โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GULF โชว์กำไรปี 68 พุ่งแตะ 8.6 หมื่นลบ. โต 304% รับรู้กำไรพิเศษควบรวม INTUCH - เล็งจ่ายปันผลรวมกว่า 3.25 บ./หุ้น

efinanceThai

เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 02.22 น.

GULF โชว์กำไรปี 68 พุ่งแตะ 8.6 หมื่นลบ. โต 304% รับรู้กำไรพิเศษควบรวม INTUCH - เล็งจ่ายปันผลรวมกว่า 3.25 บ./หุ้น

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 ก.พ. 69 9:22: น.

GULF โชว์กำไรปี 68 พุ่งแตะ 8.6 หมื่นลบ. โต 304% จากปีก่อน เหตุรับรู้กำไรพิเศษจากการรวมธุรกิจกับ INTUCH ส่วนด้าน Core Profit ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับอานิสงส์ธุรกิจพลังงานและส่วนแบ่งกำไรจาก AIS โตแรง ตั้งเป้าปี 69 รายได้โต 10-15% รับกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้น จ่อออกหุ้นกู้วงเงินรวม 3-3.5 หมื่นลบ. ในเดือน มี.ค. 69 ด้านบอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลรวมกว่า 3.25 บ./หุ้น

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานปี 68 และแนวโน้มธุรกิจปี 69 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

- รายได้รวมอยู่ที่ 135,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จาก 124,622 ล้านบาท ในปี 67

- กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 53,866 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับ 43,237 ล้านบาท ในปี 67

- กำไรจากการดำเนินงาน (core profit) เพิ่มขึ้น 33% จาก 21,572 ล้านบาท ในปี 67 เป็น 28,776 ล้านบาท ในปี 68

- กำไรสุทธิ (net profit) อยู่ที่ 86,562 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกำไรจากการรวมธุรกิจกับ INTUCH จำนวน 56,120 ล้านบาท

- มีสินทรัพย์รวม 773,810 ล้านบาท หนี้สินรวม 407,911 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 365,899 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.85 เท่า (ณ วันที่ 31 ธ.ค.68)

- ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มบริษัทฯ มีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงานและการลงทุนใน AIS

- ธุรกิจพลังงาน โครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP ภายใต้กลุ่ม IPD กำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,650 เมกะวัตต์ ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ครบทั้ง 4 หน่วยผลิตในปี 67 ส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรเต็มปีของทั้ง 4 หน่วยเป็นปีแรกในปี 68

- โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้า IPP กำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,540 เมกะวัตต์ ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์หน่วยผลิตที่สองในช่วงต้นเดือนม.ค.68 ส่งผลให้บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit เต็มปีครบทั้ง 2 หน่วยผลิตในปี 68

- รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit ของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐฯ จำนวน 1,093 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 21 ล้านบาท ในปี 67 จากค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มขึ้น

- รับรู้ผลกำไรเต็มปีจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินและโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (solar BESS) ในประเทศ จำนวน 5 โครงการ รวม 532 เมกะวัตต์ และเริ่มรับรู้ผลกำไรจากโครงการ solar farms และ solar BESS เพิ่มเติมอีก 7 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 597 เมกะวัตต์ ซึ่งทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงเดือนพ.ย. ถึง ธ.ค.68

- ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน รับรู้กำไรค่าก่อสร้างตามสัญญาสัมปทาน สำหรับงานถมทะเลของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (MTP3) จำนวน 153 ล้านบาท ลดลง 67% จาก 458 ล้านบาท ในปี 67 เนื่องจากมีการบันทึกรายได้และกำไรตามความคืบหน้าในการก่อสร้าง โดยงานถมทะเลสำหรับโครงการ MTP3 ได้ดำเนินการแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยในเดือน เม.ย.68

- ธุรกิจทรัพยากร รับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการ PTT NGD จำนวน 796 ล้านบาท ลดลง 26% จาก 1,077 ล้านบาท ในปี 67 เนื่องจากราคาน้ำมันเตาลดลงในอัตราที่สูงกว่าราคาค่าก๊าซธรรมชาติ

