โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เศร้า เล่านาทีเกิดเหตุ เครน 2 ตัน หลุดทับคนงานเสียชีวิต

สยามนิวส์

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • beam
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 มีนาคม 2569 ร.ต.ท.ณัฐดนัย คงประสม รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรางเครนยกเหล็กเส้นหล่นทับคนงานเสียชีวิต

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 มีนาคม 2569 ร.ต.ท.ณัฐดนัย คงประสม รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุรางเครนยกเหล็กเส้นหล่นทับคนงานเสียชีวิต ภายในโกดังเก็บเหล็กเส้นของร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง พื้นที่ ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ที่เกิดเหตุพบรางเครนยกเหล็กเส้นขนาดใหญ่ น้ำหนักประมาณ 2 ตัน หล่นทับร่างคนงานชายอายุ 47 ปี (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ซึ่งทำงานอยู่ภายในโกดังดังกล่าว สภาพร่างถูกทับบริเวณศีรษะด้านซ้ายและแผ่นหลังอย่างรุนแรง จากแรงกระแทกของรางเครนขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถนำร่างออกมาได้ในทันที

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุภายหลังจากพักกลางวัน คนงานรวม 4 คน รวมทั้งผู้เสียชีวิต ได้กลับเข้ามาปฏิบัติงานภายในโกดัง โดยผู้เสียชีวิตทำหน้าที่ควบคุมรีโมตบังคับเครนเพื่อยกเหล็กเส้นขึ้นจากกองเหล็กตามปกติ

โดยระหว่างที่กำลังยกเหล็กเส้น ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อเหล็กเส้นเส้นหนึ่งซึ่งถูกกองทับอยู่ด้านหลังเกิดดีดตัวขึ้น ก่อนพุ่งฟาดไปกระแทกรางเครนด้านบนอย่างแรง ส่งผลให้รางเครนที่มีน้ำหนักกว่า 2 ตันหลุดตกลงมาทับศีรษะและลำตัวของผู้เสียชีวิตอย่างจัง ทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ขณะที่คนงานอีก 3 คนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวสามารถหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในโกดัง ซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์นาทีเกิดเหตุไว้ได้อย่างชัดเจน โดยปรากฏภาพขณะผู้เสียชีวิตกำลังควบคุมเครนยกเหล็กเส้น ก่อนที่เหล็กเส้นจะดีดตัวไปกระแทกรางเครน จนทำให้โครงเครนหลุดตกลงมาทับร่างดังกล่าว อย่างไรก็ตามภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพลิกร่างเสร็จสิ้นแล้ว จึงได้ทำการมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...