อเบอร์ดีน แนะจัดพอร์ต “หุ้นเติบโต-ปันผลสูง” รับรัฐบาลใหม่ ชี้เป้า SET ปี 69 ลุ้นแตะ 1,504 จุด
บลจ. อเบอร์ดีน สแกนตลาดหุ้นไทยปี 2569 มองเป้าดัชนีสูงสุด 1,504 จุด รับอานิสงส์การเมืองมีเสถียรภาพ-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุน เตือนระยะสั้นระวังแรงขายทำกำไรหลังดัชนีพุ่งแรง 200 จุด ชูพื้นฐานแกร่งกลุ่มพาณิชย์-แบงก์-ท่องเที่ยว พร้อมแนะกองทุนเด่น ABSL และ ABG สู้ความผันผวน
19 กุมภาพันธ์ 2569 - นางสาวดวงธิดา แซ่แต้ Deputy Head of Thai Equities บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) เปิดเผยในงานสัมภาษณ์พิเศษทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังเลือกตั้ง โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ ในปี 2569 คาดกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ของตลาดอยู่ที่ 94 บาท และประเมินค่า P/E ในช่วง 15.5–16 เท่า โดยให้กรอบดัชนีแนวต้านสูงสุดที่ 1,504 จุด ภายใต้กรณีดีที่สุด (Best Case) และแนวรับบริเวณ 1,400 จุด
ทั้งนี้แม้ดัชนีปัจจุบันเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,500 จุด แต่ประเมินว่าตลาดได้ตอบรับความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปพอสมควรแล้ว หลังดัชนีปรับขึ้นกว่า 200 จุดภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน จึงมีโอกาสเห็นแรงขายทำกำไรในระยะสั้น
สำหรับปัจจัยภายนอก อาทิ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย การค้าโลก มาตรการภาษี และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ยังคงเป็นตัวกำหนดระดับความเสี่ยงและทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ คาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะมีความชัดเจนและมีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม โดยมี 4 ปัจจัยหลักที่คาดว่าจะเป็นแรงหนุนต่อตลาด ได้แก่ นโยบายภาครัฐ การจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียน การเติบโตของภาคการท่องเที่ยว และสัญญาณเงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้ามา
ภายใต้บรรยากาศการลงทุนที่มีเสถียรภาพมากขึ้นหลังการเลือกตั้ง ความกังวลเรื่องความล่าช้าทางนโยบายลดลง และการดำเนินงานของรัฐบาลมีความต่อเนื่อง กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน พาณิชย์ ธนาคาร และการเงิน
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า ตลาดยังต้องเผชิญปัจจัยท้าทาย เช่น ข้อจำกัดด้านงบประมาณ ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความสามารถของรัฐบาลผสมในการผลักดันนโยบาย
นางสาวดวงธิดา กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุน แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
- กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตในประเทศและนโยบายรัฐ เช่น พาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี ส่งออก ธนาคาร และท่องเที่ยว
- หุ้นปันผลสูง อาทิ ธนาคาร โทรคมนาคม รวมถึงกลุ่มป้องกันความเสี่ยง เช่น สาธารณูปโภค และสุขภาพ
- กลุ่มที่ได้อานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง เช่น อสังหาริมทรัพย์
- กลุ่มส่งออก เช่น ยา และอาหารสัตว์
ทั้งนี้บลจ. อเบอร์ดีน มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น พร้อมแนะนำจัดพอร์ตแบบสมดุลระหว่างหุ้นเติบโตที่มีความสามารถในการสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง กับหุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศซึ่งได้รับแรงหนุนระยะสั้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังแนะนำกระจายการลงทุนบางส่วนไปยังตลาดเกิดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง งบประมาณ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่เต็มศักยภาพ โดยกองทุนเด่นที่แนะนำ ได้แก่
- กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สยามลีดเดอร์ส (ABSL) ระดับความเสี่ยง 6 ลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่และมีคุณภาพ เน้นบริษัทพื้นฐานแข็งแกร่ง เติบโตต่อเนื่อง และอยู่ในกลุ่ม 150 บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุด เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและผลประกอบการสม่ำเสมอ
- กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกรท (ABG) ระดับความเสี่ยง 6 ลงทุนในหุ้นไทยทุกขนาด ด้วยกลยุทธ์เชิงรุก คัดเลือกหุ้นคุณภาพที่มีศักยภาพเติบโตสูงและพื้นฐานแข็งแกร่ง เหมาะกับผู้ลงทุนที่มองการเติบโตของพอร์ตในระยะกลางถึงยาวผ่านหุ้นไทยศักยภาพสูง