โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อเบอร์ดีน แนะจัดพอร์ต “หุ้นเติบโต-ปันผลสูง” รับรัฐบาลใหม่ ชี้เป้า SET ปี 69 ลุ้นแตะ 1,504 จุด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 14.38 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 07.38 น.

บลจ. อเบอร์ดีน สแกนตลาดหุ้นไทยปี 2569 มองเป้าดัชนีสูงสุด 1,504 จุด รับอานิสงส์การเมืองมีเสถียรภาพ-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหนุน เตือนระยะสั้นระวังแรงขายทำกำไรหลังดัชนีพุ่งแรง 200 จุด ชูพื้นฐานแกร่งกลุ่มพาณิชย์-แบงก์-ท่องเที่ยว พร้อมแนะกองทุนเด่น ABSL และ ABG สู้ความผันผวน

19 กุมภาพันธ์ 2569 - นางสาวดวงธิดา แซ่แต้ Deputy Head of Thai Equities บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) เปิดเผยในงานสัมภาษณ์พิเศษทิศทางตลาดหุ้นไทยหลังเลือกตั้ง โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ ในปี 2569 คาดกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ของตลาดอยู่ที่ 94 บาท และประเมินค่า P/E ในช่วง 15.5–16 เท่า โดยให้กรอบดัชนีแนวต้านสูงสุดที่ 1,504 จุด ภายใต้กรณีดีที่สุด (Best Case) และแนวรับบริเวณ 1,400 จุด

ทั้งนี้แม้ดัชนีปัจจุบันเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1,500 จุด แต่ประเมินว่าตลาดได้ตอบรับความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปพอสมควรแล้ว หลังดัชนีปรับขึ้นกว่า 200 จุดภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน จึงมีโอกาสเห็นแรงขายทำกำไรในระยะสั้น

สำหรับปัจจัยภายนอก อาทิ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย การค้าโลก มาตรการภาษี และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ยังคงเป็นตัวกำหนดระดับความเสี่ยงและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ทั้งนี้ คาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะมีความชัดเจนและมีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม โดยมี 4 ปัจจัยหลักที่คาดว่าจะเป็นแรงหนุนต่อตลาด ได้แก่ นโยบายภาครัฐ การจ่ายเงินปันผลและการซื้อหุ้นคืนของบริษัทจดทะเบียน การเติบโตของภาคการท่องเที่ยว และสัญญาณเงินทุนต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้ามา

ภายใต้บรรยากาศการลงทุนที่มีเสถียรภาพมากขึ้นหลังการเลือกตั้ง ความกังวลเรื่องความล่าช้าทางนโยบายลดลง และการดำเนินงานของรัฐบาลมีความต่อเนื่อง กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน พาณิชย์ ธนาคาร และการเงิน

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า ตลาดยังต้องเผชิญปัจจัยท้าทาย เช่น ข้อจำกัดด้านงบประมาณ ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความสามารถของรัฐบาลผสมในการผลักดันนโยบาย

นางสาวดวงธิดา กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุน แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตในประเทศและนโยบายรัฐ เช่น พาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี ส่งออก ธนาคาร และท่องเที่ยว
  • หุ้นปันผลสูง อาทิ ธนาคาร โทรคมนาคม รวมถึงกลุ่มป้องกันความเสี่ยง เช่น สาธารณูปโภค และสุขภาพ
  • กลุ่มที่ได้อานิสงส์จากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง เช่น อสังหาริมทรัพย์
  • กลุ่มส่งออก เช่น ยา และอาหารสัตว์

ทั้งนี้บลจ. อเบอร์ดีน มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น พร้อมแนะนำจัดพอร์ตแบบสมดุลระหว่างหุ้นเติบโตที่มีความสามารถในการสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง กับหุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศซึ่งได้รับแรงหนุนระยะสั้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ยังแนะนำกระจายการลงทุนบางส่วนไปยังตลาดเกิดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมือง งบประมาณ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่เต็มศักยภาพ โดยกองทุนเด่นที่แนะนำ ได้แก่

  • กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สยามลีดเดอร์ส (ABSL) ระดับความเสี่ยง 6 ลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่และมีคุณภาพ เน้นบริษัทพื้นฐานแข็งแกร่ง เติบโตต่อเนื่อง และอยู่ในกลุ่ม 150 บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุด เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและผลประกอบการสม่ำเสมอ
  • กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกรท (ABG) ระดับความเสี่ยง 6 ลงทุนในหุ้นไทยทุกขนาด ด้วยกลยุทธ์เชิงรุก คัดเลือกหุ้นคุณภาพที่มีศักยภาพเติบโตสูงและพื้นฐานแข็งแกร่ง เหมาะกับผู้ลงทุนที่มองการเติบโตของพอร์ตในระยะกลางถึงยาวผ่านหุ้นไทยศักยภาพสูง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...