CRC กางแผนลงทุนปี 69 วงเงิน 1.6-1.8 หมื่นล้าน ขยายสาขาไทย–เวียดนาม ดันรายได้โต 4–5%
เซ็นทรัล รีเทล เผยแผนงบลงทุนปี 69 มูลค่า 16,000–18,000 ล้านบาท ขยายสาขาใหม่ทั้งในไทยและเวียดนามรวมสูงสุด 26 แห่ง ตั้งเป้ารายได้เติบโต 4–5% เดินหน้ากลยุทธ์ “Innovation in Action” ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า พัฒนาสินค้าและแบรนด์ และใช้เทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน
12 มีนาคม 2569 นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า แผนการลงทุนในปี 2569 บริษัทเตรียมงบลงทุนรวมประมาณ 16,000–18,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่ทั้งในประเทศไทยและเวียดนามรวม 22–26 แห่ง พร้อมปรับปรุงสาขาเดิมอีก 7 แห่ง เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า
การขยายสาขาใหม่แบ่งเป็นในประเทศไทย ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ท็อปส์ จำนวน 8–10 สาขา ธุรกิจค้าส่ง GO Wholesale จำนวน 2 สาขา และร้านวัสดุก่อสร้าง ไทวัสดุ จำนวน 3–5 สาขา ขณะที่ในประเทศเวียดนาม บริษัทมีแผนเปิดศูนย์การค้า GO! จำนวน 2 สาขา ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! จำนวน 6 สาขา นอกจากนี้ยังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังตลาดอาเซียนอื่น ๆ อย่างรอบคอบ
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ที่ระดับ 4–5% และการเติบโตของ EBITDA ที่ 5–7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยจะให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินอย่างมีวินัย เพื่อสร้างยอดขายและกำไรที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน เพื่อรองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในอนาคต รวมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
ในด้านยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ CRC จะเดินหน้ากลยุทธ์ CRC 3.0 “New Heights, Next Growth” ภายใต้แนวคิด “Innovation in Action” เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตระยะต่อไป ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
1. ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Uplift Customer Experience)
บริษัทจะพัฒนาประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อผ่านแพลตฟอร์มออมนิแชนแนล โดยยกระดับหน้าร้านด้วยพนักงานที่ให้บริการแบบเฉพาะบุคคล ปรับปรุงบรรยากาศร้านค้า เพิ่มจุด Self-Checkout รวมถึงจัดกิจกรรมร่วมกันของธุรกิจในเครือ พร้อมเพิ่มพื้นที่ไลฟ์สไตล์ เช่น โซนอาหาร โซนเกม และพื้นที่กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้า นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการช้อปปิ้งออนไลน์ให้รวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น
2. ยกระดับแบรนด์และสินค้า (Reinvent Concepts and Merchandise)
บริษัทจะพัฒนาสินค้าที่จำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ในประเทศเวียดนาม โดยเน้นสินค้าในกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมรับประทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Label เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น ส่วนในประเทศไทยจะเพิ่มความหลากหลายของสินค้าแฟชั่นจากแบรนด์ชั้นนำในไทยและเอเชีย พร้อมเร่งขยายร้านความงาม KIS & LOOKS ปรับรูปแบบสาขาและระดับราคาให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young และ Mainstream
3. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน (Drive Operational Excellence)
CRC จะนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการบริหารลูกค้า การตลาด การสั่งซื้อสินค้า และการกำหนดราคา รวมถึงการบริหารจัดการหน้าร้าน พร้อมทั้งพัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และนำเสนอโปรโมชั่นหรือคูปองแบบ Omnichannel ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าในทุกช่องทาง
ทั้งนี้ สิ้นปี 2568 ธุรกิจของ CRC ในประเทศไทยมีร้านค้ารวม 3,596 ร้าน ครอบคลุม 63 จังหวัดทั่วประเทศ คิดเป็นสัดส่วนยอดขายประมาณ 80% ขณะที่ในประเทศเวียดนามมีร้านค้าทั้งสิ้น 127 ร้าน ครอบคลุม 26 จังหวัด จากทั้งหมด 34 จังหวัดของประเทศ และมีสัดส่วนยอดขาย 20% นอกจากนี้ยังมีการขยายฐานสมาชิก The 1 ในเวียดนามเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีสมาชิกมากกว่า 4.3 ล้านราย
สำหรับธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ไทวัสดุ ปัจจุบันมีจำนวน 89 สาขา ครอบคลุม 52 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในปี 2568 มียอดขายประมาณ 43,000 ล้านบาท เติบโต 9% และมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 25% ขณะที่ธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์ Auto 1 มีแผนขยายเพิ่มอีก 53 สาขาในปีนี้ ส่งผลให้จำนวนสาขารวมเพิ่มเป็น 106 สาขา และคาดว่ายอดขายในปีนี้จะทะลุ 1,000 ล้านบาท