โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดชื่อพืช 57 ชนิด ปลูกแล้วได้ลดภาษีที่ดิน หลังมท.ปรับราคาใหม่ ลดหย่อนไม่ได้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 ม.ค. เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. เวลา 06.40 น.

เปิดชื่อพืช 57 ชนิด ปลูกแล้วได้ลดภาษีที่ดิน หลังมท.ปรับราคาใหม่ ลดหย่อนไม่ได้ ส่วนที่ดินรกร้างเก็บภาษีสูงกว่าที่เกษตรกรรม ซึ่งต้องพืช-สัตว์ ตามที่ก.การคลัง และมท.กำหนด

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปี พ.ศ.2569 นี้กระทรวงมหาดไทย จะจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตรา 100% ไม่มีการลดหย่อน แต่ขยายเวลาออกไปให้อีก 2 เดือน การคิดภาษีรายปีจะคิดตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท

โดยที่น่าจับตาคือ ประเภท ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ในกรณีเจ้าของที่ดินปล่อยร้างเป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งตั้งแต่ปีที่ 4 จะเก็บเพิ่มในอัตรา 0.3% ทุกๆ 3 ปี แต่อัตราภาษีรวมไม่เกิน 3%

สำหรับอัตราภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีอัตราเพดานอยู่ที่ 1.2%

  • มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราภาษี 0.3%
  • มูลค่า 50-200 ล้านบาท อัตราภาษี 0.4%
  • มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.5%
  • มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.6%
  • มูลค่า 5,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.7%

จากอัตราภาษีที่เพิ่มขึ้น ทำให้ยังคงเห็นเจ้าของที่ดินนำที่ดินปรับสภาพเป็นเกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าเกณฑ์ “ที่ดินเกษตรกรรม” เพื่อบรรเทาภาระภาษีให้เสียในอัตราที่ถูกลง

  • มูลค่า 0-75 ล้านบาท อัตราภาษี 0.01%
  • มูลค่า 75-100 ล้านบาท อัตราภาษี 0.03%
  • มูลค่า 100-500 ล้านบาท อัตราภาษี 0.05%
  • มูลค่า 500-1,000 ล้านบาท อัตราภาษี 0.07%
  • มูลค่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษี 0.1%
  • กรณีเป็นบุคคลธรรมดา มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้น

อย่างไรก็ตาม การที่ภาครัฐ ได้มีการกำหนดอัตรา “ที่ดินรกร้าง” สูงกว่า “ที่ดินเกษตรกรรม” เพื่อต้องการให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินมาใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง แทนการปล่อยรกร้างหรือเก็บไว้เก็งกำไร

แต่การจะนำที่ดินมาพัฒนาเป็นเกษตรกรรม ต้องเป็นชนิด พืชและสัตว์ ตามหลักเกณฑ์ประกาศกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย ที่กำหนดไว้ในท้ายประกาศ จึงจะถือว่าเป็นการใช้พื้นที่เกษตรกรรม

สำหรับชนิดพืชและอัตราขั้นต่ำการปลูกที่กำหนด ที่มีการปรับปรุงล่าสุด

1.กล้วยหอม 200 ต้น/ไร่

2.กล้วยไข่ 200 ต้น/ไร่

3.กล้วยน้ำว้า 200 ต้น/ไร่

4.กระท้อนเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ทับทิม 25 ต้น/ไร่ พันธุ์ปุยฝ้าย 25 ต้น/ไร่

