โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เคจีไออัปเดตกลุ่มรับเหมาฯ โอกาสรอบใหม่! ชู CK เด่น

ทันหุ้น

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น – บล.เคจีไอ อัปเดตกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ ๆ มีความสำคัญมากขึ้น เพราะงบจากภาครัฐมีจำกัด ขณะนี้โครงการภายใต้รูปแบบจ้างเอกชนดำเนินงาน (PPP) ที่อยู่ใน pipeline ได้แก่ โครงการทางด่วน M9 (5.6 หมื่นลบ.) โครงการทางด่วน M5 (3 หมื่นลบ.) โครงการกระทู้–ป่าตอง ภูเก็ต (1.06 หมื่นลบ.) โครงการทางด่วนยกระดับ (3.5 หมื่นลบ.) สัญญางานระบบ M&E ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ฝั่งใต้) (3 หมื่นลบ.) นอกจากนี้ การเปิดประมูลโครงการขยายสนามบิน 3 แห่งของ Airports of Thailand (AOT.BK/AOT.TB)* ราว 7.3 หมื่นลบ. คาดว่าจะเริ่มเดินหน้าได้ปี 2570F ส่วนโครงการรถไฟที่ภาครัฐสนับสนุนอื่น ๆ อย่างรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 2 (โคราช–หนองคาย) ราว 2.37 แสนลบ. โครงการรถไฟทางคู่ 6 เส้นทางราว 2.85 แสนลบ. มีโอกาสทยอยออกมาในระยะยาว

สรุปภาพรวมปี 2568

ปีที่ผ่านมามีโครงการภาครัฐเปิดประมูลค่อนข้างจำกัดและทั้ง Ch Karnchang (CK.BK/CH TB)* กับSTECON group (STECON.BK/STECON TB)* ก็ไม่ได้รับงานใหม่จากภาครัฐ แต่ STECON สามารถเซ็นสัญญาโครงการภาคเอกชนใหม่มูลค่าราว 4 หมื่นลบ. แม้รายได้รวมของกลุ่มรับเหมาฯ ที่เราวิเคราะห์อยู่เติบโตเพียง 15% YoY แต่ปี 2568 ถือเป็นปีดีที่สุดของกลุ่ม ด้วยกำไรรวมพีคใหม่ที่ 5.3 พันลบ. จากขาดทุนสุทธิ 912 ลบ. ปี 2567

โดยกำไรสุทธิของ CK พุ่งก้าวกระโดด 130% YoY ที่ 3.3 พันลบ. รายได้เพิ่ม 17% YoY ด้วย gross margin ดีขึ้นที่ 7.6% (+0.4ppt) ส่วนรายได้จากส่วนผู้ถือหุ้นก็เพิ่ม 15% YoY ที่ 2.16 พันลบ. โดยไม่มีรายได้จากเขื่อนหลวงพระบางซึ่งขายออกแล้วใน Q3/68 (รับรู้กำไรจากการขาย 827 ลบ.)

ส่วนกำไรสุทธิปี 2568 ของ STECON อยู่ที่ 1.95 พันลบ. ซึ่งรวมกำไรพิเศษราว 1 พันลบ. (400 ลบ.จากค่าเคลมประกันโครงการหนองบอน และ 600 ลบ.จากการกลับรายการตั้งสำรองของ UJV) เทียบกับขาดทุนสุทธิ 2.36 พันลบ.ปี 2567 ขณะที่ รายได้ปี 2568 เพิ่ม 12% YoY อยู่ที่ 3.35 หมื่นลบ. ส่วน gross margin ก็ฟื้นตัวแรงที่ 7.4% จาก -4.4% ปี 2567 อีกทั้งขาดทุนจากส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 64% YoY เหลือเพียง 212 ลบ.จากไม่มีขาดทุนของบริษัทร่วมที่ทำโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง

มองที่ผลบวกจากโอกาสจะได้งานใหม่มากกว่าการเติบโตของกำไร

ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปกติปี 2569F ของ CK อาจทรงตัวที่ 2.5 พันลบ.แต่กำไรสุทธิอาจแย่ลง 26% YoY เพราะไม่มีกำไรจากการขายเงินลงทุน ส่วน STECON ประเมินกำไรสุทธิปี 2569F ที่ 1.87 พันลบ. (-4% YoY) ซึ่งรวมเงินปันผลพิเศษจาก Gulf Development (GULF.BK/GULF TB)* ที่ 3.25 บาทต่อหุ้น บวกกำไรเพิ่มเติมจากการกลับรายการตั้งสำรองของ UJV ที่ 250 ลบ. ภายหลังการยุติข้อพิพาทนอกศาล โดยรวมแล้ว แม้กำไรปี 2569F รวมของกลุ่มอาจลดลง 18% YoY จากฐานปี 2568 สูง แต่ฝ่ายวิจัยมองโอกาสได้งานใหม่เป็นบวก ซึ่งจะช่วยดัน backlog ขึ้นได้อีก

นอกจากนี้ กลุ่ม CK ตั้งเป้าจะได้โครงการภาครัฐใหม่ๆ มูลค่ารวมราว 2.60 แสนลบ.ช่วงปี 2569F–71F บวกับทั้ง CK และ Bangkok Expressway and Metro (BEM.BK/BEM.TB)* ซึ่งเป็นบริษัทร่วม ได้ทำให้งบดุลแข็งแกร่งขึ้นและเพิ่ม debt covenant ขึ้นเป็น 3x จาก 2.5x เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การประมูลโครงการภาครัฐใหม่ ๆ ที่คาดว่าจะเริ่มชัดเจนขึ้นช่วงปลายปี 2569 ขณะที่ STECON มีโครงการภาคเอกชนมูลค่ารวมราว 5.4 หมื่นลบ. ที่อยู่ระหว่างการเจรจา และยังมีโครงการภาครัฐที่สามารถร่วมพัฒนากับ CK หรือดำเนินการเองได้อีกด้วย โดยมี net gearing ณ สิ้นปี 2569 ต่ำเพียง 0.26x ซึ่งทำให้บริษัทสามารถรับงานโครงการใหม่ ๆ เพิ่มเติมได้อย่างสบาย

ทั้งนี้ ปกติต้นทุนราว 60–70% ของผู้รับเหมารายใหญ่คือค่าจ้างผู้รับเหมาช่วง (subcontractor) ซึ่งมักเป็นสัญญาราคาคงที่ นอกนั้นจะเป็นต้นทุนการก่อสร้าง (15–20%) ค่าแรงงาน (5–6%) และคชจ. ส่วนกลางอื่น (overhead charge) ดังนั้น ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางล่าสุด จึงส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนค่อนข้างจำกัด ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยใช้ discounted PE เพื่อประเมินราคาเป้าหมาย โดยได้ราคาเป้าหมาย STECON ที่ 13 บาท (PE ที่ 16x หรือ -0.5SD) และราคาเป้าหมาย CK ที่ 20.6 บาท (PE ที่ 14x หรือ -1SD) ปัจจุบัน แนะนำ “ถือ” STECON และ “ซื้อ” CK โดยปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนกลุ่มรับเหมาฯ ขึ้นเป็น “มากกว่าตลาดฯ” จากเดิมที่เท่ากับตลาดฯ

ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ การพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงงานขั้นต่ำ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...