแบรนด์จะเริ่มจากเมนูนำร่อง

ขณะที่บางแบรนด์สามารถดำเนินการได้ทุกเมนู ตามความพร้อมของแต่ละแบรนด์ หลังจากการเปิดตัวนโยบายในช่วงเดือนแห่งความรัก ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้คนมักส่งต่อความรักให้แก่กัน ขอให้ประชาชนติดตามแคมเปญดีๆ จาก 9 แบรนด์ที่ส่งต่อความรักความห่วงใยผู้บริโภคในการร่วมขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศครั้งนี้

การดำเนินงานในระยะต่อไปจะมีการขยายความร่วมมือและเพิ่มทางเลือกเครื่องดื่มที่มีความหวานเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเดินหน้าสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนว่าการลดความหวานเป็นการปรับเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่การลดทอนความอร่อย เพื่อร่วมกันสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่ดี ทำให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กาแฟพันธุ์ไทย นำร่องปรับ “พันธุ์ไทยคอฟฟี่เย็น” ลดหวาน 50% รับมาตรฐานใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...