5.กาแฟ 170 ต้น/ไร่ พันธุ์โรบัสต้า 170 ต้น/ไร่ พันธุ์อราบิก้า 400 ต้น/ไร่

6.กานพลู 20 ต้น/ไร่

7.กระวาน 100 ต้น/ไร่

8.โกโก้ 150-170 ต้น/ไร่

9.ขนุน 25 ต้น/ไร่

10.เงาะ 20 ต้น/ไร่

11.จำปาดะ 25 ต้น/ไร่

12.จันทน์เทศ 25 ต้น/ไร่

13.ชมพู่ 45 ต้น/ไร่

14.ทุเรียน 20 ต้น/ไร่

15.ท้อ 45 ต้น/ไร่

16.น้อยหน่า 170 ต้น/ไร่

17.นุ่น 25 ต้น/ไร่

18.บ๊วย 45 ต้น/ไร่

19.ปาล์มน้ำมัน 22 ต้น/ไร่

20.ฝรั่ง 45 ต้น/ไร่

21.พุทรา 80 ต้น/ไร่

22.เสาวรส 400 ต้น/ไร่

23.พริกไทย 400 ต้น/ไร่

24.พลู 100 ต้น/ไร่

25.มะม่วง 20 ต้น/ไร่

26.มะพร้าวแก่ 20 ต้น/ไร่

27.มะพร้าวอ่อน 20 ต้น/ไร่

28.มะม่วงหิมพานต์ 45 ต้น/ไร่

29.มะละกอ (ยกร่อง) 100 ต้น/ไร่ (ไม่ยกร่อง) 175 ต้น/ไร่

30.มะนาว 50 ต้น/ไร่

31.มะปราง 25 ต้น/ไร่

32.มะขามเปรี้ยว 25 ต้น/ไร่

33.มะขามหวาน 25 ต้น/ไร่

34.มังคุด 16 ต้น/ไร่

35.ยางพารา 76 ต้น/ไร่

36.ลิ้นจี่ 20 ต้น/ไร่

37.ลำไย 20 ต้น/ไร่

38.ละมุด 45 ต้น/ไร่

39.ลางสาด 45 ต้น/ไร่

40.ลองกอง 45 ต้น/ไร่

41.ส้มโอ 45 ต้น/ไร่

42.ส้มโอเกลี้ยง 45 ต้น/ไร่

43.ส้มตรา 45 ต้น/ไร่

44.ส้มเขียวหวาน 45 ต้น/ไร่

45.ส้มจุก 45 ต้น/ไร่

46.สาลี่ 45 ต้น/ไร่

47.สะตอ 25 ต้น/ไร่

48.หน่อไม้ไผ่ตง 25 ต้น/ไร่

49.หมาก 100-170 ต้น/ไร่

50.หม่อน 35 ต้น/ไร่

51.องุ่น 35 ต้น/ไร่

52.แก้วมังกร 35 ต้น/ไร่

53.แอปเปิล 35 ต้น/ไร่

54.อะโวคาโด 35 ต้น/ไร่

55.อินทผลัม 35 ต้น/ไร่

56.ยูคาลิปตัส 100 ต้น/ไร่

57.พืชกลุ่มให้เนื้อไม้ 30 ต้น/ไร่

เกณฑ์เลี้ยงสัตว์ 9 ชนิด

1.โค ขนาด 7 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อ 5 ไร่

2.กระบือโตเต็มวัย ขนาด 7 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อ 5 ไร่

3.แพะ-แกะโตเต็มวัย ขนาด 2 ตารางเมตรต่อตัว เท่ากับเป็นการใช้ที่ดิน 1 ตัวต่อไร่

4.สุกร พ่อพันธุ์ คอกเดี่ยว ขนาด 7.5 ตารางเมตรต่อตัว แม่พันธุ์ คอกเดี่ยว ขนาด 1.5 ตารางเมตรต่อตัว สุกรอนุบาล ขนาด 0.5 ตารางเมตรต่อตัว สุกรขุน ขนาด 1.5 ตารางเมตรต่อตัว คอกคลอด ใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 6 ตารางเมตรต่อตัว ซองอุ้มท้อง ใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 2 ตารางเมตรต่อตัว

5.สัตว์ปีกเลี้ยงปล่อย (เป็ดและไก่) 4 ตารางเมตรต่อตัว (ตามมาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์)

6.กวาง 2 ไร่ต่อตัว

7.หมูป่า 5 ตารางเมตรต่อตัว (เลี้ยงในโรงเรือน) 0.25 ไร่ต่อตัว (เลี้ยงปล่อย)

8.ผึ้ง บริเวณที่มีพืชอาหารเลี้ยงผึ้ง เช่น เกสร และน้ำหวานดอกไม้ที่สมดุล กับจำนวนรังผึ้ง

9.จิ้งหรีด บริเวณพื้นที่เพียงพอและเหมาะสม กับขนาดและจำนวนบ่อ

ทั้งนี้ในกรณีการประกอบการเกษตรที่เป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ให้ถือว่าการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่มี ลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นการใช้ประโยชน์ในการประกอบการเกษตรกรรม

1.พื้นที่บ่อดิน บ่อปูน กระชังบก บ่อพลาสติก โรงเพาะฟัก หรือพื้นที่ที่ใช้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในลักษณะอื่นใด ที่ผู้ขุด ผู้สร้าง ผู้จัดทำ เจ้าของ หรือผู้ครอบครอง มีความมุ่งหมายโดยตรงที่ใช้ทำการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

2.ที่ดินที่เป็นพื้นที่ต่อเนื่องที่มีกิจกรรมใช้ประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น บ่อพักน้ำ บ่อบำบัดน้ำ คลองส่งน้ำ คลองระบายน้ำ คูน้ำ คันดินขอบบ่อ ถนน และให้รวมถึงสิ่งปลูกสร้างอื่นใด ที่ใช้ประโยชน์ เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

จากการสอบถามผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจการบริหารจัดการที่ดิน ระบุว่าเจ้าของที่ดินยังนำที่ดินมาปรับพื้นที่ให้เป็นเกษตรกรรมทุกปี ตามรอบการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และในระยะหลังๆ จะเป็นที่ดินแปลงขนาดใหญ่ขึ้นตั้งแต่ 15 ไร่ ขึ้นไป เนื่องจากครบเวลา 3 ปีแล้ว และปีที่ 4 ต้องจ่ายเพิ่มเท่าตัว

โดยลูกค้าที่ใช้บริการจะมีทั้งในกรุงเทพฯ จังหวัดปริมณฑลและต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี ศรีราชา พัทยา ระยอง เป็นต้น โดยนิยมปลูก ไม้เบญจพรรณ มะม่วง มะพร้าว กล้วย นอกจากนี้ อีกปรากฏการณ์ที่เห็นคือปรับที่ดินแล้วปล่อยเช่าและขายมากขึ้น จะไม่มีเก็บไว้นานๆ เหมือนที่ผ่านมา เพื่อลดภาระด้านภาษี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดชื่อพืช 57 ชนิด ปลูกแล้วได้ลดภาษีที่ดิน หลังมท.ปรับราคาใหม่ ลดหย่อนไม่ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...