- ธุรกิจจัดหาและขนส่งก๊าซธรรมชาติภายใต้ GLNG และ HKH ในปี 68 บริษัทได้นำเข้า LNG รวมทั้งสิ้น 54 ลำ หรือประมาณ 3.7 ล้านตัน ส่งผลให้บริษัทรับรู้ผลกำไรจากธุรกิจดังกล่าวจำนวน 453 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 21 ล้านบาท ในปี 2567 จากปริมาณการนำเข้า LNG ที่เพิ่มขึ้น

- ส่วนการลงทุนรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จาก AIS จำนวน 15,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จาก 10,229 ล้านบาท ในปี 67 โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ AIS จากการเพิ่มขึ้นของ ARPU ทั้งจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือและธุรกิจ Fixed Broadband ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงจากการลดลงของต้นทุนการใช้คลื่นความถี่ และค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร รวมถึงรับรู้เงินปันผลรับจากการลงทุนใน KBANK จำนวน 1,192 ล้านบาท ในปี 68

- ตั้งเป้ารายได้ปี 69 จะเติบโตขึ้นประมาณ 10-15% จากการทยอยรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการของโครงการใหม่

- คาดปีนี้โครงการโรงไฟฟ้าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มเติมรวมประมาณ 695 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศจำนวน 6 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 623 เมกะวัตต์

- โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี (CM WTE) กำลังการผลิตติดตั้ง 10 เมกะวัตต์ มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนพ.ค.69 และโครงการ solar rooftop ภายใต้ GULF1 คาดว่าจะทยอยจ่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าเพิ่มอีก 63 เมกะวัตต์ ในปีนี้

- ผลการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก data center เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทยอยปลดระวางลง โดยค่า Capacity Payment จะปรับเพิ่มขึ้นอีกในช่วงกลางปี 69 จาก 270 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 329 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน

- โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่กาญจนบุรี (M81) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) มีกำหนดเปิดดำเนินการในช่วงไตรมาส 3/69

- มีแผนขยายการนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 70 ลำ หรือประมาณ 4-5 ล้านตัน เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าของกลุ่มโรงไฟฟ้าของบริษัท ในขณะที่สถานีรับจ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG terminal) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1/72

- แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 69 จะได้รับแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรและเงินปันผลรับจาก AIS ที่เพิ่มขึ้น ตามผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากการขยายฐานผู้ใช้บริการ 5G การเพิ่มขึ้นของ ARPU และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนการใช้คลื่นความถี่ที่ลดลงภายหลังจากการชนะการประมูลคลื่นความถี่ 2100 MHz

- เป็นปีแรกที่บริษัทรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มปีของศูนย์ข้อมูล GSA01 ขนาด 25 เมกะวัตต์ ขณะที่โครงการ GSA02 ซึ่งมีขนาด 38 เมกะวัตต์ และโครงการ GSA03 ซึ่งมีขนาดกำลังการให้บริการไม่เกิน 100 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการพัฒนาและมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 70 พร้อมตั้งเป้าขยายกำลังการให้บริการศูนย์ข้อมูลมากกว่า 500 เมกะวัตต์ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

- ต่อยอดความร่วมมือกับ Google ภายใต้ข้อตกลง Strategic Framework Agreement เพื่อร่วมกันศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชั่นด้าน AI ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มบริษัทฯ สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ

- มีแผนออกหุ้นกู้วงเงินรวมประมาณ 30,00035,000 ล้านบาทในเดือน มี.ค. 69 โดยจะเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ เพื่อนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวไปชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินและหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอน ตลอดจนรองรับการขยายธุรกิจของบริษัททั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

- คณะกรรมการบริษัท อนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.68 ถึงวันที่ 31 ธ.ค.68 จากกำไรสุทธิในอัตรา 1.05 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ให้เสนอพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากกำไรสุทธิให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 2.20 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่อัตรา 3.25 บาทต่อหุ้น สำหรับจำนวนหุ้น 14,939,837,683 หุ้น รวมเป็นเงินประมาณ 48,554 ล้านบาท พร้อมกำหนดให้วันที่ 4 มี.ค.69 เป็นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พ.ค.69

เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...