โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ตั้งใจ หรือ แค่ชุ่ย? ในวันที่บัตรเลือกตั้งมี ‘บาร์โค้ด’

TODAY

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 06.18 น. • TODAY

สืบเนื่องจาก โลกออนไลน์มีการตั้งข้อสังเกตว่า ในบัตรเลือกตั้งทุกใบที่เรานำไปเข้าคูหา มีบาร์โค้ดที่สามารถสแกนรู้เลขที่บัตร ซึ่งสามารถนำไปตรวจสอบได้ว่าใครเป็นคนเลือกบัตรดังกล่าวจากต้นขั้วที่เราลงลายมือชื่อก่อนรับบัตรได้นั้น

หนึ่งในผู้เปิดประเด็น อย่าง ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เริ่มตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้เมื่อวานนี้ (12 ก.พ.) โดยโพสต์ภาพบัตรเลือกตั้ง

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า “แค่รู้ Barcode บนบัตรเลือกตั้ง ก็รู้ว่าต้องไปค้นสมุดเลือกตั้งเล่มไหนเพื่อหาต้นขั้ว ซึ่งจะนำไปสู่ข้อมูลผู้กาบัตรเลือกตั้งใบนั้น”

สำนักข่าว TODAY มีโอกาสพูดคุยเพิ่มเติมกับ ธนารัตน์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีว่าอะไรคือข้อควรระวังของ ‘บาร์โค้ด’ และในทางปฏิบัติสิ่งนี้นำทางไปถึงข้อมูลได้กว้างขวางแค่ไหน

[การลงคะแนนเลือกตั้งต้องเป็นความลับ?]

ย้อนไปถึงกฎหมายที่กล่าวถึงการเลือกตั้ง ต่างสะท้อนเจตจำนง ที่ต้องการให้ผู้ไปใช้สิทธิ มีความอิสระในการลงคะแนนตามที่ต้องการ

อย่างที่ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 85 ที่กำหนดไว้ว่า ให้การเลือกตั้ง สส.เป็น “การออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ” ถูกยกมาอธิบาย

ก่อนที่กฎหมายลูกจะมารับลูกให้ประเด็นนี้สำคัญขึ้น คือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 96 กำหนดว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทําเครื่องหมาย เพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง”

นอกจากนี้ เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กล่าวถึง การยกระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ข้อ 129 ว่าสามารถทำเครื่องหมายได้ เพื่อสนับสนุนการทำบาร์โค้ด เป็นการเชื่อมโยงผิดฝาผิดตัว

‘คณะกรรมการอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ในบัตรเลือกตั้ง โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง’

เทวฤทธิ์ ย้ำว่า เป้าหมายของระเบียบข้อดังกล่าว เป็นไปเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรฯ

“อันนี้มันก็ชัดว่า ป้องกันการปลอมแปลง เหมือนธนบัตรที่จะมีลักษณะเฉพาะร่วม เพื่อป้องกันการทำแบงค์ปลอมขึ้นมา อันนี้ก็เป้าคือเพื่อป้องกันการทำบัตรปลอม”

“แล้วไอบาร์โค้ดนี่ มันไม่ได้มีลักษณะแบบนั้นเลย นอกจากเอาไปถ่ายเอกสารมา บาร์โค้ดที่ถ่ายก็ยังสแกนได้แล้ว บาร์โค้ดแต่ละอันของบัตรชมพู มันสามารถเช็กย้อนกลับไปต้นขั้ว ที่เราเซ็นรับบัตรได้ ซึ่งมันจะทำให้ ‘ไม่เป็นการออกเสียงลงคะแนนเป็นลับ’ อาจขัดกับรัฐธรรมนูญ ม.85” เทวฤทธิ์ ตั้งคำถาม

ดังนั้น ‘Unique’ หรือ มีเอกลักษณ์ จึงอาจอนุมานได้ว่า เป็นเรื่องต้องห้ามที่ต้องไม่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง

[บาร์โค้ดมีไว้ทำไม?]

ตั้งต้นการที่การทำงานของ ‘บาร์โค้ด’ ที่กำลังเป็นประเด็นพูดถึง

ธนารัตน์ เริ่มต้น อธิบายว่า บาร์โค้ดก็แค่เป็นวิธีเขียนเลข เขียนตัวหนังสืออีกวิธีหนึ่งเท่านั้นเอง ที่แปลงมาในรูปแบบบาร์โค้ด เพื่อ ที่จะได้เอาเครื่องมือทางดิจิตอลต่างๆ เข้ามาใช้งานร่วมเพื่อความสะดวกสบาย อย่างที่เห็นกันตามร้านสะดวกซื้อ

สำหรับ บาร์โค้ด มีไว้เพื่อให้สามารถกรอกข้อมูลได้เร็วขึ้น เพราะว่าตัวเครื่องยิงบาร์โค้ดที่เอามาอ่าน เปรียบเสมือนคีย์บอร์ดพอกดทีนึง มันจะพิมพ์ข้อมูลที่อยู่บนบาร์โค้ดลงไปในช่อง เหมือนกับเราพิมพ์คีย์บอร์ดเข้าไปเอง แต่ด้วยอัตราเร็วที่เร็วกว่า แค่นี้เลยนะครับ ส่วนจะเอาไปใช้กับเรื่องอะไรเนี่ย ก็เป็นไปได้หลากหลาย

ธนารัตน์ ย้ำว่า ใจความสำคัญ คือ ตัวข้อมูลที่อยู่ในบาร์โค้ดมากกว่าว่า เขาเก็บอะไรลงไป

[กรณีบัตรเลือกตั้ง ตั้งข้อสังเกตอย่างไรได้บ้าง?]

ธนารัตน์ ออกตัวตั้งแต่ต้นว่า ไม่ได้ทราบถึงจุดประสงค์ของ กกต. ในการใช้งานครั้งนี้

“ผมยังเชื่อนะครับว่าทาง กกต. ไม่ได้มีเจตนาหรอก ที่จะมาติดตามอะไร เพราะมันทำได้ดีกว่านี้ ถ้าเกิดเขาอยากทำ เขาไม่น่ามาตกม้าตายกับเรื่องแค่นี้”

“เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าเคสนี้เนี่ยเป็นได้มากสุด คือ ชุ่ย”

ในกรณีของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สีชมพูใบนี้ ดันมีเลขที่ของบัตรเลือกตั้งอยู่ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกลับไปได้ว่า ใครเป็นคนกาบัตรเลือกตั้งใบนั้น

ธนารัตน์ กล่าวว่าตัวเขาไม่สามารถยืนยันได้ว่า บาร์โค้บนบัตรใช้มาตรฐานไหนในการอ่านข้อมูล แต่ ณ ตอนนี้ จากภาพที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ สามารถใช้ Google Image รวมถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ถอดรหัสกลับออกมาได้ทั้งหมด

“ใช้มาตรฐานไหนในการถอดรหัสผมไม่รู้ แต่เอาเป็นว่า ตัวเลขมันตรงกับต้นขั้วครับ แล้วก็แอปต่างๆ หรือเว็บไซต์ต่างๆ ที่เขารับสแกนบาร์โค้ด ลองใช้งานได้มันก็ได้ผลลัพธ์เดียวกันหมด”

ธนารัตน์ กล่าวว่า ในทางหลักการมันอาจจะมีหลายแบบ แต่ในทางปฏิบัติไม่ยาก สามารถที่จะเอามาใช้งานเอามาอ่านกันได้หมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...