โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม 'แกร็บ-ไลน์แมน-ช้อปปี้-ลาซาด้า' ตัดสินใจตั้ง ‘สมาคม’ ร่วมกัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.พ. เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. เวลา 02.17 น.

จากรายงาน e-Conomy SEA Report 2025 ฉบับล่าสุด โดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2025 มีมูลค่าอยู่ที่ 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.73 ล้านล้านบาท) เติบโตจากปีก่อนหน้า 16% และครองอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีภาคอีคอมเมิร์ซเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับธุรกิจขนส่งออนไลน์ บริการส่งอาหาร และสื่อดิจิทัล

ยิ่งเติบโตมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นความท้าทายในการกำกับดูแลสำหรับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมากขึ้นเท่านั้น จากแลนด์สเคปธุรกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนเร็ว จนข้อบังคับในกฎหมายบางฉบับตามไม่ทันและกว่าจะปรับปรุงให้ทันสมัยก็ต้องผ่านขั้นตอนการรับฟังความเห็นจากหลายภาคส่วนอีกหลายขั้นตอน

นั่นเป็นเหตุผลที่กลุ่มผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ 4 ราย ประกอบด้วย แกร็บ (Grab), ลาซาด้า (Lazada), ไลน์แมน-วงใน (LINE MAN Wongnai) และช้อปปี้ (Shopee) ใช้อธิบายถึงความตั้งใจในการจัดตั้ง “สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย” (Thai Digital Platform Trade Association : TDPA) ร่วมกัน เพื่อเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

และร่วมกันพัฒนานโยบายสาธารณะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยสู่มาตรฐานสากล พร้อมทั้งยกระดับและเสริมความแข็งแกร่งให้เติบโตอย่างมีศักยภาพภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่สมดุล โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

เปิดภารกิจ TDPA

“ธมกร ศุภธนรังสี” รองประธานฝ่ายรัฐสัมพันธ์ ลาซาด้า ประเทศไทย ในฐานะนายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย กล่าวว่า การก่อตั้ง TDPA ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เศรษฐกิจดิจิทัลไม่ใช่เพียงหนึ่งในภาคธุรกิจอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานและแรงขับหลักของการเติบโตประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% ของ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“ก่อนตั้งสมาคมอย่างเป็นทางการ กลุ่มแพลตฟอร์มผู้ก่อตั้งคุยกันมาประมาณ 1 ปี ซึ่งประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนมีการจัดตั้งสมาคมลักษณะนี้ไปแล้ว ไทยถือว่ายังตามหลังอยู่พอสมควร”

ภารกิจของ TDPA คือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ เชื่อมโยงผู้ให้บริการ ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ไทย สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล รวมทั้ง TDPA จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันพัฒนากรอบนโยบายที่สมดุล โปร่งใส เปิดกว้างต่อการแข่งขัน และยึดหลักความรับผิดชอบร่วมกัน

“การกำกับดูแลที่แม่นยำและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล จะเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”

เพิ่มความสะดวกคุยภาครัฐ

นายกสมาคมฯกล่าวด้วยว่า การรวมตัวตั้งสมาคมของทั้ง 4 แพลตฟอร์ม จะช่วยเพิ่มสะดวกในการรวบรวมความคิดเห็นถึงภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแล จากที่แต่เดิมเวลาที่มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) แต่ละบริษัทจะแยกกันไปให้ข้อมูล ทำให้ภาครัฐมีภาระหนักในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เนื่องจากมีแพลตฟอร์มจดทะเบียนในไทยมากกว่า 200 บริษัท การแยกกันไปพูดทำให้ภาครัฐต้องคอยดูว่าความเห็นใดสอดคล้องหรือแตกต่างกันอย่างไร

“ในมิติของการทำธุรกิจและการแข่งขัน แต่ละบริษัทยังคงแข่งขันกันเหมือนเดิม แต่ก็มีหลาย ๆ เรื่องที่มองเห็นตรงกัน และต้องการสื่อสารกับภาครัฐ เพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ในฐานะที่แต่ละแพลตฟอร์มจดทะเบียนประกอบกิจการในประเทศอย่างถูกต้อง”

ชู 4 ค่านิยมหลัก

“จิระวัฒน์ ภูมิศรีแก้ว” เลขาธิการและที่ปรึกษาสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย เสริมว่า สมาคมยึดมั่นใน 4 ค่านิยมหลัก ได้แก่ 1.ความเป็นกลางและการแข่งขันที่เป็นธรรม ส่งเสริมสนามแข่งขันที่เท่าเทียม เปิดโอกาสให้ทั้งแพลตฟอร์มเกิดใหม่และผู้ประกอบการ SMEs เติบโตได้อย่างแท้จริง

2.การกำกับดูแลที่เน้นไปยังวัตถุประสงค์ ร่วมมือกับภาครัฐในการผลักดันกฎหมายและนโยบายที่ตอบโจทย์ประโยชน์สาธารณะอย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ

3.ความโปร่งใสและความไว้วางใจ ยกระดับมาตรฐานด้านข้อมูล ความปลอดภัย และการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศดิจิทัล

และ 4.ส่งเสริมทักษะดิจิทัลและการเข้าถึงโอกาส สนับสนุนให้ธุรกิจไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมส่งเสริมการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ

“ขณะนี้ภาครัฐทราบว่าฝั่งเอกชนมีการตั้งสมาคมเพื่อเข้าไปหารือในเรื่องต่าง ๆ แล้ว ซึ่งได้รับฟีดแบ็กจากหน่วยงานต่าง ๆ ดีมาก เพราะจะทำให้การสื่อสารระหว่างภาครัฐและเอกชนง่ายขึ้น รวมถึงยังเปิดรับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่สนใจทำงานร่วมกันเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มเติมด้วย”

หวังมี “เก้าอี้” ในการหารือ

“จิระวัฒน์” พูดถึงโครงสร้างคณะกรรมการสมาคมว่า ประกอบด้วย 1.ผู้แทนจากสมาชิกสามัญของสมาคม 2.ประธานสมาคมได้รับการเลือกตั้งจากคณะกรรมการสมาคม มีวาระ 2 ปี และ 3.รับสมาชิกที่เป็นธุรกิจแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในประเทศไทย

สำหรับการหาข้อสรุปเพื่อนำเสนอข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะใช้ระบบ “เห็นพ้องต้องกัน” (Consensus) เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่นำเสนอต่อภาครัฐเป็นกลางและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง ไม่ทำให้การประกอบธุรกิจของแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งได้ประโยชน์มากกว่าคนอื่น

“จากประสบการณ์ของผม การตั้งสมาคมจะสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกคนเชื่อใจ เคารพความเห็นซึ่งกันและกัน และคำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม ซึ่งสมาชิกที่มารวมตัวกันขณะนี้มีเป้าหมายและเรื่องที่ต้องการสื่อสารถึงภาคส่วนต่าง ๆ ตรงกันอย่างชัดเจน”

เลขาธิการสมาคมทิ้งท้ายด้วยว่า การจัดตั้ง TDPA มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มมี “เก้าอี้” ในการร่วมหารือกับภาครัฐ โดยเฉพาะในเรื่องของกฎระเบียบและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล ให้ตอบโจทย์กับความซับซ้อนของธุรกิจแพลตฟอร์มที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไม ‘แกร็บ-ไลน์แมน-ช้อปปี้-ลาซาด้า’ ตัดสินใจตั้ง ‘สมาคม’ ร่วมกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...